xs
xsm
sm
md
lg

“อย่าทิ้งครอบครัว” คำฝากฝังสุดท้ายจาก “สีหนุ่ม” ตำนานแห่งเชิญยิ้ม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ไม่เป็นไรพ่อเหนื่อยมาเยอะแล้ว" เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ลูกชายยอดกตัญญูกล่าวอาลัยพ่อสุดที่รัก หลังจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ด้วยอาการป่วยเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อปี 2551 จนต้องพักรักษาตัวยาวนานเกือบ 8 ปี ทว่า ท้ายที่สุดแล้วคงไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าวงการบันเทิงจึงต้องสิ้นตลกชื่อดังมากฝีมือ แต่เชื่อเถอะ ว่าเขาจากไปแค่เพียงร่างกาย ชื่อของ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม จะเป็นที่จดจำและอยู่ในใจของคนไทยทั้งประเทศตลอดไป…


 
ปิดตำนาน.. ตลกชื่อดัง

ถือเป็นเรื่องราวที่ช็อกวงการบันเทิงไทยอยู่ไม่น้อยกับการจากไปของนักแสดงตลกชื่อดังขวัญใจคนไทย “สีหนุ่ม เชิญยิ้ม” หรือ บุญธรรม ฮวดกระโทก หลังจากที่เจ้าตัวป่วยเส้นเลือดในสมองแตก กลางกองถ่ายละครและมีอาการโคม่าเมื่อปี 51 จนล่าสุด 1 ธ.ค. 2558 ตลกชื่อดังได้จากไปอย่างสงบเมื่อเวลา 06.00 น. ที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพ คลอง 16 ในวัย 61 ปี

โดย “เจี๊ยบ เชิญยิ้ม” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเผย เมื่อสัปดาห์ก่อนพ่อเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งปกติจะเข้ารับการฟอกไตอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นโรคไต แต่เมื่อ 3-4 วันก่อนกลับมีอาการทรุดลงร่างกายไม่ตอบสนองการฟอกไต แพทย์จึงแนะนำให้เปลี่ยนวิธีการรักษาเป็นผ่าตัดแทน แต่ครอบครัวไม่ต้องการผ่าเพราะพ่อร่างกายไม่แข็งแรงและอายุมากแล้ว

ในขณะที่เพื่อนสนิทในวงการอย่าง “โน้ต เชิญยิ้ม” ก็ร่วมโพสต์อาลัยเหนื่อยมามากหลับให้สบายนะเพื่อน "เจ็บป่วย ทนทุกข์ มานาน ขอให้สวรรค์ ยื่นมือมารับ ดวงวิญญาณของเพื่อนผมด้วยครับ เหนื่อยมามากหลับให้สบายนะเพื่อน เราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป พักผ่อนเถิดนะ สีหนุ่มเพื่อนรัก"

เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ลูกชาย กล่าวอาลัยบอกพ่อไปดีแล้ว ไม่เป็นไร พ่อเหนื่อยมากแล้ว "ท่านป่วยมานาน เหนื่อยมาเยอะ ท่านก็จากไปดีๆ ไม่เป็นไรพ่อเหนื่อยมาเยอะแล้ว"






ย้อนกลับไปเมื่อปี 2551 วันที่ 19 มิถุนายน สีหนุ่มเกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตก ขณะกำลังถ่ายทำละครซิทคอมเรื่องบางรักซอย 9 และเข้ารักษาตัวมาตั้งแต่นั้น ขณะนั้นสีหนุ่มอาการ 50:50 แต่หลังจากเข้ารับการรักษาอาการก็ดีขึ้นถึงแม้ว่าช่วงแรกจะเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัวไม่สามารถเดินได้และพูดได้ แต่เมื่อกายภาพบำบัด สีหนุ่มก็สามารถทานข้าวเองได้ ยกมือยกขาได้

ถือเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 7-8 ปีแล้วที่ สีหนุ่ม เชิญยิ้ม ต้องพักรักษาตัวจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก ส่งผลให้เป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้าย และในระยะหลังมีโรคไตแทรกซ้อนเหตุเพราะรับประทานยามากเกินไป จนทำให้ลูกกตัญญูอย่าง เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ต้องคอยดูแลพ่อและคอยปรณนิบัติอย่างไม่ห่าง เฝ้าดูแลให้กำลังใจตลอดเวลาและยังหวังว่าพ่อจะมีกำลังใจสู้ต่อไป โดยครั้งหนึ่งเจี๊ยบเองเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อสำนักหนึ่งว่า

