ปรัชญาการทำงานแบบ “เจแปนเวย์” ผ่านมุมมองของผู้บริหารชาวไทย ซึ่งผ่านประสบการณ์ทำงานกับชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 10 ปี...โดย ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทอิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด

ตอนที่ 45
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น มีคำหนึ่งที่ผมอยากให้คนทำงานและคนอยู่ร่วมกันในวัฒนธรรมญี่ปุ่น มีคำหนึ่งที่ผมอยากให้คนทำงานและคนอยู่ร่วมกันได้รู้จัก คำนั้นคือได้รู้จัก คำนั้นคือ “気配り (きくばり | Kikubari)” ซึ่งแปลอย่างเรียบง่ายว่า “การใส่ใจ” แต่หากมองลึกกว่านั้น… Kikubari คือ “การใส่ใจสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น” คือการคิดเผื่อไปข้างหน้า เผื่อใจให้คนอื่นก่อนที่จะเกิดปัญหา และช่วยลดความไม่ตั้งใจ…ไม่ให้กลายเป็นความเสียใจ
ผมนึกถึงภาพหนึ่งที่ญี่ปุ่น เวลาใครจะเข้าห้องน้ำในที่สาธารณะหรือสำนักงาน สิ่งที่เขาทำไม่ใช่แค่เปิดประตู แต่เขาจะ “เคาะเบา ๆ ก่อน” แล้วรอฟัง แม้บางครั้งจะเห็นชัดว่าห้องนั้นว่าง ในญี่ปุ่นห้องน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะในอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีรถไฟ จะมีประตูแบบบานเปิด (ไม่ใช่บานเลื่อน) และบ่อยครั้งประตูจะเปิด เข้าหรือออกด้านเดียวโดยไม่มีช่องมองภายใน
ดังนั้น…หากมีคนอยู่ข้างในและ เปิดประตูออกมาพอดี ขณะเดียวกันมีคนด้านนอกที่กำลังจะ “เปิดเข้าไป” ก็อาจเกิดการ ชนกันโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งนอกจากจะเจ็บตัวแล้ว ยังสร้างความกระอักกระอ่วนใจให้ทั้งสองฝ่าย ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย…เหมือนเสียเวลานิดเดียว แต่เบื้องหลังการกระทำนั้น คือ หัวใจที่เผื่อไว้ให้คนที่เราอาจมองไม่เห็น
Kikubari ไม่ได้อยู่แค่ในห้องน้ำ แต่มันอยู่ในชีวิต…อยู่ในการทำงาน…และอยู่ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นทุกวัน เช่น…
• การนำเก้าอี้มาเพิ่มในห้องประชุมก่อนที่แขกจะมาถึง
• การเติมน้ำให้ถ้วยที่พร่องไปแล้วโดยไม่ต้องมีใครบอก
• การเตรียมร่มสำรองไว้หน้าประตูในวันที่พยากรณ์อากาศบอกว่าอาจมีฝน สิ่งเหล่านี้…ไม่จำเป็น แต่พอทำแล้ว…มันทำให้ทุกคนรู้สึกว่า “ฉันถูกรอ ฉันถูกใส่ใจ แม้ยังไม่พูดอะไรเลย”
ผมเคยร่วมงานกับพนักงานญี่ปุ่นคนหนึ่ง ก่อนการประชุมสำคัญ เขาจะเดินเช็กโปรเจกเตอร์ เช็กปลั๊กไฟ จัดขวดน้ำ และในวันที่ผมเข้าห้องประชุมพร้อมแขก ผมเห็นเขาวางผ้าเย็นไว้ที่เก้าอี้ของผู้ร่วมประชุมคนไทย เพราะวันนั้นอากาศร้อนมาก และทางเข้าห้องประชุมค่อนข้างไกล ไม่มีใครสั่ง
ไม่มีใครเห็นตอนเขาจัด และเขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่นั่นคือ Kikubari ที่ไม่ต้องใช้คำพูด แต่ทำให้ใจของคนรับ…รู้สึกอบอุ่นโดยไม่ทันตั้งตัว
ในองค์กรของผม ผมเริ่มพูดเรื่อง Kikubari กับพนักงานรุ่นใหม่ว่า การใส่ใจ ไม่ได้วัดที่จำนวนครั้งที่เราช่วย แต่วัดที่ “ความเร็วในการรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร โดยไม่ต้องพูด” และคนที่มี Kikubari ไม่ใช่แค่ “เป็นที่รัก” แต่คือ “ที่พึ่ง” ขององค์กร…เพราะเขาไม่รอให้ปัญหาเกิด แต่เผื่อใจไว้…ให้มันไม่ต้องเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น
Kikubari คือการใช้ใจนำหน้า เพื่อให้ทุกอย่างรอบตัวเบาลงก่อนจะหนัก มันคือพลังของคนเงียบ ที่สังเกตคนธรรมดา ที่ไม่รอให้ใครมาขอ และผู้นำที่รู้ว่า… “การมองเห็น” ยังไม่พอ แต่ต้อง “มองลึกลงไปในสิ่งที่ยังไม่เห็น” ด้วย
