ปรัชญาการทำงานแบบ “เจแปนเวย์” ผ่านมุมมองของผู้บริหารชาวไทย ซึ่งผ่านประสบการณ์ทำงานกับชาวญี่ปุ่นมานานกว่า 10 ปี......โดย ดร.ธนศักดิ์ วหาวิศาล
ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทอิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด

ตอนที่ 36
ครั้งที่ผมไปญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่วันมานี้ ภาพหนึ่งที่ผมเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ พนักงานสูงอายุในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านฟาสต์ฟู้ด หรือแม้แต่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ตามย่านชุมชน
คนเหล่านี้ไม่ได้ยืนอยู่เฉย ๆ แต่ทำงานอย่างตั้งใจ ยิ้มให้ลูกค้า
จัดของ รับออเดอร์ บางคนอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่ยังยืนหลังตรง พูดจาชัดเจน และมีแววตาที่มีชีวิต ภาพนี้ทำให้ผมคิดว่า ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนวิธีมอง “ความแก่” อย่างเงียบ ๆ
สังคมสูงวัย ไม่ได้แปลว่าคนหมดคุณค่า
ญี่ปุ่นคือประเทศที่เข้าสู่ 超高齢社会 (Chō-kōrei Shakai) หรือ “สังคมสูงวัยขั้นสุด” ประชากรกว่า 30% มีอายุมากกว่า 65 ปี ในหลายประเทศ ภาพนี้ถูกมองเป็น “ภาระ” แต่ญี่ปุ่นเลือกมองอีกแบบหนึ่ง พวกเขามองว่า ผู้สูงอายุคือทรัพยากรที่ยังมีประสบการณ์ มีวินัย และมีหัวใจการทำงาน แทนที่จะผลักคนกลุ่มนี้ออกจากระบบ
ญี่ปุ่นเริ่มออกแบบงานที่เหมาะกับพลังของพวกเขา ไม่เร่ง ไม่กดดัน แต่ยังให้รู้สึกว่า “ฉันยังมีที่ยืน”
ร้านฟาสต์ฟู้ดกับคุณปู่หลังเคาน์เตอร์
ผมเคยยืนสั่งอาหารในร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งในโตเกียว พนักงานที่รับออเดอร์เป็นคุณปู่วัยเกือบแปดสิบ เขาพูดช้า แต่ชัด ทวนออเดอร์อย่างสุภาพ ยิ้มให้ผมอย่างจริงใจ ไม่มีใครเร่งเขา ไม่มีลูกค้าแสดงอาการไม่พอใจ ทุกคนรออย่างเข้าใจ
ผมรู้สึกในใจว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องแรงงาน แต่มันคือ วัฒนธรรมของความเคารพ (敬意 – Keii) ที่ฝังอยู่ในสังคมญี่ปุ่น
ทำไมบริษัทญี่ปุ่นถึงจ้างผู้สูงอายุ?
