xs
xsm
sm
md
lg

ทำไมคนญี่ปุ่นช่วงอายุ 35-45 ปี ไม่ทำงาน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สวัสดีครับผม Mr.Leon มาแล้ว วันนี้พูดประเด็นที่ว่าทำไมคนญี่ปุ่นช่วงอายุประมาณ 35-45 ปีไม่ทำงาน กับประเด็น  Position talk หรือการสื่อสารเพื่อสร้างแรงกระตุ้น เพื่อเอื้อประโยชน์ในทิศทางที่ทำให้ผู้พูดนั้นนั้นได้ประโยชน์หรือมีกำไร   เช่น เพื่อนผมคนหนึ่งตัวเขาเองไม่ได้จบมหาวิทยาลัยและมักจะชอบบอกว่าจบการศึกษามหาวิทยาลัยไม่มีความหมายอะไรเลย  แต่ว่าจริงๆ แล้วถ้าเค้ามีลูกเค้าก็ต้องส่งลูกให้เข้าเรียนและอยากให้เรียนจบมหาวิทยาลัยรึเปล่านะ แบบนี้ก็เรียกว่า  Position talk ไม่เกี่ยวกับว่าสิ่งที่พูดนั้นจะเป็นสิ่งที่ถูกหรือผิดแต่ว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองอยากจะนำเสนอมุมมองตัวเองหรือเป็นสิ่งที่ตัวเองอยากพูดออกมาตามที่ตัวเองต้องการ  ซึ่งวิธีการเหล่านี้ส่วนใหญ่จะถูกใช้เป็นกลยุทธ์ทางการเงินมาตั้งแต่สมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับการเงินในขณะในสมัยสงครามโลกหรือว่าการเงินทางเศรษฐกิจทั่วไป 
 
หรือ Position talk ที่เคยเล่าความหมายไปก่อนหน้านี้แล้วที่เกี่ยวกับเรื่องชาวนากับทานูกิ   โดยครั้งหนึ่งทานูกิมันเอาก้อนหินมาวางตามท้องทุ่งนาเพื่อแกล้งชาวนาและไม่ให้คนสามารถที่จะเข้าไปในที่นาและสวนผลไม้ได้อย่างสะดวกชาวนาใช้วิธีการ Position talk ตอบโต้เจ้าทานูกิโดยชาวนาแสดงอาการดีใจมากตื่นเช้ามาก็ตะโกนเปล่งเสียงดังอย่างดีใจที่เห็นก้อนหินอยู่เต็มทุ่งนาและสวนเลย  แม้ว่าชาวนาที่จริงแล้วก็โกรธอยู่ในในอยู่หมือนกันแต่ชาวนาร้องเสียงดังให้ทานูกิได้ยินว่า"ดีจังเลย!! ดีใจจังเลยที่มีหินอยู่เต็มแบบนี้เพราะถ้าเกิดว่าทานูกิเอามูลม้ามาวางที่สวนและไร่นา ชาวนาทุกคนคงจะต้องเสียหายแน่ๆ ดีนะที่เป็นก้อนหิน"   เมื่อทานูกิได้ยินดังนั้นจึงโกรธมาก วันต่อมาจึงมีการนำก้อนหินไปเก็บและเอามูลม้ามาโรยแทน  ชาวนาแกล้งทำเป็นเสียใจมาก  ทำให้ทานูกิรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง   ซึ่งวิธีการ Position talk เหล่านี้ส่วนใหญ่ปัจจุบันจะถูกใช้เป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่จริงมีมาตั้งแต่สมัยโบราณไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับการเงิน เมื่อครั้งสมัยสงครามโลกหรือว่าการเงินทางเศรษฐกิจทั่วไป  การซื้อขายหุ้นและการซื้อขายล่วงหน้าและเป็นการแสดงออกที่จะพูดในทางที่สร้างแรงกระตุ้นเพื่อเอื้อประโยชน์ในทิศทางที่ทำให้ผู้พูดนั้นมีกำไร

