ปรัชญาการทำงานแบบ “เจแปนเวย์” ผ่านมุมมองของผู้บริหารชาวไทย ซึ่งผ่านประสบการณ์ทำงานกับชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 10 ปี...โดย ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล
ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทอิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด
ตอนที่ 40

ในภาษาญี่ปุ่นมีคำหนึ่งที่ชวนให้ใจสั่น และถูกพูดถึงในหลายบทวิเคราะห์เชิงสังคม คำคำนี้คือ 過労死 (かろうし | Karōshi) แปลตรงตัวว่า “ตายเพราะงานมากเกินไป” หรือ “การทำงานจนหมดใจจนถึงความตาย” มันคือภาพสะท้อนด้านมืดของ “ความมุ่งมั่น” และ “การยอมเสียสละโดยไม่ถามเหตุผลว่า ‘เพื่ออะไร’
Karōshi เกิดได้อย่างไร ระบบการทำงานแบบญี่ปุ่นที่ให้คุณค่ากับ 忠誠 (Chuusei: ความจงรักภักดี), 勤勉 (Kinben: ความขยัน), และ 我慢 (Gaman: ความอดทนอดกลั้น) ถูกยกย่องเป็นคุณธรรมแต่เมื่อคำเหล่านี้ถูกทดสอบต่อขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจ “การไม่ลาออกแม้เหนื่อย” กลายเป็นภาระหนักที่บางคนแบกรับไม่ไหว
กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเคยรับรองจำนวนคดีที่เกี่ยวกับ Karōshi จากโรคระบบหลอดเลือดสมองหรือหัวใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายกรณี พนักงานทำโอทีเกินเวลามาก ๆ (บางเดือนเกิน 80 ชั่วโมง) จนร่างกายรับไม่ไหว
นอกจากนั้น ความเครียดสะสม ความกดดันในการแสดงผลงาน และการไม่มีพื้นที่พักใจ…ก็เป็นตัวตัวแปรสำคัญ
Black Company (ブラック企業) – โรงงานมืดที่คนรุ่นใหม่หวาดหวั่น อีกรูปแบบของด้านมืดคืองานใน ブラック企業 (Black Kigyō | บริษัทมืด) บริษัทเหล่านี้มักจะให้พนักงานทำงานล่วงเวลาโดยไม่จ่าย, ข่มขู่ให้ลาออก, ใช้การบังคับทางจิตใจ (power harassment) หรือโยนงานให้จนล้น
นักวิจัยพบว่า “บริษัทมืด” อยู่ในอุตสาหกรรมไอที, บริการ, สื่อสาร ฯลฯ และเป็นปัญหาใหญ่ในญี่ปุ่นปัจจุบัน
บางคนถูก “banishment room” หรือที่เรียกว่า 追い出し部屋 (Oide-shi-beya) ถูกดันให้ออกนอกสายงานจนไม่มีงานทำแต่ยังอยู่ในบริษัท เป็นวิธีบังคับให้ลาออกเองโดยไม่ต้องไล่ออกอย่างเป็นทางการ
สังคมเพอร์เฟกชันนิสต์ กับแรงกดดันที่ไม่เคยพอ วัฒนธรรมญี่ปุ่นมีแนวโน้ม 完璧主義 (Kanpeki Shugi) หรือความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีจุดบกพร่อง
แต่ถ้าทุกคนต้องเป็นคนที่ “ไม่เคยผิด” หรือ “ไม่เคยพลาด” ผลลัพธ์ที่เกิดคือความเครียดที่ซ่อนอยู่ในใจ เมื่อผลงานไม่เพอร์เฟกต์ ก็กลายเป็นภาระหนัก
ในบทความวิเคราะห์ “The Dark Side of Japanese Society” มีการชี้ว่า แนวคิดที่ “ไม่แสดงจุดอ่อน” ทำให้คนไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือ และพลาดโอกาสพ้นวิกฤตเพียงเพราะกลัวว่าเขาจะถูกตัดสินว่าอ่อนแอ
หากต้องตกอยู่ในภาวะดังกล่าวมีสองคำถามสำคัญที่คุณควรถามตนเอง คือ
1 เมื่อคุณบอกว่าคุณ “พร้อมทำงาน 24/7” — นั่นคือการแสดง 覚悟 (Kakugo) หรือการคลั่งไคล้ทำลายตัวเอง
2 เมื่อองค์กรให้ค่าคนที่ทำโอทีมากที่สุด — แท้จริงแล้วคุณค่าของคนถูกวัดจาก “ปริมาณ” หรือ “คุณภาพ” ของงาน
