คอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” โดย “ซาระซัง”
สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน เคยคิดไหมคะว่าถ้าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันมีการบรรจุหีบห่ออย่างนี้ หรือสามารถเปิดด้วยวิธีอย่างนั้นได้ก็คงดี สินค้าญี่ปุ่นดูจะตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดียิ่ง หีบห่อหรือบรรจุภัณฑ์สินค้าญี่ปุ่นจึงใช้ง่ายและสะดวกสบาย ทำให้ฉันรู้สึกว่าสินค้าเมดอินเจแปนของแท้ต้องแบบนี้แหละ
ตอนฉันอยู่ญี่ปุ่นแรก ๆ รู้สึกอัศจรรย์ใจมากกับบรรจุภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่แสนสะดวกต่อการใช้งาน ถ้าจำไม่ผิดน่าจะยังไม่เคยเจอสินค้าชนิดไหนเลยที่รู้สึกว่าเปิดยากหรือใช้งานลำบาก มีแต่ว่าแต่ละอย่างชวนให้ประทับใจว่าผู้ผลิตใจดีจังเลยที่คิดถึงผู้บริโภคขนาดนี้
แต่พออยู่นานเข้าก็คุ้นเคยกับความสะดวกโยธินดังว่า เลยชักจะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ทว่าพอมาอยู่อเมริกากลับต้องหงุดหงิดบ่อยครั้ง เมื่อพบว่าของใช้ในชีวิตประจำวันหลายอย่างไม่เป็นมิตรกับลูกค้าเอาเลย ชอกช้ำระกำใจจนอยากกลับไปซบอกญี่ปุ่นอยู่รอน ๆ
ที่พบบ่อยคือหีบห่ออาหารสดที่มักผนึกตายรอบทิศ และไม่มีที่ให้ฉีกห่อ ทำให้ต้องหามีดหรือกรรไกรตัดเอาทุกที ส่วนขวดซอสมะเขือเทศก็มักบีบยาก อีกทั้งยังส่งเสียงราวกับใครมานั่งสุขาท้องเสียอยู่ตรงหน้าก็ไม่ปาน
อีกอย่างคือสินค้าบรรจุขวดหรือกระปุกในอเมริกามักมีแผ่นผนึกฝาขวดดังรูป แนวคิดดูเหมือนจะดีคือสามารถดึงแผ่นนี้ออกได้ง่าย แต่ปัญหาคือส่วนใหญ่มันมักจะดึงไม่ค่อยออก แถมพลาสติกนี้ก็สั้นและลื่นทำให้ดึงยาก บางคนบ่นว่ากว่าจะเปิดได้คือทำของเหลวในขวดหกเลอะเทอะไปหมด หรือบางคนก็ต้องใช้ไม้ตายคือเอามีดแซะ แม้คนอเมริกันจะหัวเสียกับมันพอดูทีเดียว แต่ก็แปลกที่ผู้ผลิตสินค้าก็ยังใช้แผ่นผนึกลักษณะนี้กันทั่วไป
อีกอย่างที่ทำให้ชีวิตลำบากคื อขวดที่ใช้ฝาปิดแบบกันเด็กเปิด ซึ่งก็ทำให้ผู้ใหญ่พลอยเปิดได้บ้างไม่ได้บ้างกันไปด้วย ฝาแบบนี้ส่วนใหญ่วิธีเปิดคือให้กดฝาลงแล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกา แต่ก็ไม่รู้ทำไมบางทีมันเปิดลำบากมาก จนคนอเมริกันเขาก็หงุดหงิดจนด่าสาดเสียเทเสียกับฝาแบบนี้เหมือนกัน ส่วนฉันก็จนปัญญากับขวดปั๊มสบู่เหลวหรือโลชั่นบางยี่ห้อซึ่งไม่สามารถหมุนเกลียวส่วนที่ปั๊มให้หลุดจากล็อกได้เสียที หากมีผู้รู้โปรดแนะนำด้วยจะขอบคุณมากเลยค่ะ
ที่จริงหากผู้ผลิตลองใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ก็น่าจะสังเกตเห็นว่าสินค้าตนใช้งานไม่สะดวกอย่างไรบ้าง ถ้าหาวิธีปรับปรุงให้ใช้งานง่ายขึ้่น ก็น่าจะทำให้ลูกค้ารักสินค้านั้นไปนาน ๆ นะคะ
แต่ก็ใช่ว่าสินค้าในชีวิตประจำวันในอเมริกาจะบรรจุหีบห่อแย่ไปหมด บางอย่างก็ดีใช้งานง่ายเหมือนกัน อย่างเช่น การแพ็คสินค้าสำหรับขนส่งของบางบริษัทที่ทำได้เนี้ยบมาก ถุงมันฝรั่งทอดที่ฉีกเปิดง่ายดาย ถุงบรรจุอาหารแห้งซึ่งมักเป็นถุงซิปล็อก กระป๋องไอศครีมพลาสติกที่สามารถใช้ซ้ำได้ เป็นต้น
