คอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” โดย “ซาระซัง”
สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน ถ้าถามฉันว่ามาอยู่อเมริกาแล้วคิดถึงอะไรที่ญี่ปุ่นบ้าง หนึ่งในนั้นก็คงเป็นคาราโอเกะ ฉันชอบร้องเพลง แต่ก็มักเลือกเวลาที่ไม่มีใครอยู่รอบตัวจะได้ไม่เขิน ทำให้การอยู่ในโลกส่วนตัวตอนไปคาราโอเกะคนเดียวที่ญี่ปุ่นน่าตื่นเต้นและสนุกเป็นพิเศษ
ในญี่ปุ่นมีคาราโอเกะเจ้าใหญ่ซึ่งมีหลายสาขาทั่วประเทศอยู่หลายเจ้า และมีหลายระดับตั้งแต่ถูกยันแพง ถ้าอยู่ในเมืองจะพบเจอคาราโอเกะได้แทบทุกหนแห่งราวกับดอกเห็ด โดยเฉพาะบริเวณรอบสถานีรถไฟ บางสถานียังมีคาราโอเกะเจ้าเดียวกันอยู่ถึงหลายสาขา บ่งบอกว่าคาราโอเกะเป็นที่ต้องการของคนญี่ปุ่นมากขนาดไหน
ฉันมักจะไปคาราโอเกะเจ้าถูกตามประสาคนงบน้อย เขาคิดราคาต่อครึ่งชั่วโมง กลางวันจะราคาถูกกว่าตอนเย็น และวันธรรมดาจะถูกกว่าเสาร์อาทิตย์ แม้จะเป็นเจ้าเดียวกันแต่ถ้าคนละสาขาก็คนละราคาอีก ช่วงที่ลูกค้าน้อยเขาจะเปิดห้องแบบให้อยู่ได้ทั้งวันหรือทั้งคืนโดยคิดราคาเหมาจ่ายที่ถูกมาก สมัยยังสาวฉันกับเพื่อน ๆ เคยไปช่วงเหมากลางคืน แม้แรก ๆ จะยังสนุกดี ทว่าเมื่อถึงกลางดึก การฝืนอดนอนก็ค่อนข้างทรมาน จริง ๆ แล้วก็อาจจะไม่คุ้มกันเท่าไหร่
ค่าบริการของร้านนี้ยังดีตรงที่รวมค่าเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ไว้แล้ว สามารถไปกดเอาเองได้ตลอดเวลา และหากเป็นสมาชิกของร้านก็จะได้ราคาพิเศษอีก สมัครสมาชิกได้ฟรีเพียงแค่โหลดแอพของทางร้านไว้ในมือถือเท่านั้นเอง ไม่อย่างนั้นก็หาคูปองลดราคาได้จากอินเทอร์เน็ตหรือนิตยสารแจกฟรี เอาไปแสดงให้ทางร้านดูก็จะได้ส่วนลดเป็นครั้ง ๆ ไป
เวลาไปคาราโอเกะร้านนี้ เขาจะให้เขียนชื่อ จำนวนคน จำนวนชั่วโมงที่ต้องการ ถ้าเป็นวันหยุดซึ่งคนแน่น ทางร้านอาจปฏิเสธลูกค้าที่มาคนเดียว (แต่ฉันก็ยังไม่เคยโดน) หรือไม่ก็ให้ลูกค้าแต่ละกลุ่มใช้ห้องได้ไม่เกิน 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น เพื่อให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ได้ใช้บริการบ้าง ซึ่งมันก็ดีตรงที่ทำให้ลูกค้าไม่มาเสียเที่ยว แม้ว่าบางทีอาจจะต้องรอห้องว่างสัก 15-20 นาทีบ้างก็ตาม