อีกเรื่องที่มีสื่อโซเชียลเล่ากันว่ามาคือมีนักลงทุนชื่อดังชาวอเมริกัน มีชื่อเสียงดังอันดับต้นๆ ของโลกและมีชื่อเสียงมากในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ซึ่งได้รับการยกย่องจากสื่อว่าเป็นระดับกูรูด้วย นอกจากนี้ยังเป็นคนที่เก่งเรื่องเงินลงทุนมาก ซึ่งคนญี่ปุ่นเองจะให้ฉายาเขาว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการลงทุน ครั้งหนึ่งเขาพูดว่า "ถ้าผมเป็นคนญี่ปุ่นที่ยังอายุน้อยๆ  สักสิบยี่สิบปี  ผมอยากจะพูดภาษาอังกฤษให้เก่งแล้วก็ทิ้งจากประเทศญี่ปุ่นไปเลยแล้วก็ซื้อปืนด้วยไว้ป้องกันภัย"  เขาพูดเชิงเป็นนัยยะว่าเศรษฐกิจสังคมญี่ปุ่นจะแย่แล้วจะมีแหล่งอันพาลเพิ่มขึ้นทั่วทุกหนแห่งต่อไปในอนาคตก็ไม่รู้จะไปรอดไหม  ต่างๆนานาเมื่อเค้าพูดอย่างนี้ก็เพื่อที่จะทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นรู้สึกว่าหมดความหวังและทำให้ตลาดหุ้นของญี่ปุ่นซบเซาลงและจากนั้นเขาก็กว้านซื้อหุ้นของญี่ปุ่นไป  เค้ามีลักษณะการกระทำที่เหมือนชาวนากับทานูกิตามที่เล่าไปนั่นเองแบบนี้ก็คือ Position talk  ที่ได้ผลเสียด้วย
 
ปัญหาที่บอกว่าทำไมคนญี่ปุ่นที่ช่วงอายุประมาณ 35-45 ปีไม่ทำงานนี้  เป็นปัญหาที่คนในสังคมญี่ปุ่นรู้ดี  แต่ว่าก็ทำเป็นเพิกเฉยและไม่ใส่ใจไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือรัฐบาลญี่ปุ่นเอง  สาเหตุอย่างหนึ่งที่คนอายุระหว่าง 35 ปี ถึง45 ปีไม่ทำงานอย่างหนึ่งก็คือจากเรื่องผลกระทบจาก   Position talk  อย่างที่บอกไปเมื่อสักครู่ก็คือ  บุคคลที่อายุ 50- 60 ปี หรือช่วงวัยที่มีจำนวนมากบริษัทญี่ปุ่นขณะนี้มักจะพูดว่าบุคคลรุ่น 35 - 45 ปีนั้นไม่มีความทะเยอทะยานและไม่มีความสามารถ แต่ที่จริงแล้วผมคิดว่าทุกคนอายุ 35 ปีถึง45 ปีเป็นคนที่มีความสามารถและสามารถที่จะพัฒนาประเทศญี่ปุ่นได้มากกว่าด้วย แต่ด้วยความที่ถูกพูดแบบนี้ก็เลยทำให้เค้าไม่อยากจะทำอะไรซะเลย!!

คนญี่ปุ่นที่ช่วงอายุประมาณ 35-45 ปี ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นพวก
▲氷河期世代  Hyogaki → Ice Age Generation คนในยุคน้ำแข็ง
▲ロストジェネレーション Lost Generation รุ่นที่หายไปจากสารระบบ…( ゚д゚ ) 
▲貧乏くじ世代 poor lottery generation ( •̅_•̅ )
พวก bubble หรือคนช่วงวัย 50- 55 ปี ส่วนใหญ่อาจจะมีทั้งคนที่เก่งสมองดีและคนที่ไม่เก่งหรืออาจจะถึงขั้นงี่เง่าแต่ด้วยความที่พวกเขาสามารถทำงานอย่างยาวนานอยู่ในบริษัทที่ดี บริษัทใหญ่สวัสดิการดีได้ก็เลยอยู่ทนที่บริษัทดีๆ เหล่านั้นมาจนถึงทุกวันนี้  แต่พวกที่อายุประมาณ 35 ถึง 45 ปีถ้ามาดูดีๆ แล้วจะไม่ค่อยมีทำงานในบริษัทดีๆ นักเพราะว่าเป็นช่วงที่ตอนที่พวกเขาจบใหม่นั้นหางานยากมาก เพราะไม่มีตำแหน่งว่างเนื่องจากพวกที่อยู่มาก่อนนั้นอยู่กันนานและเกาะแน่นไม่ออก ไม่ยอมเสียเก้าอี้ 
 
