“สยามเมืองยิ้ม” คงเป็นได้เพียงคำพูดสวยหรูที่เอาไว้สร้างภาพลักษณ์ดีๆ ในตอนโปรโมตการท่องเที่ยวเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้ว คนไทยต่างรู้แก่ใจดีว่าเหตุผลหลักๆ ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยให้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่ นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม บริการเป็นกันเองแล้ว ยังมี “เซ็กซ์” หาง่าย ราคาถูก พร้อมเสนอขายอยู่แทบทุกมุมเมือง เรียกได้ว่าสามารถเสพสมอารมณ์หมาย ขึ้นสวรรค์กันได้วันละหลายๆ รอบ แลกกับเศษดอลลาร์-เสี้ยวยูโรเพียงน้อยนิด จึงไม่แปลกที่ฝรั่งตาน้ำข้าวจะขนานนามบ้านของเราว่าเป็น “ซ่องของโลก”!!
ซ่องลับ “เด็กลาว”
ปกติเมืองไทยก็ถูกมองว่าเป็น “สยามเมืองเซ็กซ์” เต็มไปด้วยผู้หญิงและแหล่งขายบริการทางเพศเสนอขายกันอย่างโจ๋งครึ่มอยู่แล้ว ยิ่ง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ออกมาเปิดโปงแหล่งค้าประเวณีเด็กสาวชาวลาว อายุระหว่าง 13-18 ปี แหล่งใหญ่ในฉะเชิงเทราครั้งล่าสุด ยิ่งย้ำภาพชัดว่าบ้านของเรากำลังกลายเป็น “ซ่องของโลก” อย่างที่ชาวต่างชาติขนานนามเอาไว้จริงๆ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าร้านอาหารควบคาราโอเกะกว่า 50 แห่งบริเวณถนน 304 พนมสารคาม มองดูภายนอกเป็นเพียงธุรกิจธรรมดา แต่แท้จริงแล้วเป็นธุรกิจบังหน้าเพื่อค้ามนุษย์-ขายกามกันไม่เว้นวันหยุด บริการกันทั้งวันทั้งคืนตกวันละกว่า 500 ราย สนนราคาต่ำสุดอยู่ที่ 700 บาท พอจ่ายปุ๊บ หนูน้อยที่เลือกไว้จะพาเดินเข้าไปในอาคารชั้นเดียว ผ่านซอกเล็กๆ ห้องแคบๆ ซึ่งมีเพียงแท่นซีเมนต์แทนเตียงนอน และหมอนอีกหนึ่งใบ แต่เท่านั้นก็เพียงพอให้เสร็จสิ้นอารมณ์หมายได้ในราคาคุ้มทุน
“เด็กเหล่านี้จะใช้วิธีเข้ามาประเทศในฐานะนักท่องเที่ยว 30 วัน จากนั้นก็กลับออกไปต่อวีซ่าแล้วกลับเข้ามา โดยเด็กทุกคนจะรวมตัวอยู่หลังร้าน ผู้ใช้บริการมาเวลาไหนก็จะเปิดเวลานั้น มีราคาค่าตัวในการเปิดบริสุทธิ์อยู่ที่ 20,000 บาท จากนั้นราคาจะลดลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ 15,000 ไปจนถึงต่ำสุดที่ 700 บาท