คำตอบไม่ได้มีแค่เรื่องแรงงานขาดแคลน แต่มีเหตุผลลึกกว่านั้น
1. วินัยและความรับผิดชอบ
ผู้สูงอายุญี่ปุ่นเติบโตมากับวัฒนธรรม 責任感 (Sekininkan) เข้างานตรงเวลา ไม่ทิ้งหน้าที่ ไม่ทำงานลวก
2. ความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า
ในห้างหรือร้านค้า พนักงานสูงวัยทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจ เหมือนมีคนในครอบครัวดูแลอยู่
3. สุขภาพใจของผู้สูงอายุเอง
ญี่ปุ่นค้นพบว่า การให้ผู้สูงอายุได้ทำงานเล็ก ๆ อย่างมีคุณค่า ช่วยลดภาวะซึมเศร้า ลดความโดดเดี่ยว และยืดคุณภาพชีวิตได้ดีกว่าการให้อยู่บ้านเฉย ๆ
นี่ไม่ใช่การใช้งาน แต่คือการ “ให้เกียรติ”
สิ่งที่ผมประทับใจที่สุด ไม่ใช่จำนวนผู้สูงอายุที่ทำงาน แต่คือ ท่าทีของสังคมต่อพวกเขา ไม่มีคำว่า “แก่แล้วทำไมยังทำงาน” มีแต่ความรู้สึกว่า “ดีแล้วที่คุณยังอยากทำ” นี่คือญี่ปุ่นใบใหม่ ญี่ปุ่นที่ไม่ได้วัดคุณค่าคนจากอายุ แต่วัดจาก ความตั้งใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
บทเรียนที่สังคมอื่นควรคิดตาม
ในโลกที่หลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ญี่ปุ่นกำลังทดลองคำตอบหนึ่งอย่างจริงจัง ไม่ใช่การเพิ่มเงินบำนาญเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบสังคมให้ คนแก่ไม่ถูกทิ้ง และคนหนุ่มไม่ต้องแบกทุกอย่างเพียงลำพัง
งานอาจไม่ต้องหนัก ตำแหน่งอาจไม่ต้องใหญ่ แต่ “ความหมายของการมีตัวตน” ยังต้องมี
ประเทศที่ให้คนแก่ยังได้ทำงาน คือประเทศที่เคารพชีวิต
ญี่ปุ่นในวันนี้ ไม่ใช่ประเทศที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นประเทศที่กำลังเรียนรู้จะอยู่กับความจริงของโครงสร้างประชากร อย่างไม่หลอกตัวเอง และในภาพคุณปู่หลังเคาน์เตอร์ คุณย่าที่จัดของในซูเปอร์มาร์เก็ต ผมเห็นบางอย่างที่สวยงามมาก ไม่ใช่ความจน ไม่ใช่ความจำเป็น แต่คือ ศักดิ์ศรีของการยังได้มีประโยชน์ต่อโลกใบนี้
“สังคมที่ให้ผู้สูงอายุยังได้ทำงาน ไม่ใช่เพราะขาดคน แต่เพราะรู้ว่าคุณค่าของมนุษย์ไม่ได้หมดอายุพร้อมบัตรประชาชน”
ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร บริษัทอิเดมิตสึ อพอลโล (ประเทศไทย) จำกัด
ตอนที่ 36
ครั้งที่ผมไปญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่วันมานี้ ภาพหนึ่งที่ผมเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คือ พนักงานสูงอายุในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านฟาสต์ฟู้ด หรือแม้แต่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ตามย่านชุมชน
คนเหล่านี้ไม่ได้ยืนอยู่เฉย ๆ แต่ทำงานอย่างตั้งใจ ยิ้มให้ลูกค้า
จัดของ รับออเดอร์ บางคนอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่ยังยืนหลังตรง พูดจาชัดเจน และมีแววตาที่มีชีวิต ภาพนี้ทำให้ผมคิดว่า ญี่ปุ่นกำลังเปลี่ยนวิธีมอง “ความแก่” อย่างเงียบ ๆ
สังคมสูงวัย ไม่ได้แปลว่าคนหมดคุณค่า
ญี่ปุ่นคือประเทศที่เข้าสู่ 超高齢社会 (Chō-kōrei Shakai) หรือ “สังคมสูงวัยขั้นสุด” ประชากรกว่า 30% มีอายุมากกว่า 65 ปี ในหลายประเทศ ภาพนี้ถูกมองเป็น “ภาระ” แต่ญี่ปุ่นเลือกมองอีกแบบหนึ่ง พวกเขามองว่า ผู้สูงอายุคือทรัพยากรที่ยังมีประสบการณ์ มีวินัย และมีหัวใจการทำงาน แทนที่จะผลักคนกลุ่มนี้ออกจากระบบ
ญี่ปุ่นเริ่มออกแบบงานที่เหมาะกับพลังของพวกเขา ไม่เร่ง ไม่กดดัน แต่ยังให้รู้สึกว่า “ฉันยังมีที่ยืน”
ร้านฟาสต์ฟู้ดกับคุณปู่หลังเคาน์เตอร์
ผมเคยยืนสั่งอาหารในร้านฟาสต์ฟู้ดแห่งหนึ่งในโตเกียว พนักงานที่รับออเดอร์เป็นคุณปู่วัยเกือบแปดสิบ เขาพูดช้า แต่ชัด ทวนออเดอร์อย่างสุภาพ ยิ้มให้ผมอย่างจริงใจ ไม่มีใครเร่งเขา ไม่มีลูกค้าแสดงอาการไม่พอใจ ทุกคนรออย่างเข้าใจ
ผมรู้สึกในใจว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องแรงงาน แต่มันคือ วัฒนธรรมของความเคารพ (敬意 – Keii) ที่ฝังอยู่ในสังคมญี่ปุ่น
ทำไมบริษัทญี่ปุ่นถึงจ้างผู้สูงอายุ?