แต่เท่าที่สังเกตฉันรู้สึกว่าความใส่ใจเรื่องหีบห่อบรรจุภัณฑ์ในอเมริกาไม่ได้เป็นมาตรฐานปฏิบัติทั่วไป คือแล้วแต่ว่าบริษัทไหนจะทำ ในขณะที่สินค้าญี่ปุ่นแทบทุกชนิดมักสื่อถึงความใส่ใจเรื่องหีบห่อบรรจุภัณฑ์ราวกับทั่วประเทศเห็นพ้องร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหีบห่อง่าย ใช้งานง่าย รวมทั้งมีคำอธิบายที่เข้าใจง่าย เป็นต้น
การที่สินค้าญี่ปุ่นใช้งานสะดวกราวกับผู้ผลิตอ่านใจลูกค้าออกไปหมดแบบนี้ คงมาจากลักษณะนิสัยของคนญี่ปุ่นเองที่ละเอียดอ่อน มักคิดแทนคนอื่น ใส่ใจคนอื่น อยากให้คนอื่นรู้สึกดี ๆ และมักคิดว่าจะต่อยอดสิ่งหนึ่ง ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้อย่างไร บริษัทผลิตสินค้าของญี่ปุ่นจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์อย่างจริงจัง และยังมีการประกวดออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ทั้งในระดับประเทศและระดับท้องถิ่นอยู่เสมอด้วย
อย่างบริษัท "คิวพี" ที่ขึ้นชื่อเรื่องผลิตมายองเนสและน้ำสลัด ก็มีกฎเกณฑ์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ถึง 10 ข้อ เช่น ต้องใช้ง่าย เห็นแล้วเข้าใจทันทีว่าใช้งานอย่างไร ไม่ก่อให้เกิดข้อผิดพลาดหรืออุบัติเหตุ ออกแรงเพียงนิดเดียวยามใช้งาน คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เน้นความสะดวกสบาย เป็นต้น
เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีล้ำสมัยขึ้น การออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ ๆ ยังช่วยรักษาความสดใหม่ของอาหารไม่ให้สัมผัสกับอากาศแม้หลังเปิดบรรจุภัณฑ์แล้ว ทำให้ยืดอายุสินค้าออกไปได้อีก พอใช้ได้นานขึ้นจึงช่วยลดการทิ้งอาหารได้อีกด้วย
ตัวอย่างเช่น ซอสถั่วเหลืองขวดเล็กของคิคโคแมน ซึ่งใช้ฝาออกแบบพิเศษและทำขวดสองชั้น คือใส่ถุงซอสถั่วเหลืองแยกไว้ภายในขวดอีกที เวลาเทซอสถั่วเหลือง อากาศจากภายนอกจะไม่เข้าไปในถุงบรรจุซอส แต่จะแยกเข้าไปในช่องว่างรอบถุงซอสแทน เมื่อซอสถั่วเหลืองส่วนที่ยังไม่ได้เทไม่สัมผัสถูกอากาศเช่นนี้ จึงไม่เสียรสหรือเปลี่ยนสีง่ายอย่างขวดทั่วไป
ยิ่งไปกว่านั้นการบรรจุภัณฑ์สินค้าที่เน้นเปิดง่ายยังมีเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งจุดนี้เป็นปัจจัยสำคัญโดยเฉพาะต่อญี่ปุ่นที่กลายมาเป็นสังคมผู้สูงอายุ ผู้ผลิตบางรายเชื่อว่าต่อไปการออกแบบหีบห่อบรรจุภัณฑ์ให้เปิดสินค้าง่าย จะกลายมาเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องมีในการผลิตสินค้าเลยทีเดียว
วันนี้ฉันเอาตัวอย่างหีบห่อบรรจุภัณฑ์ลักษณะต่าง ๆ ที่เห็นบ่อยในญี่ปุ่น รวมทั้งแบบใหม่ ๆ ที่พัฒนาขึ้นมามาฝากเพื่อนผู้อ่านด้วย บางอย่างอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มีความหมายมากมายยามเป็นผู้ใช้สินค้าเอง
1. กล่องป๊อกกี้