นี่เป็นเพียงตัวอย่างแหล่งใหญ่ในภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา ยังมีมาจากประเทศพม่า กัมพูชา กระจัดกระจายอยู่ทั่วประเทศ การที่ขบวนการค้ามนุษย์บริเวณนี้เจริญเติบโตขนาดนี้ขึ้นมาได้ เป็นเพราะการเรียกร้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองบางท่านและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่น เป็นไปไม่ได้เลยครับที่สถานที่ตั้งขนาดใหญ่ขนาดนี้ เด็กอยู่เยอะขนาดนี้แล้วจะไม่รู้เรื่อง หากรัฐบาลยังไม่มีนโยบายปราบปรามอย่างจริงจังก็จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้ามนุษย์อย่างแน่นอน” ชูวิทย์เผยทุกรายละเอียดในงานแถลงข่าวที่ผ่านมา
ถึงแม้จะมีคลิปแอบถ่ายระหว่างบุกซ่องลับแห่งนี้นำมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน พร้อมแผนที่แสดงรายละเอียดแหล่งค้าประเวณีละแวกนั้นไว้อย่างชัดเจน แต่หลังจากข่าวออกไป “พ.ต.อ.สนั่น บัวเผื่อน” ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ยังยืนยันเสียงแข็งว่าเคยกวาดล้างจนปิดกิจการไปแล้วมากกว่าหนึ่งเดือนและไม่มีทีท่าใดๆ เพิ่มเติม ทางชูวิทย์จึงออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก "ชูวิทย์ I'm No.5" ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ให้ได้คิด
“คลิปที่ผมนำมาเปิดเป็นคลิปที่เพิ่งถ่ายมาใหม่ เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา (27 ก.ค.55) เวลา 17.00-21.00 น. อย่างแน่นอน เรื่องนี้ใครโกหก มีผม ท่าน และชาวบ้านที่ไปสัมผัสมารู้อยู่แก่ใจ รวมทั้งหลวงพ่อโสธร ผมขอสาบานต่อหลวงพ่อโสธร หากคลิปที่ผมนำมาเปิดเป็นคลิปเก่าแล้วเอามากลั่นแกล้งท่าน ก็ขอให้ผมมีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน แต่หากเป็นคลิปใหม่ที่เพิ่งถ่ายมาเมื่อ 3 วันก่อน และสิ่งที่ท่านพูดเป็นเท็จไม่ตรงกับความเป็นจริงดังที่ท่านให้สัมภาษณ์ หลีกเลี่ยงความผิด โกหกว่าเป็นคลิปเก่า ปัจจุบันไม่มี ขอให้ท่านไม่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และ...(จงเติมคำในช่องว่าง)”
สยามเมือง “เซ็กซ์”
“ยอมรับเถอะครับ ประเทศไทย มีชื่อเสียงใน 2 ด้านคือ 1.สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมาก ของถูก คนจิตใจค่อนข้างดี อาหารอร่อย และ 2.เป็นเมืองโสเภณีเมืองหนึ่งของโลก ถ้าพูดถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ ต่างชาติมักมองว่าผู้หญิงไทยเป็นผู้หญิงหากิน ศักดิ์ศรีของผู้หญิงไทยในสายตาชาวต่างชาตินั้นแทบจะไม่ค่อยมี ผู้ชายฝรั่งมักจะพูดเล่นๆ เวลามาเมืองไทยว่า ถ้าไม่ได้ไปพัทยาหรือลิ้มลองหญิงไทย ก็เหมือนไม่ได้มาเมืองไทย ผมเคยเล่นโปรแกรมแคมฟรอกและเจอคนอังกฤษถามว่าผู้หญิงไทยมันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“คนไทยส่วนใหญ่ฐานะปานกลางถึงยากจน