พอได้ห้องแล้ว พนักงานจะเรียกชื่อและถามว่าต้องการระบบคาราโอเกะยี่ห้อไหน ซึ่งฉันก็มักเลือกมั่ว ๆ เอา เพราะไม่รู้ว่ามันต่างกันอย่างไร น้องฉันผู้ช่ำชองเรื่องคาราโอเกะบอกว่าบางยี่ห้อจะมีเพลงฝรั่งเยอะกว่า และบางยี่ห้อจะมีมิวสิควีดีโอของจริงเยอะกว่า ก่อนไปที่ห้องคาราโอเกะ พนักงานจะให้แฟ้มเล่มบาง ๆ หนีบกระดาษระบุหมายเลขห้องเอาไว้ พร้อมบอกที่ตั้งห้องและจุดกดเครื่องดื่มให้ ส่วนเงินไว้จ่ายทีหลัง
พอได้ห้องแล้วความรู้สึกดี๊ด๊าก็จะบังเกิด เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาฉันจะรีบไปกดเครื่องดื่มเตรียมไว้ก่อนเข้าห้อง เครื่องดื่มนี้มีทั้งแบบร้อนแบบเย็น มีทั้งน้ำอัดลม น้ำหวาน ชา กาแฟ โกโก้ ไปจนถึงซุปสำเร็จรูป แม้เครื่องดื่มพวกนี้ไม่ได้อร่อยอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็รู้สึกสนุกดีที่เลือกได้หลายอย่าง แล้วก็เตรียมตัวไว้ได้เลยว่าจะได้เข้าห้องน้ำบ่อยแน่นอน
พอกดน้ำที่ชอบได้แล้วก็เร่งรุดไปที่ห้องโดยไว ส่วนใหญ่ถ้ามาคนเดียวก็จะได้ห้องเล็ก แต่บางคราวก็เผอิญได้ห้องกว้างขวางจนรู้สึกราวกับนัดเพื่อนกลุ่มใหญ่แล้วโดนเบี้ยวครบทุกคนเลยต้องร้องเพลงคนเดียว เบื่อ ๆ ขึ้นมาอาจตีลังกาแก้เซ็งจากฟากหนึ่งไปอีกฟากหนึ่งได้หลายตลบ
ถ้าเป็นห้องในโรงแรม ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ หลายแห่งยังให้ลูกค้าเลือกได้ว่าจะเอาแบบสูบบุหรี่หรือไม่สูบบุหรี่ แต่ห้องคาราโอเกะมักจะอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่จาง ๆ เสมอราวกับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่างหนึ่ง อาจจะมีร้านที่ไม่ให้สูบบุหรี่ก็ได้ แต่ตัวฉันเองยังไม่เคยไป
ในห้องคาราโอเกะนี้สามารถปรับความสว่างได้ตามต้องการ มีรีโมทปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศด้วย บนโต๊ะจะมีเครื่องเลือกเพลงหน้าตาคล้ายแท็บเบล็ต ใช้งานง่าย มีทั้งเพลงญี่ปุ่น เพลงจีน และเพลงฝรั่ง สามารถค้นหารายชื่อเพลงจากชนิดของเพลงได้ด้วย เช่น เพลงใหม่ เพลงย้อนยุค เพลงคู่ เพลงการ์ตูน เป็นต้น
จะว่าไปก็ตลกดีที่นึกมาคาราโอเกะเพราะอยากร้องเพลง แต่หลายครั้งพอมาถึงห้องแล้วกลับนึกไม่ออกว่าจะร้องเพลงอะไรดี เวลาอย่างนี้ก็สามารถเลือกจากคลังบันทึกเพลงที่ลูกค้าคนก่อน ๆ หน้าเลือกไว้ ร้องไปร้องมาเดี๋ยวก็นึกออกเองว่าอยากร้องเพลงอะไรต่อ คราวนี้ละจะมีชื่อเพลงผุดขึ้นมาในหัวเป็นชุด บางทีหมดเวลาแล้วยังร้องได้ไม่ครบที่เลือกไว้เลย
