รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นโทรตรงถึงอิหร่าน ประณามการโจมตีเพื่อนบ้านและคุกคามช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเรียกร้องให้ปล่อยตัวชาวญี่ปุ่นที่ถูกควบคุมตัวทันที สะท้อนท่าทีที่แข็งกร้าวขึ้นของรัฐบาลโตเกียวท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค
โตเกียว, 9 มี.ค. (สำนักพิมพ์จิจิ) -- เมื่อวันจันทร์ (9 มี.ค.) โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศของญี่ปุ่นได้พูดคุยกับอับบาส อาราห์ชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านทางโทรศัพท์ โดยประณามอิหร่านสำหรับการโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกของภาคเอกชนในประเทศเพื่อนบ้าน และคุกคามความปลอดภัยในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
โมเตกิยังเรียกร้องให้ปล่อยตัวชาวญี่ปุ่นสองคนที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในอิหร่านโดยเร็ว
นักการทูตระดับสูงของญี่ปุ่นแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการโจมตีตอบโต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างอิหร่านและกองกำลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เขายังแสดงจุดยืนคัดค้านการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วย
อาราคชีอธิบายจุดยืนของอิหร่านและแสดงความเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือเพื่อความปลอดภัยของชาวญี่ปุ่น
รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองตกลงที่จะติดต่อสื่อสารกันอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ จนถึง ณ เดือนมีนาคม 2569 รัฐบาลญี่ปุ่นโดยทั่วไปไม่ได้ประณามการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านอย่างเป็นทางการ แต่เลือกที่จะนิ่งเงียบเกี่ยวกับการโจมตีดังกล่าวและมุ่งเน้นไปที่การลดความตึงเครียดแทน
แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อท้องถิ่นและประชาชนบางส่วนก็ตาม ญี่ปุ่นกำลังรักษาสมดุลระหว่างพันธมิตรด้านความมั่นคงกับสหรัฐฯ กับความจำเป็นในการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานในตะวันออกกลาง
เกี่ยวกับท่าทีของญี่ปุ่นนั้น จุดยืนอย่างเป็นทางการของ นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ และรัฐบาลได้มุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคมากกว่าการประณามการกระทำของสหรัฐฯ
แนวทางการทูตของญี่ปุ่นทีีดำเนินตอนนี้คือเรียกร้องให้อิหร่านหยุดการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่มั่นคง โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้ท่าทีที่ค่อนข้างแข็งกร้าวต่ออิหร่านมากกว่าท่าทีที่เป็นกลาง
ปฏิกิริยาของประชาชนและ สื่อญี่ปุ่นบางแห่ง เช่น โตเกียวชิมบุน ได้อธิบายการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็น "การกระทำที่อุกอาจ" นอกจากนี้ยังมีการประท้วงเล็กๆ น้อยๆ นอกฐานทัพเรือสหรัฐฯ ในญี่ปุ่น โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้ยุติปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ
ว่าโดยสภาพการณ์แล้ว ญี่ปุ่นเพียงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อปริมาณน้ำมัน และหวังเพียงว่าสถานการณ์จะไม่บานปลาย