ดังนั้นจึงทำให้มีผู้หญิงที่อยากได้ฝรั่งเป็นสามีเยอะเพราะคิดว่าเขารวย แต่ส่วนใหญ่มักไม่ได้รักจริง จะรักที่เงิน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วผู้หญิงไทยดีๆ ก็มี คนพวกนี้เขาจะไม่ค่อยเห่อเรื่องฝรั่งหรืออะไรมาก จะไม่ไปอยู่ในที่อโคจร จึงทำให้ฝรั่งส่วนใหญ่เจอแต่ผู้หญิงไทยที่อยู่แต่ในผับบาร์ อย่างไรก็ดี ถ้าจะมีคนมาว่าว่าประเทศไทยเต็มไปด้วยโสเภณี เป็นประเทศโสเภณีไปแล้ว ก็อย่าไปเถียงเขาเลยครับ ผมก็ไม่เคยเถียงเลย เพราะเจอมากับตัว มันเป็นเรื่องจริงที่เถียงไม่ออกจริงๆ”
“พอดีมีเพื่อนต่างชาติค่อนข้างเยอะ หลายคนชอบถามเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงไทย-โสเภณีไทยมาก เลยลำบากใจไม่รู้จะตอบยังไงดี ช่วยคิดคำตอบที่สามารถนำเอาไปอธิบายให้เขาได้เข้าใจทีนะคะ เพราะไม่อยากให้เขามองประเทศเราในแง่นี้แง่เดียว”
หลากหลายความคิดเห็นบนโลกออนไลน์สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย โดยเฉพาะผู้หญิงไทยซึ่งมักถูกเหมารวมว่า “ง่าย” และ “พร้อมขาย” บริการทางเพศให้เสมอ หากมองเพียงผิวเผิน มันคือการดูหมิ่นศักดิ์ศรีหญิงไทยอย่างไม่น่าให้อภัย แต่หากมองให้ลึกลงไปจะทราบว่ามันอาจไม่ใช่ความผิดของเขาที่จะคิดเช่นนั้น เพราะบ้านเมืองเรา “ซื้อง่ายขายคล่อง” จนกลายเป็นภาพจำของชาวต่างชาติไปแล้ว แม้แต่ในหนังสือ "Best OF หัวแจกัน" ของ ไตรรงค์ ประสิทธิผล ผู้เขียนยังบอกเล่าประสบการณ์ที่เจอมากับตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้เลย
คนขายกางเกงยีนส์ลีวายส์ร้านริมถนนในอเมริกาเคยถามผมว่า "ยูมาจากไหน?" พอผมบอกว่าเมืองไทย เขาทำท่าตื่นเต้นแล้วบอกว่า "โอ้ว! ประเทศยู ไอไปเที่ยวมาแล้ว ทะเลสวย อาหารอร่อย แถมผู้หญิงก็ราคาถูกมาก แค่ 4-5 เหรียญเท่านั้นเอง" ผมฟังแล้วก็ภูมิใจในประเทศตัวเองมาก หมอนั่นพูดต่อว่า "อยู่เมืองไทย I f-cked everyday" ผมจึงรู้ว่าสินค้า OTOP ที่มีชื่อเสียงที่แท้จริงของไทยนั้นคืออะไร!!
จัด “กาม” ข้ามประเทศ
นอกจาก “เซ็กซ์” จะเป็นสินค้าขายดีติดอันดับในประเทศไทยแล้ว ยังมีประเภทส่งออกค้ากามข้ามประเทศด้วย โดยเฉพาะ “เกลั้ง” ย่านขายตัวถูกกฎหมายในประเทศสิงคโปร์ที่โสเภณีไทยนิยมไปเนื่องจากให้ค่าตอบแทนค่อนข้างสูง ข้อมูลจากบล็อก Cookiecoffee.com เล่าจากประสบการณ์ตรงที่เคยไปเที่ยวมาจริงๆ ว่าถนนสายนั้นเต็มไปด้วยโสเภณีระดับพริตตี้มอเตอร์โชว์ทั้งนั้น!
