เอเจนซี - ทางการท้องถิ่นของญี่ปุ่นเปลี่ยนชื่อ "สนามบินโทยามะ" โดยเพิ่มคำต่อท้ายให้ยาวขึ้นเป็น "สนามบินโทยามะ-ทาคายามะ ซูชิ" หรือเรียกสั้น ๆ ว่า "สนามบินซูชิ" โดยหวังว่าสถานที่ชื่อดังใกล้ ๆ อย่างทาคายามะ ใน จ.กิฟุ ที่อยู่ใกล้ๆ กับ อาหารญี่ปุ่นยอดนิยมระดับโลกอย่าง "ซูชิ" จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามามากขึ้น
วานนี้ (9 ก.ค. 69) เว็บไซต์ The Japan News ของสำนักข่าวโยมิอุริ สื่อใหญ่ของญี่ปุ่นรายงานว่า ทางการท้องถิ่นของ จ.โทยามะ ได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อ "สนามบินโทยามะ" ให้เป็น "สนามบินโทยามะ-ทาคายามะ ซูชิ" เพื่อจุดประสงค์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดมากขึ้น
เมื่อวันพุธ (8 ก.ค.) ที่ผ่านมานายฮาชิโระ นิตตะ ผู้ว่าราชการจังหวัดโทยามะประกาศว่า สนามบินโทยามะในจังหวัดโทยามะได้เปลี่ยนชื่อเล่นจาก "สนามบินโทยามะ คิโตะคิโตะ" เป็น "สนามบินโทยามะ-ทาคายามะ ซูชิ" โดยหยิบยืมชื่อของทาคายามะ ซึ่งเป็นเมืองในจังหวัดกิฟุที่อยู่ติดกัน ซึ่งมีทัศนียภาพของเมืองเก่าแก่ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้สนามบินแห่งนี้เป็นประตูสู่เมืองดังกล่าว ทางอากาศ โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้มากขึ้น
ตามข้อมูลจากรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดโทยามะ นี่ถือเป็นกรณีที่สองเท่านั้นที่สนามบินของญี่ปุ่นนำชื่อสถานที่ในจังหวัดอื่นมาตั้งเป็นชื่อเล่น ต่อจากสนามบินฮางิ-อิวามิ ในเมืองมาสึดะ จังหวัดชิมาเนะ ซึ่งหยิบยืมชื่อของเมืองฮางิ ซึ่งเป็นเมืองในจังหวัดยามากุจิมาใช้
ทั้งนี้ สนามบินโทยามะถือเป็นสนามบินที่อยู่ใกล้เมืองทาคายามะที่สุด โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ไม่ถึงสองชั่วโมง ซึ่งในการแถลงข่าว นิตตะกล่าวว่าเขาหวังว่าสนามบินแห่งนี้จะได้รับการยอมรับในฐานะ "ประตูสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก"
สำหรับ ชื่อเล่นเดิมของสนามบินมาจากคำว่า "คิโตะคิโตะ" (kitokito) ซึ่งเป็นคำในภาษาถิ่นของโทยามะที่แปลว่า "สด" เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่สนามบินแห่งนี้อยู่ในภาวะซบเซา ผู้บริหารจัดการสนามบินจึงได้เสนอให้มีการเปลี่ยนชื่อเล่นต่อรัฐบาลจังหวัด และแนะนำให้ใช้คำว่า "ทาคายามะ" และ "ซูชิ" ซึ่งเป็นคำที่คาดว่าจะดึงดูดความสนใจจากต่างประเทศได้มากกว่า
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งในฝ่ายการท่องเที่ยวของรัฐบาลเทศบาลเมืองทาคายามะกล่าวว่า "เราจะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งหากการเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยนำพานักท่องเที่ยวมายังทาคายามะมากขึ้น แต่ในจุดนี้ยังคงต้องรอดูกันต่อไป เราต้องการที่จะเฝ้าสังเกตการณ์อย่างใจเย็นว่าสิ่งต่างๆ จะดำเนินไปอย่างไร"