“การเคาะประตูก่อนเข้าห้องน้ำ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เบื้องหลังนั้น…คือหัวใจของการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น คือการเผื่อใจให้กับคนที่เราอาจมองไม่เห็น และป้องกันไม่ให้สิ่งที่ไม่ตั้งใจ…กลายเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ”
ตอนที่ 45
ในวัฒนธรรมญี่ปุ่น มีคำหนึ่งที่ผมอยากให้คนทำงานและคนอยู่ร่วมกันในวัฒนธรรมญี่ปุ่น มีคำหนึ่งที่ผมอยากให้คนทำงานและคนอยู่ร่วมกันได้รู้จัก คำนั้นคือได้รู้จัก คำนั้นคือ “気配り (きくばり | Kikubari)” ซึ่งแปลอย่างเรียบง่ายว่า “การใส่ใจ” แต่หากมองลึกกว่านั้น… Kikubari คือ “การใส่ใจสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น” คือการคิดเผื่อไปข้างหน้า เผื่อใจให้คนอื่นก่อนที่จะเกิดปัญหา และช่วยลดความไม่ตั้งใจ…ไม่ให้กลายเป็นความเสียใจ
ผมนึกถึงภาพหนึ่งที่ญี่ปุ่น เวลาใครจะเข้าห้องน้ำในที่สาธารณะหรือสำนักงาน สิ่งที่เขาทำไม่ใช่แค่เปิดประตู แต่เขาจะ “เคาะเบา ๆ ก่อน” แล้วรอฟัง แม้บางครั้งจะเห็นชัดว่าห้องนั้นว่าง ในญี่ปุ่นห้องน้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะในอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีรถไฟ จะมีประตูแบบบานเปิด (ไม่ใช่บานเลื่อน) และบ่อยครั้งประตูจะเปิด เข้าหรือออกด้านเดียวโดยไม่มีช่องมองภายใน
ดังนั้น…หากมีคนอยู่ข้างในและ เปิดประตูออกมาพอดี ขณะเดียวกันมีคนด้านนอกที่กำลังจะ “เปิดเข้าไป” ก็อาจเกิดการ ชนกันโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งนอกจากจะเจ็บตัวแล้ว ยังสร้างความกระอักกระอ่วนใจให้ทั้งสองฝ่าย ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย…เหมือนเสียเวลานิดเดียว แต่เบื้องหลังการกระทำนั้น คือ หัวใจที่เผื่อไว้ให้คนที่เราอาจมองไม่เห็น
Kikubari ไม่ได้อยู่แค่ในห้องน้ำ แต่มันอยู่ในชีวิต…อยู่ในการทำงาน…และอยู่ในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นทุกวัน เช่น…
• การนำเก้าอี้มาเพิ่มในห้องประชุมก่อนที่แขกจะมาถึง
• การเติมน้ำให้ถ้วยที่พร่องไปแล้วโดยไม่ต้องมีใครบอก
• การเตรียมร่มสำรองไว้หน้าประตูในวันที่พยากรณ์อากาศบอกว่าอาจมีฝน สิ่งเหล่านี้…ไม่จำเป็น แต่พอทำแล้ว…มันทำให้ทุกคนรู้สึกว่า “ฉันถูกรอ ฉันถูกใส่ใจ แม้ยังไม่พูดอะไรเลย”
ผมเคยร่วมงานกับพนักงานญี่ปุ่นคนหนึ่ง ก่อนการประชุมสำคัญ เขาจะเดินเช็กโปรเจกเตอร์ เช็กปลั๊กไฟ จัดขวดน้ำ และในวันที่ผมเข้าห้องประชุมพร้อมแขก ผมเห็นเขาวางผ้าเย็นไว้ที่เก้าอี้ของผู้ร่วมประชุมคนไทย เพราะวันนั้นอากาศร้อนมาก และทางเข้าห้องประชุมค่อนข้างไกล ไม่มีใครสั่ง
ไม่มีใครเห็นตอนเขาจัด และเขาไม่ได้พูดอะไรเลย แต่นั่นคือ Kikubari ที่ไม่ต้องใช้คำพูด แต่ทำให้ใจของคนรับ…รู้สึกอบอุ่นโดยไม่ทันตั้งตัว
ในองค์กรของผม ผมเริ่มพูดเรื่อง Kikubari กับพนักงานรุ่นใหม่ว่า การใส่ใจ ไม่ได้วัดที่จำนวนครั้งที่เราช่วย แต่วัดที่ “ความเร็วในการรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร โดยไม่ต้องพูด” และคนที่มี Kikubari ไม่ใช่แค่ “เป็นที่รัก” แต่คือ “ที่พึ่ง” ขององค์กร…เพราะเขาไม่รอให้ปัญหาเกิด แต่เผื่อใจไว้…ให้มันไม่ต้องเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น
Kikubari คือการใช้ใจนำหน้า เพื่อให้ทุกอย่างรอบตัวเบาลงก่อนจะหนัก มันคือพลังของคนเงียบ ที่สังเกตคนธรรมดา ที่ไม่รอให้ใครมาขอ และผู้นำที่รู้ว่า… “การมองเห็น” ยังไม่พอ แต่ต้อง “มองลึกลงไปในสิ่งที่ยังไม่เห็น” ด้วย
“การเคาะประตูก่อนเข้าห้องน้ำ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เบื้องหลังนั้น…คือหัวใจของการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น คือการเผื่อใจให้กับคนที่เราอาจมองไม่เห็น และป้องกันไม่ให้สิ่งที่ไม่ตั้งใจ…กลายเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ”