“สาวๆ ที่เกลั้งจะมี 2 แบบคือ นั่งในบ้านและเดินหาแขกตามซอย คนที่เดินหาแขกน่าจะเป็นแบบผิดกฏหมายครับ แต่บางคนก็เป็นคนของบ้านนี่แหละที่ออกมาเดินข้างนอก พอคุยราคากันถูกใจก็จะลากเข้าบ้าน ผมไปเดินทีไรก็จะโดนลากไปกอดเลย แข่งกันหาลูกค้าสุดๆ
สาวๆ ที่มายืนๆ กันบนเกลั้งนั้น บางคนสวยมาก หุ่นก็เอ็กซ์สุดๆ แบบที่เป็นดาราหรือเป็นพริตตี้ในไทยได้สบายๆ เลย เพราะฉะนั้นค่าตัวสาวจีนโดยเฉลี่ยจะสูงกว่าสาวชาติอื่น พวกที่สวยๆ แบบพริตตี้เลยจะอยู่ที่ 100 เหรียญ (2,200 - 2,400 บาท) ต่อ 30 - 40 นาที สามารถตกลงกันก่อนได้ว่าจะให้เธอทำอะไรให้บ้าง รองลงมาก็เป็นพวกมาเลย์ ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และหนึ่งในนั้นคือสาวไทยครับ มีบางซอยที่เป็นแหล่งของสาวไทยโดยเฉพาะแบบถูกกฏหมายเลย
ค่าตัวสาวไทยอยู่ที่ 50 - 80 เหรียญ ต่ำกว่าสาวจีนหน่อย เพราะคนที่โน่นจะชอบสาวขาวๆ หมวยๆ แบบจีนเสียส่วนมาก และเท่าที่คุยกับสาวไทยที่ขายตัวที่นั่น เห็นเขาบอกว่าเดี๋ยวนี้มีกลุ่มนักศึกษาไทยที่มาทำงานเกลั้งช่วงปิดเทอมด้วย แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าจริงไหม”
ผู้หญิงไทยที่ยอมประกอบอาชีพนี้ส่วนใหญ่มักมีภูมิหลังที่คล้ายคลึงกันคือ ครอบครัวลำบากยากจน จบการศึกษาอย่างมากเพียงชั้นประถม แต่ส่วนใหญ่มักเรียนไม่จบเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินสนับสนุน จึงต้องออกมาทำงานช่วยจุนเจือครอบครัว แรกๆ อาจเริ่มจากอาชีพสาวโรงงาน ขายอาหาร เป็นเด็กเสิร์ฟ กระทั่งถูกเพื่อนชักชวนจึงเข้าสู่วงการค้ากามโดยไม่ได้บอกทางบ้าน มารู้อีกทีก็ตอนควงฝรั่งหัวทองกลับบ้านเกิดด้วย ข้อมูลจาก Pattayadailynews.com บอกเอาไว้อย่างนั้น สะท้อนให้เห็นว่าโสเภณีไทยส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะแรงกดดันทางด้านการเงิน และอีกสาเหตุหนึ่งที่ถูกพูดถึงบ่อยๆ ในสื่อนั่นก็คือ “ถูกหลอกไปขาย” นั่นเอง
“เด็กที่ถูกหลอกไปขาย ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัดค่ะ บางคนเล่าให้ฟังว่ามีคนมาชวนให้ไปเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ให้ไปทำงานโรงงานในกรุงเทพฯ แต่เอาเข้าจริงก็ส่งไปมาเลเซีย พอไปถึงก็ถูกขังตัว บังคับให้ขาย เด็กก็พูดภาษาของคนที่นู่นไม่ได้ ไม่รู้จะขอความช่วยเหลือจากใคร ก็ต้องรอจังหวะและโอกาสดีๆ ถึงจะหนีออกมาได้
ส่วนผู้หญิงที่โตแล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าโตแล้ว ยังถูกหลอกได้อีกเหรอ มันก็มีเหมือนกันนะคะ คือตอนแรกอาจจะหลอกว่าให้ไปทำงานอีกอย่างหนึ่ง แต่พอไปถึงก็กลายเป็นงานขายตัว จะหนีก็ไม่ได้เพราะคนที่พาไปยึดพาสปอร์ตไว้ น้องที่เคยหนีมาได้เล่าให้ฟังว่าต้องยอมขายไปก่อน แล้วค่อยๆ ใช้วิธีสร้างความสนิทสนมกับแขกที่มาซื้อบริการ แอบขอโทรศัพท์กลับไทยบ้าง ขอโทร.ติดต่อองค์กรบ้าง พอสบโอกาสก็หนีไปพึ่งสถานทูตไทยที่นั่น ถึงออกมาได้ค่ะ” เกษณี จันทร์ตระกูล ผู้ประสานงานมูลนิธิเพื่อยุติการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กเผยข้อมูลให้ฟัง
ด้วยค่านิยมของคนชนบทที่มักมองว่าชาวต่างชาติรวย การไปทำงานในต่างประเทศจะช่วยให้ครอบครัวกินดีอยู่ดีมากยิ่งขึ้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้สาวไทยจำนวนมากยินดีที่จะเสี่ยง ถึงแม้หลายรายจะรู้ดีว่างานที่ต้องไปทำคืออะไร แต่ก็ไป กระทั่งถูกใช้แรงงาน โดนบังคับให้ขายบริการหามรุ่งหามค่ำจนสายตัวแทบขาด จึงทนต่อไปไม่ไหว ไม่คิดว่าจะต้องขายกันถี่ขนาดไม่ได้พักหายใจหายคอขนาดนั้น
“บางครั้งถูกบังคับ ขู่ให้ต้องรับแขกถึงวันละ 125 คน เพื่อแลกกับค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง และใบอนุญาตขอทำงาน ไม่อย่างนั้นจะถูกจับตัวส่งตำรวจ” ลุงแจ่ม เตือนภัย คอลัมนิสต์ประจำหนังสือพิมพ์คมชัดลึก บอกเอาไว้ในบทความเรื่อง “โชคร้ายของหญิงไทย ขายตัวที่เกลั้ง”
อีตัวถูกกฎหมาย!?!
