ส้มตำ ป๊อก...ป๊อก อาหารฮิตติดปากของคนไทยตลอดอายุขัย ไล่กันตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ หลายคนมักจะเชิญเมนูนี้มาร่วมโต๊ะรับประทานพร้อมกับอาหารจานอื่น เพราะด้วยรสชาติที่แซบ จัดจ้าน ถึงเครื่อง ช่างถูกปากคนไทยนัก จึงต้องน้อมคารวะให้เป็นอาหารจานเด็ดสะระตี่ โดยเฉพาะที่ส่งตรงมาจาก “ร้านส้มตำปูม้า” เพียงแค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอ ถ้าใครเผลอได้ลิ้มลอง เป็นต้องลืมส้มตำจานเดิมที่เคยกินไปเลย
วาสนา ทับทิมวงค์ (เล็ก) เจ้าของร้านส้มตำปูม้า เจ้าเก่า เจ้าเดิมที่เปิดขายมานานถึง 8 ปีแล้ว พออ่านชื่อร้านก็รู้ทันทีว่าส้มตำปูม้า เป็นอาหารจานเด็ดของร้าน ซึ่งมีสูตรเฉพาะที่ทำให้รสชาติแตกต่างจากร้านอื่น ใครที่ได้ชิมก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “รสชาติอร่อย เคยไปทานที่อื่นมานะ แต่สู้ที่นี่ไม่ได้เลย” นี่เป็นเสียงจากลูกค้า ซึ่งบอกเล่าสรรพคุณความอร่อยสู่กันจากปากต่อปาก
ส้มตำทุกจานคงความเป็นเอกลักษณ์ใน 3 รส คือ หวาน เปรี้ยว เค็ม โดยเฉพาะเมนูส้มตำมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำปูม้า ตำหอยดอง ตำกุ้งสด ตำกุ้งเผา ตำทะเล ต้มคอหมู ตำป่า ตำโคราช ตำไข่เค็ม และยังมีส้มตำใส่ปลากรอบ ปลาสลิด ยอดมะพร้าว หน่อไม้อีกด้วย ซึ่งอาจไม่เห็นอยู่ในเมนู แต่ทางร้านทำให้ลูกค้าได้ตามสั่งเลย
อาหารจานแรกจึงขอแนะนำ “ส้มตำปูม้า” ซึ่งเป็นเมนูชูโรงที่ทางร้านคัดสรรปูม้ามาจากเมืองมหาชัย แหล่งอาหารทะเลใกล้กรุงเทพฯ จึงมีความสด ใหม่ ซึ่งในหนึ่งวันใช้ปูม้าถึง 5 กิโลกรัม แต่ถ้าวันไหนลูกค้าเยอะหรือเป็นช่วงเทศกาลสำคัญ ก็จะขายส้มตำปูม้าได้ถึง 10 กิโลกรัมเลยทีเดียว
ส่วนรสชาติของปูม้านั้นจะมีรสออกหวานเล็กน้อย แต่ได้กลิ่นของความสด เมื่อนำมาตำรวมเป็นส้มตำปูม้า จึงให้รสชาติ 3 รสตามแบบฉบับของร้านซึ่งลูกค้าต่างรู้กัน
นอกจากการนำปูม้ามาทำเป็นส้มตำแล้ว ยังมียำปูม้าที่อร่อยเด็ด เพราะด้วยวิธีการดองน้ำปลา โดยใส่น้ำตาลเล็กน้อยเพื่อให้มีรสชาติกลมกล่อม จึงอร่อยล้ำหาใครเทียมทานได้
“ตอนนี้ลูกค้าฮิต “หมูตกครก” ก็เหมือนกับส้มตำคอหมูย่างเรา แต่ว่าเขาจะใส่หัวหอมแดง และผักชีฝรั่ง วิธีการทำก็ไม่ยากมากนัด โดยการเอาหมูไปย่างสุกแบบไม่แห้งมาก เนื้อหมูจะหวาน แล้วก็นำมาตำเป็นส้มตำ” ก็อร่อยไม่แพ้กัน
นอกจากจะอร่อยกับสารพัดส้มตำแล้ว อาหารคาวของที่นี่ก็อร่อยไม่เป็นสองรองใคร เมนูที่ลูกค้าชอบสั่งเป็นประจำ ได้แก่ ลาบปลาตะเพียน ต้มแซบกระดูกอ่อน ซึ่งเป็นเมนูที่ออกขายมากที่สุดในแต่ละวัน ส่วนปลาเผา ปลานึ่ง ก็ออกตามมาไม่แพ้กัน ส่วนปลาตะเพียนของที่นี่นั้น สามารถกินได้หมดทั้งตัว เพราะกรอบ อร่อย แม้ก้างก็ไม่มีเหลือ