“ไม่ได้หวังมาเป็นปกติ แค่นี้ก็เกินหวังแล้วถ้าเกิดขึ้นก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ แต่จะดูแลให้ดีที่สุด จะกลับมาแบบไหนเรารับได้อยู่แล้ว ปีใหม่ไม่ได้ไปไหนอยู่กับพ่อตลอด เวลาจะไปไหนเราก็อยากพาท่านไป แต่จะบอกให้เขาแข็งแรงกว่านี้จะพาท่านไป ทุกครั้งเวลาไปไหนก็ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้พ่อกลับมาหายเป็นปกติ”



 
คู่หูคู่ฮา “พ่อผม-ลูกผม”

สีหนุ่ม และ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ถือเป็นพ่อลูกคู่ฮาที่ยืนเคียงข้างสร้างความสุขและสร้างเสียงหัวเราะผ่านหน้าจอทีวี เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นตลกชื่อดังแถวหน้าของประเทศไทย แน่นอนว่าเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป โชคชะตาชีวิตของพวกเขากลับเล่นตลก เจี๊ยบผู้ชายขายหัวเราะคนนี้ต้องเจอกับบททดสอบชีวิตครั้งยิ่งใหญ่

ทันทีที่พ่อของเขาล้มป่วยลง เขาทำทุกวิถีทางเพื่อให้พ่อของเขากลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ทั้งวิธีทางการแพทย์และการบนบานศาลกล่าวขอให้พ่อของกลับมาเป็นปกติ และประกาศก้องว่าหากพ่อหายดีแล้วจะบวชให้พ่อทันที

“ที่เคยสัญญาไว้ว่าจะบวชหากคุณพ่อหาย แต่ต้องไปแก้บนก่อนเพราะบนไว้หลายที่มาก บวชประมาณ 5-7 วัน แต่ต้องทบทวนอีกทีว่าที่ไหนบ้าง ที่จำได้ คือ บ้านเจี๊ยบ บ้านพ่อ บ้านลุงเป็ด"สำหรับการบวชในครั้งนี้ บวชเพื่อเป็นกุศลหลังจากที่บนขอให้พ่อรอดชีวิต เจี๊ยบบวชที่วัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี 3 คืน ก่อนไปจำวัดต่อ อีก 8 คืน ที่วัดเขาดินใต้ จ.นครสวรรค์ 





เห็นความเป็นลูกกตัญญูขนาดนี้แล้ว แต่คงไม่มีใครรู้ว่าตอนเด็กๆ เจี๊ยบไม่เคยรู้จักคำว่าพ่อเลยด้วยซ้ำ โดยครั้งหนึ่งเจี๊ยบเคยให้สัมภาษณ์ในสื่อสำนักหนึ่งว่า เพราะพ่อกับแม่แยกทางกันกว่าจะได้มาเจอหน้าพ่อเป็นครั้งแรกก็อายุ 4 ขวบแล้ว ด้วยอาชีพที่พ่อเล่นตลกเลยต้องเล่นละครเร่ไปทั่ว ทำให้ตอนเด็กๆ ไม่เคยคิดเลยว่าหากโตขึ้นมาจะมาเป็นตลกเหมือนพ่อ

แต่แล้วเมื่อได้เริ่มทำงานเงินเดือนกลับน้อยมาก พ่อเลยชวนมาทำงานในคณะตลกและพ่อก็คอยช่วยเหลือตลอด และแนะนำเจี๊ยบว่านี่ลูกผม เลยกลายมาเป็นมุขตลกติดปาก “พ่อผม-ลูกผม” มาจนถึงทุกวันนี้



โดยในช่วงแรกเจี๊ยบยอมรับว่าฝีมือการแสดงตลกค่อนข้างไม่ได้เรื่อง จึงต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพของพ่อเข้าช่วยอย่างมาก หากมุขไหนที่เล่นแล้วไม่ตลกคุณพ่อสีหนุ่มก็จะคอยช่วยแก้สถานการณ์ให้ตลอดจนเจี๊ยบสามารถกลายเป็นตลกคุณภาพ และเริ่มมีงานในวงการบันเทิงและชื่อของ “เจี๊ยบ เชิญยิ้ม” ก็ค่อย ๆ เป็นที่จดจำถึงทุกวันนี้
เรื่องราวของเจี๊ยบยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ยังต้องเผชิญกับโชคชะตาที่ไม่มีใครเลือกได้ เขาต้องดูแลลูกชาย "น้องเหนือ" ที่ป่วยเป็นโรคน้ำในสมองมากผิดปกติตั้งแต่เกิดทำให้มีพัฒนาการทางสมองช้ากว่าเด็กทั่วไป แต่เจี๊ยบเองก็ไม่ย่อท้อ หนำซ้ำยังกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่าต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