เมื่อเกิดปัญหาถูกหลอกไปขายบริการทางเพศให้เห็นกันหลายครั้งหลายครา จึงมีหลายฝ่ายออกมาสนับสนุนว่าให้บ้านเราเปลี่ยนเรื่องค้าประเวณีให้กลายเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมายเสียเลย โดย “จันทวิภา อภิสุข” เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมโอกาสผู้หญิง (เอ็มพาวเวอร์) ในขณะนั้นให้เหตุผลสนับสนุนว่า
“อาชีพขายบริการทางเพศเป็นอาชีพสุจริต และเป็นแรงงานสำคัญของชาติ ถ้าอาชีพนี้ได้รับการรับรองให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของธุรกิจและแรงงานที่ให้บริการจะดีขึ้น ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบผู้ขายบริการก็จะลดน้อยลง แรงงานที่ขายบริการทางเพศ ควรมีมาตรฐานชีวิตที่เท่าเทียมกับแรงงานในอาชีพอื่นๆ”
และแน่นอนว่าต้องมีฝ่ายค้านหัวชนฝาในเรื่องนี้ “ดร. ลลิตา ฤกษ์สำราญ” อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการ กิจการเยาวชนสตรี และผู้สูงอายุ สภาผู้แทนราษฎร โต้แย้งว่า
“ถ้าอาชีพค้าบริการทางเพศได้รับการรับรองให้เป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย จะเป็นการเปิดทางให้ผู้หญิงเข้าสู่อาชีพนี้มากขึ้น ประเทศไทยจะเสียภาพลักษณ์อันดีงาม ส่งผลกระทบต่อหญิงไทยคนอื่นๆ ทั้งนี้ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่มีการรับรองให้อาชีพค้าบริการทางเพศเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมายด้วย”
อีกกระแสมองเห็นว่า ไม่ว่าตัวบทกฎหมายจะเป็นอย่างไร จะกำหนดให้การค้าประเวณีเป็นเรื่องถูกหรือผิดกฎหมาย ก็ไม่ได้มีผลช่วยให้ปัญหาโสเภณีในประเทศไทยมากขึ้นหรือน้อยลง ทางที่ดีควรหันมาสนใจรากลึกของปัญหา ดูแลเด็กและเยาวชนของชาติเราให้ดี ก่อนที่เด็กในวันนี้จะกลายเป็นโสเภณีในวันหน้า หรือเลวร้ายกว่านั้นคือ พวกเขาอาจเป็นโสเภณีตั้งแต่วันนี้เลยทีเดียว อย่างที่ “ชาญ เทียบเธียรรัตน์” เขียนเอาไว้ในนิตยสารผู้จัดการว่า
“ยิ่งหาข้อมูลมากขึ้นๆ เท่าไหร่ โดยเฉพาะงานวิจัยเรื่องโสเภณีเด็กของภานุพงษ์ ชุ่มชื่น1 ที่ผมเจอจากข้อมูลในอินเทอร์เน็ต ผมยิ่งรู้ว่าไม่ใช่ทางการไม่คิดจะจับ แต่จำนวนโสเภณีเด็กนั้นเยอะมาก จับอย่างไรก็ไม่หมด ที่น่าเศร้ากว่านั้นก็คือมีเด็กจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกล่อลวงมาขายตัว หรือไม่ได้ถูกพ่อแม่ขายให้พ่อเล้าแม่เล้า