สำหรับเมนูที่ทางร้านนำเสนอวันนี้ “กุ้งนึ่งกระเทียมนมสด” ลูกค้าบางคนอาจเรียกว่า “กุ้งแช่นมสด” เพราะเมนูจานนี้เป็นกุ้งนึ่ง ซึ่งจัดเรียงสวยงามอยู่ในจาน และราดด้วยนมสดขาวข้น หอมกลิ่นนมคละคลุ้งกับกลิ่นกุ้งนึ่งกระเทียมชวนน้ำลายไหล เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มซีฟูดรสแซบสำหรับอาหารทะเลโดยเฉพาะ
“ทอดมันปลาไข่เค็ม” เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่การเอาทอดมันปลาธรรมดาๆ นี่เอง นำไปห่อกับไข่แดงของไข่เค็ม ทำให้ได้ลิ้มรสชาติความมันของไข่แดงที่เข้ากับเนื้อของทอดมันปลาเป็นอย่างดี พร้อมเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มทอดมัน ซึ่งรสชาติแตกต่างไปจากทอดมันจานอื่นที่เราเคยกิน
ตามด้วยความอลังการของเมนู “ปลาทับทิมชายน้ำ” ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม ปรุงแต่งรสด้วยเครื่องสมุนไพรหลายชนิด ได้แก่ หอม กระเทียม มะม่วง ขิง ตะไคร้ซอย ราดลงบนปลาที่ทอดกรอบใหม่ๆ แต่เนื้อด้านในนุ่ม รู้ถึงความสดอร่อยใน 3 รส ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็มแบบลงตัวพอดี
“ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นขาประจำซึ่งมาจากที่อื่น ต่างจังหวัดก็มี บางครั้งมากินแค่ลาบปลาตะเพียนหรือบางทีก็สั่งปูม้า เราจึงพยายามไม่ให้ของหมด เพราะลูกค้าตั้งใจมากิน เขาเชื่อถือในอาหารของเราซึ่งวัตถุดิบหลายอย่างเราทำเองหมด อย่างพริกป่นคั่ว ข้าวคั่ว ถั่วลิสงบด จึงไม่ต้องกลัวเรื่องเชื้อราหรือแบคทีเรียที่จะปะปนมากับอาหาร”
“ตอนช่วงขายดีๆ นี่ 10 กิโลก็ไม่พอ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ที่มามักจะสั่งเพิ่ม ที่ไม่เบิลนี่ส่วนน้อย บางทีโต๊ะหนึ่งสั่งเฉพาะเมนูส้มตำเยอะมาก และที่ขาดไม่ได้ก็ยังเป็นส้มตำปูม้าเหมือนเดิม”
ถ้าใครอยากทดสอบความอร่อยในแบบรสชาติไม่ซ้ำใคร ก็ตรงมาที่ร้านส้มตำปูม้าได้เลย เปิดพร้อมขายเวลา 10 โมงครึ่งจนถึง 4 ทุ่มครึ่ง ถ้ามาช่วงเที่ยงเห็นคนเต็มร้าน อย่าเพิ่งตกใจ เพราะเป็นช่วงเวลาขายดี มาถึงร้านทั้งทีก็ขอแทรกตัวมานั่งรอกินของอร่อยกันก่อน รับรองว่าคุ้มค่ากับการรอคอยจริงๆ
ร้านส้มตำปูม้า จากถนนจรัญสนิทวงศ์ เข้ามาประมาณ 200 เมตร พอถึงปากซอยบางขุนนนท์ 13 จะเห็นร้านส้มตำปูม้าตั้งอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือ
เปิดบริการ : 10.30 -22.30 น.
ราคา : 40 บาท
โทร. 08-1351-7390, 08-6396-2557
แนะนำเมนูอร่อย
1.ส้มตำปูม้า (40 บาท)
2.กุ้งนึ่งกระเทียมนมสด (100 บาท)
3.ทอดมันปลาไข่เค็ม (100 บาท)
4.ปลาทับทิมชายน้ำ (180 บาท)
ข่าวโดยทีมข่าว M-Lite/ASTV สุดสัปดาห์
ภาพโดย วรวิทย์ พานิชนันท์