กล่องนี้ออกแบบให้เปิดง่ายและยังปิดล็อกได้ อีกทั้งแทนที่จะฉีกห่อขนมจากรอยหยักด้านบนอย่างที่ทำกันมาแต่ไหนแต่ไร ก็หันมาฉีกจากด้านข้างแทน หยิบขนมสะดวกกว่ากันเยอะเลย
2. ถุงใส่กล่องสตรอเบอรี่เวลาซื้อเป็นลัง
ถุงทรงกว้างและตื้น หิ้วสะดวก ไม่ทำให้กล่องสตรอเบอรี่ตะแคงหรือเอียงกะเท่เร่ให้ผลไม้บอบช้ำ
3. แผ่นซีลบะหมี่ถ้วยแบบแห้ง
บะหมี่ถ้วยแบบปรุงแห้งที่ให้ลวกเส้นในถ้วยแล้วเทน้ำทิ้ง ก็มีแผ่นซีลด้านในที่มีรูเทน้ำออก ทำให้ไม่ต้องหาฝาอื่นหรือเอามือมาปิดฝาเพื่อไม่ให้เส้นบะหมี่หก สะดวกและกันลวกมือได้
4. ขวดน้ำ ILOHAS
ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการแยกขยะมาก เวลาทิ้งขวดน้ำดื่มก็ต้องแยกฉลากกับขวดและฝาออกจากกัน ปกติฉลากปิดขวดในญี่ปุ่นมักออกแบบมาให้ฉีกออกง่ายดายอยู่แล้ว แต่กระนั้นบริษัทน้ำดื่มนี้ก็มองว่าการต้องมาฉีกฉลากเวลาทิ้งขวดเป็นการสร้างความรำคาญให้แก่ผู้บริโภค ก็เลยหันมาผลิตขวดใสประทับตรายี่ห้อ ไม่ต้องมีฉลากพลาสติกอีกต่อไป ดื่มเสร็จแล้วใส่ถังรีไซเคิลได้เลย
5. ซองเครื่องปรุงถั่วนัตโตของ MIZKAN
ปกติซองเครื่องปรุงถั่วนัตโตจะให้ฉีกเอาจากข้างซอง แต่ก็ต้องระวังหน่อยไม่งั้นจะกระเด็นผิดทิศหรือเลอะมือ บริษัทผู้ผลิตถั่วนัตโตยี่ห้อนี้จึงจับมือกับบริษัทผลิตหีบห่อบรรจุภัณฑ์ทำซองเครื่องปรุงที่ไม่ต้องฉีก เพียงแค่กดตรงแถบพื้นสีเหลืองด้านบน ซอสก็จะไหลลงมาทางด้านล่างเอง รวมทั้งไม่กระเด็นไปทางอื่นด้วย ในฐานะผู้บริโภคแล้วซาบซึ้งใจจริง ๆ ที่ผู้ผลิตอุตส่าห์ใส่ใจกันเพียงนี้
6. ห่อคิทแคทมินิ
คิทแคทมีส่วนแบ่งสูงสุดในตลาดช็อกโกแลตญี่ปุ่น ผู้ผลิตเขาคิดว่าหากทำซองด้านนอกให้เป็นกระดาษได้ ก็จะลดพลาสติกไปได้ถึงราวปีละ 380 ตันเลยทีเดียว โอ้โฮ ! เพียงแค่ซองห่อช็อกโกแลตยี่ห้อเดียวก็สร้างขยะพลาสติกมากถึงขนาดนี้เลยหรือนี่ ! ฟังแล้วน่าตกใจจริง ๆ นะคะ
ผู้ผลิตคิทแคทในญี่ปุ่นจึงหันมาใช้ซองกระดาษที่บรรจุคิทแคทขนาดมินิหลายชิ้นไว้ภายใน แต่ตัวซองที่ห่อช็อกโกแลตแยกชิ้นยังไม่สามารถใช้กระดาษได้ เพราะจะทำให้ความชื้นเข้า จึงยังใช้เป็นห่อพลาสติกอยู่ แต่บริษัทเขาก็ตั้งเป้าว่าภายในปีหน้า (พ.ศ. 2565) จะทำให้ซองห่อช็อกโกแลตแยกชิ้นทำมาจากวัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% หรือสามารถใช้ซ้ำได้
ที่จริงการหันมาใช้ซองกระดาษแทนพลาสติกแบบนี้ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น แต่บริษัทเขาก็ว่า “ถึงต้นทุนจะเพิ่มทำให้กำไรลด
แต่เราก็ตัดสินใจแล้วว่าเป็นสิ่งที่สมควรทำ เรามุ่งมั่นและตั้งใจจริงกันถึงขนาดนี้” ตรงจุดนี้รู้สึกนับถือเลยค่ะที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมสูงมาก
แต่ละไอเดียสร้างสรรค์และดีต่อใจทั้งนั้นเลยนะคะ หวังว่าเพื่อนผู้อ่านจะได้รับความเพลิดเพลินไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ.
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ซาระซัง" เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น”ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