ซึ่งเรื่องการหางานยากของบุคคลช่วงวัย 35 ถึง 45 ปีนี้ เป็นปัญหาเรื้อรังมานานถ้าจะถามว่าตั้งแต่เมื่อไร  คงเป็นช่วงที่บุคคลเหล่านี้เพิ่งเรียนจบจากมหาวิทยาลัยหรือจบมัธยมปลาย เมื่อสัก 20 ปีที่แล้ว ตอนที่พวกเขามีอายุ 18 ถึง 22 ต้นๆ นั้น ณ ตอนนั้นเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นหางานยากมาก จบมาก็ตกงานกันเสียส่วนใหญ่ หรือไม่ก็ต้องไปรับจ้างทำงานพาร์ทไทม์ต่างๆ ไม่มีงานดีๆ หรือบริษัทดีๆรองรับ  ถ้าคนที่ฝ่าฝันเข้าไปทำงานบริษัทดีๆ เหล่านั้นได้ก็คงจะเป็นพวกที่เก่งมากๆ แต่พ่วงมีนิสัยเย็นชา มีความทะเยอทะยานหรือไม่ก็ต้องเป็นพวกที่ปรับตัวตามสถานการณ์ดีทำเนียนตีมึนหรือนกสองหัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้เก่งมากๆ  ถ้ารัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้วก็คงจะไม่เกิดปัญหาเช่นนี้    แม้ว่าปัจจุบันรัฐบาลจะเร่งหาทางออกและมีมาตรการรองรับปัญหาเหมือนกันแต่ว่าอาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ถูกจุดนัก คือให้การส่งเสริมการทำงานโดยให้บริษัทจัดหางานทำการฝึกอบรมเทรนนิ่งบุคคลที่ไม่มีงานเหล่านั้น และส่งเขาเข้าไปทำงานที่บริษัทต่างๆ โดยที่มีเงื่อนไขว่าถ้าสามารถทำงานได้ถึง 6 เดือนทางรัฐบาลก็จะให้เงินก้อนหนึ่งที่มากพอสมควรแก่บริษัทฝึกอบรมนั้นๆ เป็นค่าตอบแทนที่สามารถพัฒนาให้คนเข้าไปทำงานที่บริษัทได้ แต่ว่าหารู้ไม่ว่าบริษัทฝึกอบรมนั้นส่งคนไปที่บริษัทในองค์กรที่ได้มีการนัดหมายกันเอาไว้แล้วเมื่อบริษัทเทรนนิ่งได้รับเงินจากรัฐบาลบุคคลที่เข้าไปทำงานนั้นเกิน 6 เดือน  เดือนที่เจ็ดเค้าอาจจะถูกไล่ออกก็ได้ เพราะว่าได้ผ่านเงื่อนไขที่รัฐบาลตั้งเอาไว้แล้ว  และถ้าพูดถึงระบบการทำงานของญี่ปุ่นคนที่เขาไปทำงานในขณะที่อายุเยอะแล้วไม่ได้เริ่มทำตั้งแต่อายุน้อยเหมือนสมัยก่อนก็ไม่สามารถที่จะเป็นพนักงานประจำได้เพราะว่าไม่มีตำแหน่งว่างนั่นเอง

