ปรัชญาการทำงานแบบ “เจแปนเวย์” ผ่านมุมมองของผู้บริหารชาวไทย ซึ่งผ่านประสบการณ์ทำงานกับชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 10 ปี...โดย ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทอิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด

ตอนที่ 38
ไม่นานมานี้ ผมได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ทุกครั้งที่ไป ผมมักจะได้เห็นภาพเล็ก ๆ ที่สะท้อนหัวใจของคนญี่ปุ่น และทำให้คิดถึงคำว่า “思いやり (おもいやり | Omoiyari)” – การคิดถึงใจผู้อื่น
Omoiyari ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือกันเมื่อเห็นใครลำบาก แต่คือการคิดถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายล่วงหน้า แม้เขาจะไม่เอ่ยปากขอ และแม้ว่าเราจะไม่รู้จักกันเลยก็ตาม
ในทริปครั้งนี้ ผมเจอหลายเหตุการณ์ที่ทำให้หยุดคิด วันหนึ่ง ผมยืนต่อคิวเข้าห้องน้ำในสถานีรถไฟ คนข้างหน้าใช้เวลาไม่นาน แต่ก่อนออก เขาใช้กระดาษทิชชู่เช็ดรอยน้ำที่พื้นและโถให้สะอาด
จากนั้นจึงเปิดประตูออกอย่างเงียบ ๆ พร้อมโค้งเล็กน้อยให้คนถัดไป มันเป็นเพียงไม่กี่วินาที…แต่คนที่เข้าไปใช้ต่อก็จะได้เจอสภาพที่พร้อมและสะอาดเสมอ
อีกครั้งหนึ่ง ขณะผมลากกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดที่ไม่มีบันไดเลื่อน ผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่เดินสวนลงมา หยุดและยิ้ม พร้อมยกด้านหนึ่งของกระเป๋าช่วยผมโดยไม่พูดอะไร เมื่อถึงขั้นบน เธอเพียงโค้งเล็กน้อยแล้วเดินจากไป ไม่ได้รอให้ผมขอบคุณยาว ๆ แต่รู้สึกได้ทันทีว่า…นี่แหละคือ Omoiyari
Omoiyari ในชีวิตประจำวันของญี่ปุ่น เป็นวัฒนธรรมที่ฝังลึกอยู่ในสังคมญี่ปุ่นในหลายรูปแบบ เช่น
• การต่อคิวอย่างสงบ แม้สถานีจะแน่นขนัด
• การปิดเสียงโทรศัพท์บนรถไฟ เพื่อไม่รบกวนผู้อื่น
• การวางของให้คนอื่นหยิบได้ง่ายขึ้น แม้ตัวเองจะต้องเลื่อนตำแหน่งออกไปเล็กน้อย
สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่เป็น “ภาษาที่ไร้คำพูด” ซึ่งบอกว่า “ฉันเห็นคุณ และอยากให้คุณสบายใจ”
Omoiyari ไม่ใช่เรื่องของความพยายามครั้งใหญ่ แต่คือการสังเกต การคิดเผื่อ และการกระทำเล็ก ๆ ที่ทำให้โลกของใครบางคนง่ายขึ้น
ในสังคมการทำงาน ถ้าเรามี Omoiyari เราจะเริ่มจากการฟังเพื่อนร่วมงานให้จบก่อนพูด จัดเอกสารให้เรียบร้อยก่อนส่งต่อ หรือเขียนอีเมลชัดเจนเพื่อลดการเข้าใจผิด ทั้งหมดนี้คือ “การคิดถึงใจผู้อื่น” ที่สร้างความแตกต่างโดยไม่ต้องใช้ต้นทุนมากมาย
Omoiyari คือสะพานของหัวใจ การคิดถึงใจผู้อื่น ไม่ได้ทำให้เราเสียอะไร แต่ทำให้เราสร้างโลกเล็ก ๆ รอบตัวให้อบอุ่นขึ้น และเมื่อทุกคนมี Omoiyari โลกก็จะเต็มไปด้วยพื้นที่ที่คนอยากอยู่ร่วมกัน