คำตอบจากสองคำถามนี้จะทำให้คุณได้รับรู้ว่า คุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ Karōshi หรือ “ตายเพราะงานมากเกินไป” หรือไม่
ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทอิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด
ตอนที่ 40
ในภาษาญี่ปุ่นมีคำหนึ่งที่ชวนให้ใจสั่น และถูกพูดถึงในหลายบทวิเคราะห์เชิงสังคม คำคำนี้คือ 過労死 (かろうし | Karōshi) แปลตรงตัวว่า “ตายเพราะงานมากเกินไป” หรือ “การทำงานจนหมดใจจนถึงความตาย” มันคือภาพสะท้อนด้านมืดของ “ความมุ่งมั่น” และ “การยอมเสียสละโดยไม่ถามเหตุผลว่า ‘เพื่ออะไร’
Karōshi เกิดได้อย่างไร ระบบการทำงานแบบญี่ปุ่นที่ให้คุณค่ากับ 忠誠 (Chuusei: ความจงรักภักดี), 勤勉 (Kinben: ความขยัน), และ 我慢 (Gaman: ความอดทนอดกลั้น) ถูกยกย่องเป็นคุณธรรมแต่เมื่อคำเหล่านี้ถูกทดสอบต่อขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจ “การไม่ลาออกแม้เหนื่อย” กลายเป็นภาระหนักที่บางคนแบกรับไม่ไหว
กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเคยรับรองจำนวนคดีที่เกี่ยวกับ Karōshi จากโรคระบบหลอดเลือดสมองหรือหัวใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายกรณี พนักงานทำโอทีเกินเวลามาก ๆ (บางเดือนเกิน 80 ชั่วโมง) จนร่างกายรับไม่ไหว
นอกจากนั้น ความเครียดสะสม ความกดดันในการแสดงผลงาน และการไม่มีพื้นที่พักใจ…ก็เป็นตัวตัวแปรสำคัญ
Black Company (ブラック企業) – โรงงานมืดที่คนรุ่นใหม่หวาดหวั่น อีกรูปแบบของด้านมืดคืองานใน ブラック企業 (Black Kigyō | บริษัทมืด) บริษัทเหล่านี้มักจะให้พนักงานทำงานล่วงเวลาโดยไม่จ่าย, ข่มขู่ให้ลาออก, ใช้การบังคับทางจิตใจ (power harassment) หรือโยนงานให้จนล้น
นักวิจัยพบว่า “บริษัทมืด” อยู่ในอุตสาหกรรมไอที, บริการ, สื่อสาร ฯลฯ และเป็นปัญหาใหญ่ในญี่ปุ่นปัจจุบัน
บางคนถูก “banishment room” หรือที่เรียกว่า 追い出し部屋 (Oide-shi-beya) ถูกดันให้ออกนอกสายงานจนไม่มีงานทำแต่ยังอยู่ในบริษัท เป็นวิธีบังคับให้ลาออกเองโดยไม่ต้องไล่ออกอย่างเป็นทางการ
สังคมเพอร์เฟกชันนิสต์ กับแรงกดดันที่ไม่เคยพอ วัฒนธรรมญี่ปุ่นมีแนวโน้ม 完璧主義 (Kanpeki Shugi) หรือความสมบูรณ์แบบที่ไม่มีจุดบกพร่อง
แต่ถ้าทุกคนต้องเป็นคนที่ “ไม่เคยผิด” หรือ “ไม่เคยพลาด” ผลลัพธ์ที่เกิดคือความเครียดที่ซ่อนอยู่ในใจ เมื่อผลงานไม่เพอร์เฟกต์ ก็กลายเป็นภาระหนัก
ในบทความวิเคราะห์ “The Dark Side of Japanese Society” มีการชี้ว่า แนวคิดที่ “ไม่แสดงจุดอ่อน” ทำให้คนไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือ และพลาดโอกาสพ้นวิกฤตเพียงเพราะกลัวว่าเขาจะถูกตัดสินว่าอ่อนแอ
หากต้องตกอยู่ในภาวะดังกล่าวมีสองคำถามสำคัญที่คุณควรถามตนเอง คือ
1 เมื่อคุณบอกว่าคุณ “พร้อมทำงาน 24/7” — นั่นคือการแสดง 覚悟 (Kakugo) หรือการคลั่งไคล้ทำลายตัวเอง
2 เมื่อองค์กรให้ค่าคนที่ทำโอทีมากที่สุด — แท้จริงแล้วคุณค่าของคนถูกวัดจาก “ปริมาณ” หรือ “คุณภาพ” ของงาน
คำตอบจากสองคำถามนี้จะทำให้คุณได้รับรู้ว่า คุณกำลังอยู่ในสถานการณ์ Karōshi หรือ “ตายเพราะงานมากเกินไป” หรือไม่