คำตอบไม่ได้มีแค่เรื่องแรงงานขาดแคลน แต่มีเหตุผลลึกกว่านั้น
1. วินัยและความรับผิดชอบ
ผู้สูงอายุญี่ปุ่นเติบโตมากับวัฒนธรรม 責任感 (Sekininkan) เข้างานตรงเวลา ไม่ทิ้งหน้าที่ ไม่ทำงานลวก
2. ความน่าเชื่อถือในสายตาลูกค้า
ในห้างหรือร้านค้า พนักงานสูงวัยทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นใจ เหมือนมีคนในครอบครัวดูแลอยู่
3. สุขภาพใจของผู้สูงอายุเอง
ญี่ปุ่นค้นพบว่า การให้ผู้สูงอายุได้ทำงานเล็ก ๆ อย่างมีคุณค่า ช่วยลดภาวะซึมเศร้า ลดความโดดเดี่ยว และยืดคุณภาพชีวิตได้ดีกว่าการให้อยู่บ้านเฉย ๆ
นี่ไม่ใช่การใช้งาน แต่คือการ “ให้เกียรติ”
สิ่งที่ผมประทับใจที่สุด ไม่ใช่จำนวนผู้สูงอายุที่ทำงาน แต่คือ ท่าทีของสังคมต่อพวกเขา ไม่มีคำว่า “แก่แล้วทำไมยังทำงาน” มีแต่ความรู้สึกว่า “ดีแล้วที่คุณยังอยากทำ” นี่คือญี่ปุ่นใบใหม่ ญี่ปุ่นที่ไม่ได้วัดคุณค่าคนจากอายุ แต่วัดจาก ความตั้งใจและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
บทเรียนที่สังคมอื่นควรคิดตาม
ในโลกที่หลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย ญี่ปุ่นกำลังทดลองคำตอบหนึ่งอย่างจริงจัง ไม่ใช่การเพิ่มเงินบำนาญเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบสังคมให้ คนแก่ไม่ถูกทิ้ง และคนหนุ่มไม่ต้องแบกทุกอย่างเพียงลำพัง
งานอาจไม่ต้องหนัก ตำแหน่งอาจไม่ต้องใหญ่ แต่ “ความหมายของการมีตัวตน” ยังต้องมี
ประเทศที่ให้คนแก่ยังได้ทำงาน คือประเทศที่เคารพชีวิต
ญี่ปุ่นในวันนี้ ไม่ใช่ประเทศที่สมบูรณ์แบบ แต่เป็นประเทศที่กำลังเรียนรู้จะอยู่กับความจริงของโครงสร้างประชากร อย่างไม่หลอกตัวเอง และในภาพคุณปู่หลังเคาน์เตอร์ คุณย่าที่จัดของในซูเปอร์มาร์เก็ต ผมเห็นบางอย่างที่สวยงามมาก ไม่ใช่ความจน ไม่ใช่ความจำเป็น แต่คือ ศักดิ์ศรีของการยังได้มีประโยชน์ต่อโลกใบนี้
“สังคมที่ให้ผู้สูงอายุยังได้ทำงาน ไม่ใช่เพราะขาดคน แต่เพราะรู้ว่าคุณค่าของมนุษย์ไม่ได้หมดอายุพร้อมบัตรประชาชน”