น้องฉันชอบร้องเพลงที่นักร้องเป็นผู้ชาย แต่บางเพลงร้องเสียงต่ำเท่านักร้องไม่ได้ เห็นเธอปรับคีย์เสียงดนตรีให้สูงขึ้น 1-2 คีย์ หรือถ้าเพลงเร็วไปหรือช้าไป ก็สามารถปรับให้ช้าลงหรือเร็วขึ้น หรืออยากใส่เอ็ฟเฟ็คลงไปด้วยก็ได้ คาราโอเกะบางเครื่องยังมีให้เลือกว่าจะให้คิดคะแนนในการร้องเพลงไหม พอร้องจบ หน้าจอก็จะบอกว่าเราได้กี่คะแนน จุดไหนเด่น จุดไหนด้อย บางทีก็บอกด้วยว่าที่ร้องเพลงเมื่อกี้เผาผลาญพลังงานไปกี่แคลอรี่
บนโต๊ะจะมีเมนูอาหารวางไว้ให้ มีทั้งรายการกับแกล้มและอาหารจานเดียว ถ้าต้องการอะไรสามารถโทรสั่งได้ เพียงยกหูโทรศัพท์ในห้องขึ้นมาก็จะต่อตรงถึงพนักงานหน้าเคาน์เตอร์เลย น้องฉันเคยเล่าขำ ๆ ว่าเพื่อนคนหนึ่งชอบสั่งทาโกะยากิแบบที่มีลูกหนึ่งใส่ไส้พริกฮาบาเนโร่เผ็ดจัด แต่เราจะไม่รู้ว่ามันคือลูกไหนจนกว่าจะแจ็คพ็อตกินลูกนั้นเข้า และคนที่มักโดนลูกนั้นเข้าจัง ๆ ก็คือเพื่อนคนที่ชอบสั่งเมนูนี้นี่เอง มีอยู่วันหนึ่งน้องฉันนึกสนุกสั่งเมนูนี้มา ฉันกับน้องต่างก็คอยจิ้มกันคนละลูกด้วยใจระทึก ไม่ทันไรก็เห็นน้องฉันยกมือปิดปากทำหน้าเหยเก ฉันถามว่าโดนลูกที่มีฮาบาเนโร่หรือ เธอพยักหน้าทำท่าอยากหัวเราะปนร้องไห้ สงสัยเมนูนี้จะมีอาถรรพ์จริง ใครสั่งคนนั้นเป็นได้กินลูกพิเศษเสียทุกที
บางคราวเพลินกับการร้องเพลงมากไปหน่อย แต่ใกล้หมดเวลาแล้ว ก็จะมีโทรศัพท์จากพนักงานมาบอกว่าอีก 5 นาทีจะหมดเวลา ถ้าเราตกลงก็ต้องออกจากห้องภายใน 5 นาทีนั้น แต่ถ้าอยากต่อเวลาก็บอกเขาได้ว่าขอต่อเวลาอีกครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง อะไรก็ว่าไป มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันเคยต่อเวลาไปสองหนเพราะสนุกไม่เลิก แต่บางทีถ้าเป็นวันที่ลูกค้าแน่น เขาก็ไม่ให้
ครั้งก่อนที่ไปญี่ปุ่น มีอยู่วันหนึ่งฉันว่างตั้งแต่บ่ายจรดเย็น เลยกะจะไปคาราโอเกะคนเดียวยาว แต่ตอนนั้นเป็นช่วงเทศกาลพอดี ทางร้านเลยให้ใช้บริการได้แค่ 1-2 ชั่วโมง ขอต่อเวลาก็ไม่ได้ แต่เขาก็แนะให้ลองถามพนักงานที่ยืนถือป้ายเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้านดูเผื่อว่าสาขาไหนคนน้อยจะได้ไปต่อ ฉันก็เดินไปถาม พนักงานเขาก็โทรไปถามดูว่าสาขาไหนว่างบ้าง