“ความคิดถึงใจผู้อื่น…ไม่ต้องใช้คำพูด แต่จะทำให้คนจำเราได้จากความรู้สึกดีที่เราฝากไว้”
ตอนที่ 38
ไม่นานมานี้ ผมได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง ทุกครั้งที่ไป ผมมักจะได้เห็นภาพเล็ก ๆ ที่สะท้อนหัวใจของคนญี่ปุ่น และทำให้คิดถึงคำว่า “思いやり (おもいやり | Omoiyari)” – การคิดถึงใจผู้อื่น
Omoiyari ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือกันเมื่อเห็นใครลำบาก แต่คือการคิดถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายล่วงหน้า แม้เขาจะไม่เอ่ยปากขอ และแม้ว่าเราจะไม่รู้จักกันเลยก็ตาม
ในทริปครั้งนี้ ผมเจอหลายเหตุการณ์ที่ทำให้หยุดคิด วันหนึ่ง ผมยืนต่อคิวเข้าห้องน้ำในสถานีรถไฟ คนข้างหน้าใช้เวลาไม่นาน แต่ก่อนออก เขาใช้กระดาษทิชชู่เช็ดรอยน้ำที่พื้นและโถให้สะอาด
จากนั้นจึงเปิดประตูออกอย่างเงียบ ๆ พร้อมโค้งเล็กน้อยให้คนถัดไป มันเป็นเพียงไม่กี่วินาที…แต่คนที่เข้าไปใช้ต่อก็จะได้เจอสภาพที่พร้อมและสะอาดเสมอ
อีกครั้งหนึ่ง ขณะผมลากกระเป๋าเดินทางขึ้นบันไดที่ไม่มีบันไดเลื่อน ผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งที่เดินสวนลงมา หยุดและยิ้ม พร้อมยกด้านหนึ่งของกระเป๋าช่วยผมโดยไม่พูดอะไร เมื่อถึงขั้นบน เธอเพียงโค้งเล็กน้อยแล้วเดินจากไป ไม่ได้รอให้ผมขอบคุณยาว ๆ แต่รู้สึกได้ทันทีว่า…นี่แหละคือ Omoiyari
Omoiyari ในชีวิตประจำวันของญี่ปุ่น เป็นวัฒนธรรมที่ฝังลึกอยู่ในสังคมญี่ปุ่นในหลายรูปแบบ เช่น
• การต่อคิวอย่างสงบ แม้สถานีจะแน่นขนัด
• การปิดเสียงโทรศัพท์บนรถไฟ เพื่อไม่รบกวนผู้อื่น
• การวางของให้คนอื่นหยิบได้ง่ายขึ้น แม้ตัวเองจะต้องเลื่อนตำแหน่งออกไปเล็กน้อย
สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กน้อยในสายตาคนอื่น แต่เป็น “ภาษาที่ไร้คำพูด” ซึ่งบอกว่า “ฉันเห็นคุณ และอยากให้คุณสบายใจ”
Omoiyari ไม่ใช่เรื่องของความพยายามครั้งใหญ่ แต่คือการสังเกต การคิดเผื่อ และการกระทำเล็ก ๆ ที่ทำให้โลกของใครบางคนง่ายขึ้น
ในสังคมการทำงาน ถ้าเรามี Omoiyari เราจะเริ่มจากการฟังเพื่อนร่วมงานให้จบก่อนพูด จัดเอกสารให้เรียบร้อยก่อนส่งต่อ หรือเขียนอีเมลชัดเจนเพื่อลดการเข้าใจผิด ทั้งหมดนี้คือ “การคิดถึงใจผู้อื่น” ที่สร้างความแตกต่างโดยไม่ต้องใช้ต้นทุนมากมาย
Omoiyari คือสะพานของหัวใจ การคิดถึงใจผู้อื่น ไม่ได้ทำให้เราเสียอะไร แต่ทำให้เราสร้างโลกเล็ก ๆ รอบตัวให้อบอุ่นขึ้น และเมื่อทุกคนมี Omoiyari โลกก็จะเต็มไปด้วยพื้นที่ที่คนอยากอยู่ร่วมกัน
“ความคิดถึงใจผู้อื่น…ไม่ต้องใช้คำพูด แต่จะทำให้คนจำเราได้จากความรู้สึกดีที่เราฝากไว้”