"ไม่หนัก ไม่ท้อนะ จริงๆ คนอื่นจะคิดพ่อเป็นแบบนี้ ลูกเป็นแบบนี้ ต้องหนักสิ แต่เราอยู่ตรงนี้ทุกวัน มันเกิดความชินชามากกว่า ตรงนี้เราต้องยอมรับ และต้องทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง น้องเหนือลูกชายผมเกิดมาเขามีปัญหาน้ำในสมองมากผิดปกติ เลยเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นนิดหนึ่ง แต่ตอนนี้เราก็หมดห่วงแล้ว มีพัฒนาการดีขึ้น"




สุดท้ายนี้ ถือว่าเจี๊ยบทำหน้าที่ลูกของพ่อ และหัวหน้าครอบครัวของภรรยา-ลูกได้อย่างดีทีเดียว การจากไปของพ่อเขาในครั้งนี้แม้จะเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่ก็ถือว่าเขาได้ทำเต็มที่อย่างดีที่สุดแล้ว หวังว่าพ่อของเขาคงมองลงมาจากบนฟ้าอย่างภาคภูมิใจที่มีลูกๆ ทั้ง 2 ที่น่ารักและครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้ และนี่คือคำอาลัยรักจากลูกๆ ในงานสวดอภิธรรม

"ก่อนที่พ่อจะไปอาการของพ่อก็ไม่ได้มีความทรมาน พ่อจากเราไปด้วยดี เพราะเมื่อช่วงเช้าก็จากไปอย่างเงียบๆ หลับสบาย ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกทรมานใจจากความเจ็บปวดใดๆ ของท่าน ขอบคุณที่คุณพ่อให้ชีวิตพวกเรา เลี้ยงดูพวกเรามาอย่างดีตลอด ผมก็อยากสัญญากับพ่อว่าผมจะดูแลอาชีพที่พ่อให้มา และใช้นามสกุลเชิญยิ้มให้ดีที่สุดครับ" แจ็ค ลูกชายคนสุดท้อง





“ผมขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มา ผมเชื่อเหลือเกินว่าคนรักพ่อเยอะมาก แต่นับจากวันนี้ไปพ่อก็ไม่ต้องเหนื่อยแล้ว พ่อให้ความสุขกับทุกคนมาเยอะแล้ว ท่านก็จะได้หยุดพักเหนื่อยและก็ให้ความสุขกับตัวเองบ้างครับ เคยมีครั้งหนึ่งนะครับตอนที่พ่อออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ แต่การพูดของแกค่อนข้างยากเพราะแกเจาะคอ ผมก็เลยถามว่าพ่ออยากได้อะไรไหม ถ้าพ่ออยากได้อะไรให้พ่อเขียนลงกระดาษ

ซึ่งท่านก็เขียนจริงๆ ท่านเขียนคำว่า "เจี๊ยบอย่าทิ้งครอบครัวพ่อนะ พ่อฝากด้วย" คือผมเชื่อว่าคำนั้นคือคำสุดท้ายที่พ่อพูดกับผม และผมก็จะจำคำนั้นไปตลอด ผมเชื่อว่าสิ่งที่พ่อห่วงมากจริงๆ ก็คือเรื่องครอบครัว ดังนั้นผมสัญญานะพ่อว่าผมจะทำให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ที่สุด พ่อเคยมั่นใจในลูกชายคนนี้ยังไง ผมขอให้พ่อจงมั่นใจต่อไป พ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วพ่อหลับให้สบายเลยครับ คนด้านหลังผมจะจัดการให้เอง" เจี๊ยบ ลูกชายคนโต


ข่าวโดย ผู้จัดการ Live
ภาพบางส่วน อินสตาแกรม jeabchernyim




มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram

"MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!


และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
หรือ Fax 0-2629-4754



กำลังโหลดความคิดเห็น...