ญี่ปุ่นเตรียมยกเลิกการตรวจคนเข้าเมืองแบบพบหน้า รับมือนักท่องเที่ยวทะลัก ตั้งเป้าลดความแออัดในสนามบินด้วยระบบคัดกรองออนไลน์ JESTA ก่อนเดินทาง
โตเกียว (9 มี.ค.) - รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังดำเนินการยกเลิกข้อกำหนดที่นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ต้องพบกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองตรวจลงตราเพื่อเข้าประเทศ เนื่องจากต้องการปรับปรุงขั้นตอนการเข้าประเทศให้ง่ายขึ้นท่ามกลางการท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น
สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกล่าวว่า จะเปลี่ยนมาใช้ข้อมูลนักท่องเที่ยวที่รวบรวมผ่านระบบคัดกรองก่อนเดินทางออนไลน์ที่เรียกว่า ระบบอนุญาตการเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น หรือ JESTA ซึ่งมีกำหนดเปิดใช้งานในปีงบประมาณ 2028 แทน
สำนักงานฯ กล่าวว่า การยกเลิกการตรวจสอบคนเข้าเมืองแบบตัวต่อตัวเพื่อลดความแออัดในสนามบินนั้น เป็นเรื่องที่หาได้ยากในระดับโลก
รัฐบาลวางแผนที่จะพัฒนากรอบกฎหมายสำหรับระบบนี้ผ่านร่างกฎหมายแก้ไขกฎหมายควบคุมคนเข้าเมือง ซึ่งคาดว่าจะเสนอต่อรัฐสภาในสมัยประชุมปัจจุบัน
นักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าระยะสั้นจะต้องใช้ระบบใหม่นี้ ปัจจุบันมี 74 ประเทศและภูมิภาคที่ตรงตามข้อกำหนดนี้
ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมากถึง 42.7 ล้านคนในปี 2025 และตั้งเป้าหมายไว้ที่ 60 ล้านคนภายในปี 2030
JESTA จะขอให้นักท่องเที่ยวระบุวัตถุประสงค์ของการเดินทางออนไลน์ก่อนเดินทาง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะอนุมัติหรือปฏิเสธการอนุญาตให้เข้าประเทศ ผู้ที่ต้องสงสัยว่าตั้งใจจะอยู่เกินกำหนดจะถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่อง
เมื่อเดินทางมาถึงสนามบินบางแห่งในญี่ปุ่น ผู้เดินทางจะต้องสแกนลายนิ้วมือและถ่ายรูปด้วยแท็บเล็ตดิจิทัลที่เรียกว่า Integrated Kiosk ซึ่งทำหน้าที่ทั้งตรวจสอบคนเข้าเมืองและศุลกากร
ภายใต้ระบบที่เสนอ หากไม่พบปัญหาใดๆ เช่น ประวัติการอยู่เกินกำหนดวีซ่า พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้ผ่านประตูและเข้าประเทศได้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะประจำอยู่ใกล้ประตูทางเข้าและสามารถตรวจสอบแบบตัวต่อตัวได้หากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย หรือปัญหาอื่นๆ
ปัจจุบัน Integrated Kiosk มีให้บริการที่สนามบินนาริตะ ฮาเนดะ คันไซ และฟุกุโอกะ โดยหน่วยงานวางแผนที่จะขยายระบบไปยังสนามบินอื่นๆ เพิ่มเติม