จากนั้นก็เอาแผนที่มาให้ฉันดูแล้วบอกว่าต้องไปอย่างไร วันนั้นฉันเลยได้ไปคาราโอเกะถึงสามสาขาต่อกันเพราะแต่ละแห่งให้ใช้บริการได้แค่แป๊บเดียว ดูวุ่นวาย แต่ก็ได้เห็นบรรยากาศของคาราโอเกะแต่ละสาขาที่ไม่เหมือนกัน อย่างบางสาขาก็มีไอศกรีมให้กดเองตามใจชอบ น้องฉันเล่าว่าเคยเจอน้ำยาบ้วนปากกระปุกจิ๋ว ๆ วางไว้ให้ในห้องน้ำ แต่ฉันเองยังไม่เคยเจอแบบนี้ คงเป็นความช่างคิดช่างบริการของแต่ละสาขาเอง
เคยไปคาราโอเกะอีกสาขาหนึ่งที่แพงกว่าและสะอาดหน่อย ตอนนั้นไปเป็นกลุ่มใหญ่สิบกว่าคน เช่าห้องแบบบังคับสั่งเครื่องดื่มคนละ 2 แก้วและมีอาหารว่างให้ แต่อาหารว่างก็มีแค่มันฝรั่งทอดกับอะไรที่ดูไม่เป็นชิ้นเป็นอัน อยู่ได้แค่ 2-3 ชั่วโมง อย่างมากก็ได้ร้องกันแค่คนละเพลงสองเพลง แต่จ่ายกันคนละตั้ง 2-3 พันเยน แถมออกจากร้านก็ท้องร้องจ๊อก ๆ โดยส่วนตัวฉันรู้สึกว่าไปกันน้อยคนและต่างคนต่างได้ร้องเพลงกันเต็มที่น่าจะสนุกกว่า
เดี๋ยวนี้มีคาราโอเกะเจ้าใหม่ที่เน้นลูกค้ามาคนเดียวโดยเฉพาะ แม้ห้องจะเล็กมากราวกับห้องน้ำ แต่ก็มีอุปกรณ์คล้ายสตูดิโออัดเสียง ดูแล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าใช้งานอย่างไร กว่าจะรู้เรื่องคงเสียเวลาไปเยอะ แต่คนที่รักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจน่าจะอยากไปใช้คาราโอเกะที่คล้ายสตูดิโอแบบนี้ ส่วนข้อเสียของร้านที่ว่านี้คือราคาค่อนข้างสูง และต้องเช่าหูฟัง เว้นแต่จะเอาไปเองก็ไม่ต้องเช่า
ในเมืองไทยก็มีคาราโอเกะที่เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น ร้านที่ฉันเคยไปจะมีอาหารให้คนละชุด ค่าบริการก็สมเหตุสมผล และร้านสะอาดสอ้านดี เพียงแต่ถ้าเทียบกับญี่ปุ่นแล้ว การไปคาราโอเกะในญี่ปุ่นง่ายและสะดวกมาก ความเป็นส่วนตัวก็สูง สมมติมีเวลาว่างสักชั่วโมงสองชั่วโมง ก็อาจจะไปแกร่วเพลิน ๆ คนเดียวหรือไปแอบงีบสักพักแบบไม่ต้องคิดมาก หรือถ้าวันไหนเครียด นึกอยากส่งเสียงดัง ๆ ด้วยการร้องเพลงสักชั่วโมงหลังเลิกงานก็ทำได้
แต่ถ้าไม่สะดวกไปคาราโอเกะ ร้องเพลงอยู่บ้านก็ช่วยคลายเครียดได้เหมือนกัน ขอให้เพื่อนผู้อ่านอารมณ์ดีกันทุกคนนะคะ สวัสดีค่ะ.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ซาระซัง" เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