สิ่งที่ผมไม่เข้าใจจริงๆ คือ คนที่ไม่ได้ทำงานมาเลย มานานกว่า 20 ปีและตอนนี้รัฐบาลกลับมาบอกว่าจะให้ทำงานเป็นพนักงานเต็มเวลาแบบพนักงานญี่ปุ่น  ในญี่ปุ่นอายุงานที่ไต่ตามอายุเป็นเรื่องธรรมดา ในญี่ปุ่นอาจจะเจอคนที่จบดอกเตอร์คนหนึ่งที่ไม่เคยทำงานประจำมาสัก 30 ปี ทำงานพาร์ทไทม์กิ๊กก๊อกก็ได้ อันนี้เห็นอยู่บ่อยๆ  และผมไม่คิดว่าจะมีบริษัทไหนที่จะจ้างคนที่ไม่เคยทำงานมาเลยจนอายุ 40 ปี ให้เข้ามาเริ่มทำงานที่บริษัทของตน บางคนยังบอกอีกว่าจะดีกว่าไหมที่รัฐบาลจะกระจายเงินให้พวกเขาโดยตรงเพื่อลดความวิตกกังวลทางสังคม แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แน่ คนที่มีอายุ 45 ปี มีจำนวนเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 2,000,000 กว่าคน เป็นกลุ่มคนที่ถูกมองว่าคนรุ่นนี้ไม่สามารถทำงานได้ ไม่สามารถแต่งงาน  ส่วนอัตราเด็กเกิดใหม่ก็ลดลงอย่างมากจากปีละล้านกว่าคนแต่ปีนี้เหลือเพียง 900,000 คนเท่านั้น   สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหลังจากนี้คงมีเพียงความสิ้นหวัง ไม่มีใครสามารถช่วยคนเหล่านั้นได้โดยสวัสดิภาพ และมันอาจจะกลายเป็น "พวกเขาต้องรับผิดชอบตนเอง" ผมคิดว่ารัฐบาลไม่มีทางเลือกเพื่อช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้ แต่เพื่อสร้างงานและแสดงความรับผิดชอบจึงตั้งนโยบายหางานให้คนที่อายุ 45 ปีหรือมากน้อยกว่านี้นิดหน่อย แต่ลองถามกันจริงๆ คนของสำนักงานรัฐบาลเองก็คงไม่ต้องการที่จะทำงานร่วมกับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมามากว่า 40 ปีใช่ไหม

ในความคิดของคนญี่ปุ่นหลายๆ คนคิดว่าการที่รัฐบาลหันมาแก้ปัญหาเรื่องนี้ในตอนนี้เป็นเรื่องที่สายเกินไป เพราะว่าบุคคลที่มีอายุช่วง 45 ปี ± นั่นหมายถึง เค้าผ่านวัยกลางคนล่วงเลยไปจนจะถึงวัย 50 ปี  แล้วเป็นเรื่องที่ไม่สามารถที่จะแก้ไขและทำได้เหมือนสมัยตอนที่อายุ 20 กว่าๆ อีกต่อไป และนี่เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาสังคมของทางญี่ปุ่นในปัจจุบัน  ไม่ทราบว่าที่เมืองไทยมีแบบนี้หรือเปล่าครับ
 
และหมายถึงผู้ที่มีอายุช่วง 35- 45 ปีในอนาคตข้างหน้าอีก 10- 20 ปี เค้าก็จะมีอายุเกือบ 65 ปี ซึ่ง ณ ตอนนั้นเนี่ยก็เป็นโครงสร้างที่คนญี่ปุ่นไม่มีงาน ไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก แล้วก็จะถูกกล่าวหาจากสังคมว่าเป็นคนที่ทำให้เกิดลักษณะเศรษฐกิจแย่ลงแบบนี้อีก มันเป็นปัญหาเรื้อรังมานานมากไม่เกี่ยวกับว่าบุคคลผู้นั้นจะไม่มีงานหรือมีงาน มันเป็นเรื่องของทางโครงสร้างทางสังคมและในช่วงของเศรษฐกิจขาลง จนทำให้เกิดลักษณะแบบนี้มากกว่า แต่ว่าถ้าไม่มีการรับผิดชอบก็อาจทำให้บุคคลช่วงวัยนี้กลายเป็นผู้ต้องหาทางสังคมและเศรษฐกิจต่อไป

แม้ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป คนที่จบการศึกษาใหม่เองก็เป็นเรื่องยากที่จะหางาน  แต่สำหรับประเทศญี่ปุ่น ที่มีเพียงหนึ่งโอกาสที่จะเข้าสู่บริษัทดีๆ มีแค่ครั้งเดียวที่จะแข่งขันกันเพื่อเข้าทำงานในบริษัทที่มีสวัสดิการแบบบริษัทสีขาว มีครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้นคือตอนช่วงอายุ 22 ปี (หรือช่วงปีสามจนถึงช่วงเรียนจบใหม่) เท่านั้น ถ้าพลาดช่วงนั้นไปก็ถือว่าจบ  และถ้าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะถดถอยในช่วงเวลาของผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ที่จะเข้าทำงานก็จบเช่นกัน  มันสิ้นสุดที่จุดนั้นทันที วันนี้สวัสดีครับ


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...