โดราเอมอน" คือเรื่องราวที่บอกว่าเด็กควรเติบโตมาจากการพยายามด้วยตนเอง รักษาไว้ซึ่งมิตรภาพ และการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ มากกว่าการพึ่งพาทางลัด
บ้านของพวกเขา ใช้ที่รกร้างเปนพื้นที่พบปะวิ่งเล่น สภาพแวดล้อมที่เด็กๆเข้าถึงได้ของยุคสมัยนั้น
และแม้จะมีอุปกรณ์ไฮเทคสุดล้ำ (ยิ่งกว่าเอไอยุคนี้)ของโดราเอมอน แต่คุณค่าพื้นฐานของมนุษย์ก็ได้รับการทดสอบเสมอ
ชีวิตในบ้านของโนบิตะ และผองเพื่อนๆ ที่ฟอลโลว์ กัน (แค่ 4-5 คน) นั้น ความพยายามสำคัญกว่าเวทมนตร์ (ไม่มีทางลัด) โนบิตะมักใช้อุปกรณ์ไฮเทคเพื่อหาทางลัด ซึ่งมักจะส่งผลเสียและทำให้วิกฤติกลายเป็นวิบัติทุกที
เติบโตในชีวิตจริงต้องอาศัยการต่อสู้และความพยายามด้วยตนเอง เพราะไม่มี "สูตรโกง" สำหรับการสร้างชะตากรรมที่ดี
ความอ่อนแอของโนบิตะไม่ใช่ข้อบกพร่อง ชีวิตในบ้านของเขา แม้จะไม่สมบูรณ์แบบอย่างบ้านอื่นๆ โนบิตะ ก็มีพื้นฐานเอาดี ไม่ทำให้ใครลำบาก เข้าทอดหุ่ย ขี้เกียจ ซุ่มซ่าม และอ่อนแอ แต่ได้รับความรัก มิตรภาพ และการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากครอบครัวและเพื่อนๆ
โนบิตะไม่ใช่เด็กกล้าหาญในแบบว่าไม่กลัวอะไรเลย
แต่ กล้าหาญในแบบลงมือทำแม้จะกลัว
โนบิตะที่มักจะหวาดกลัวเป็นสารตั้งต้น เรียนรู้ที่จะก้าวไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวเสมอ (เช่น การยืนหยัดแบบแหยงๆ ต่อสู้กับไจแอนท์) แสดงให้เห็นว่าความกล้าหาญนั้นอยู่ที่ความเพียรพยายามเผชิญหน้าความกลัว ไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่ง ไม่กลัวอะไร
โนบิ เป็นเด็กแนวที่ ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง เพราะว่าแม้โนบิตะจะล้มเหลวอยู่เสมอ โดราเอมอนก็ยังอยู่เคียงข้าง สภาพแวดล้อมในบ้านเน้นย้ำว่ามิตรภาพหมายถึงการสนับสนุนซึ่งกันและกันในยามล้มเหลว สำคัญกว่า แค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จ
มันคือการที่วิ่งหนีบ้าง ล้มบ้างก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่กลับมาแข็งแกร่งขึ้น
"ประตูไปได้ทุกที่" อาจพาเราหนีความกดดันในชีวิต (ความเหนื่อยล้า ความล้มเหลว) ได้ แต่ยังไงก็ต้องกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างแข็งแกร่งและชาญฉลาดขึ้น
พ่อแม่ของโนบิตะ (ทามาโกะและโนบิสุเกะ) แม้จะเข้มงวดตามแบบพ่อแม่ร่วมสมัยนั้น แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่ ไม่เป็นอุดมคติ แต่ก็เป็นบ้านที่อบอุ่นและมั่นคงให้แก่โนบิ เสมอ
ใต้หลังคาบ้านอันเรียบง่ายนี้ ยุคสมัยหนึ่งเป็นตัวแทนของวิถีชีวิต ความสุขที่มักพบได้ในห้วงเวลาอันเงียบสงบของชีวิตในบ้าน มิตรภาพ และ ความมีน้อย ซึ่ง "ให้คืน" มากกว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และฉูดฉาด