แต่พวกเขาตัดสินใจทำอาชีพนี้ด้วยความสมัครใจด้วยเหตุผลหลัก คือไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ ยากจน ถ้าไม่ทำงานนี้ก็ไม่รู้จะไปทำอะไร ผมถึงรู้ว่าปัญหาที่แท้จริงของปัญหาโสเภณีในประเทศไทยเกิดจากการที่ไม่มีนโยบายบังคับให้เด็กอายุไม่ถึง 18 ปีต้องเรียนจนจบ ม.6
ไม่มีระบบสวัสดิการให้เด็กกู้เงินรัฐเรียนมหาวิทยาลัยและรัฐไม่มีการจ่ายค่ากินค่าอยู่ขณะเรียนมหาวิทยาลัยให้เด็กที่พ่อแม่มีรายได้น้อย ทำให้เด็กไทยจำนวนมากไม่มีความรู้พอที่จะทำงานธรรมดาหลังจบมัธยมศึกษา ไม่มีความพร้อมที่จะเรียนมหาวิทยาลัย และไม่กล้าคิดต่อมหาวิทยาลัย ถ้าไม่มีเงิน ไม่มีอะไรทำ ไม่มีเงินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากมาเป็นโสเภณี ซึ่งถ้ายังไม่แก้ไขปัญหาตรงนี้ก็ไม่มีทางแก้ปัญหาโสเภณีเด็กในประเทศไทยได้
ฉะนั้น วิธีการแก้ปัญหาโสเภณีเด็กที่ตรงจุดที่สุดของประเทศไทยคือ รัฐบาลต้องออกกฎหมายบังคับว่าเด็กที่อายุไม่ถึง 18 ปีทุกคน จะต้องเรียนจนจบมัธยม 6 ไม่อย่างนั้นก็ยังเลิกไปโรงเรียนไม่ได้ หากว่าครอบครัวไหน ที่ยากจนไม่มีเงินส่งลูกเรียนจนจบมัธยม 6 รัฐบาลต้องมีเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวนั้น เมื่อพวกเขาเรียนจบมัธยมแล้ว เขาจะได้มีการศึกษาพอที่จะพร้อมทำงานเต็มเวลาในบริษัทห้างร้านได้ หรือหากเขาอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัย เพื่อจะได้หางานที่มีเกียรติทำ
รัฐบาลจะต้องอนุญาตให้เด็กที่พ่อแม่มีรายได้น้อย กู้เงินรัฐเรียนมหาวิทยาลัย มีค่ากินค่าอยู่ให้พวกเขาทุกอาทิตย์ จนกว่าพวกเขาจะเรียนจบมหาวิทยาลัย เมื่อมีการศึกษา ทางเลือกในชีวิตก็จะมากขึ้นและไม่มีทางที่จะมาเลือกทำอาชีพโสเภณี แต่จะเลือกทำงานที่ดีที่สุดเท่าที่ความรู้ของเขาจะหาได้ โสเภณีก็จะค่อยๆ หมดไปจากประเทศไทยและเราจะมีปัญญาชนที่มีคุณภาพจำนวนมากมาแทน”
จริงอย่างที่เขาว่า “เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า” เพราะฉะนั้น โสเภณีเด็กในวันนี้ก็คือปัญหาโสเภณีของสังคมในวันหน้าเช่นกัน จึงอาจถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะเลิกปลูกฝังค่านิยมขายเซ็กซ์เพื่อแลกเงิน ก่อนที่สยามเมืองยิ้มจะกลายเป็น “สยามเมืองเซ็กซ์” เน่าเฟะไปมากกว่านี้
ข่าวโดย Manager Lite/ASTV ผู้จัดการสุดสัปดาห์


