xs
xsm
sm
md
lg

ฆาตกรรม(ไม่)ต่อเนื่อง-ใครฆ่าใคร ตอนที่ 1 ร้อยพ่อพันแม่ (ต่อ)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

จากบทประพันธ์ของ Ango Sakaguchi (1906-1955)
ปรมาจารย์แห่งความลึกลับของฆาตกรรมปริศนา
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์

สงครามเพิ่งสงบ สังคมนครหลวงสมัยโชวะพยายามดิ้นรนกลับสู่ยุคทองในอดีตที่ไม่ใช่ว่าไกลโพ้น
ไม่เคยมีเสียดีกว่า ต้องสูญเสียไปแล้วอยากได้คืน...

[คำนำจากผู้แปล:]
อังโงะ ซากางุจิ เปิดเรื่องด้วยบุคคลหลายบุคลิกที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวพันไปมาชวนให้สับสนในฆาตกรรม(ไม่)ต่อเนื่อง-ใครฆ่าใคร จึงขอเรียบเรียงเอาไว้ในเบื้องตันเพื่อที่จะได้ติดตามเรื่องราวที่จะยิ่งซับซ้อนต่อไปด้วยความราบรื่น และเนื่องจากชื่อคนญี่ปุ่นบางคนชื่อสั้นนามสกุลยาวและบางคนชื่อยาวนามสกุลสั้น เพื่อให้ติดตามเรื่องราวได้งายขึ้นว่าใครเป็นใครจึงจะเลือกใช้ชื่อสั้นที่สุด (ในวงเล็บ) โดยไม่คำนึงว่าเป็นชื่อหรือนามสกุล ดังนี้

อุตางาวะ (ทามอน) บิดาของ อุตางาวะ (คาซุมะ) และ อุตางาวะ (ทามาโอะ)
คุณนายคาจิโกะ ภรรยาอุตางาวะ (ทามอน)
อุซุงิ (อากิโกะ) นักประพันธ์สตรีอดีตภรรยาของอุตางาวะ (คาซุมะ) อยู่กับ มิยาเกะ (โมคุเบ) ผู้เชี่ยวชาญวรรณคดีฝรั่งเศส
อาคาชิ (โคโจ) ดารา ภรรยาของ (โคโรกุ) ฮิโตมิ นักเขียนบทละคร ชอบคาซุมะหากคาซุมะรุกเต็มที่ก็พร้อมสลัดโคโรกุ
อายากะ ภรรยาคนปัจจุบันของคาซุมะ
โคอิชิ (โดอิ) จิตรกรอดีตสามีของอายากะ
แขกรับเชิญของทามาโอะ: (วานิ) โมชิซึกิ ยุมิฮิโกะ (ทังโงะ) (อากิระ) อุสึมิ
เรื่องราวของฆาตกรรม(ไม่)ต่อเนื่อง-ใครฆ่าใครจะเป็นอย่างไรนั้นเชิญติดตามตอนต่อไป

1ร้อยพ่อพันแม่ (ต่อ)

พ่อค้าอัจฉริยะอย่างโคอิชิ โดอิหรือจะยอมเสียโอกาส พอรู้ว่าอายากะไปแน่เขาก็รีบรุดไปเกาะเข่าเจรจาต่อรองกับคาซุมะทันที บอกว่าสมัยนี้พวกนางโลมเขาคิดค่าตัวสามหมื่นบางคนก็ห้าหมื่น แต่นี่เมียฉันทั้งคนเอามาสองแสน ผมเข้าไปช่วยเป็นตัวกลางขอตัดราคา...แสนหนึ่งจะว่าอย่างไร ในที่สุดก็ตกลงกันได้ที่แสนห้า

เสียเมียจึงเสียหน้า นายโดอิหันมาคุยโวแก้หน้าเอากับผมว่า ถ้าพูดถึงเรื่องบนเตียงละก็ผู้หญิงอย่างหล่อนมันต้องผู้ชายอย่างผมจึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน ชั้นเชิงของผมนี่ขนาดทำให้นางโลมฝรั่งยุโรปสุขสันต์หรรษาขึ้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ไปตาม ๆ กัน เจ้าหล่อนก็แค่นักกลอนปลายแถวโดนใครเป่าเบา ๆ ก็ปลิว คอยดูเถิดไม่นานก็จะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า ซมซานกลับมาหาผม ขอโทษว่าผิดไปแล้ว

นายโดอิพูดด้วยท่าทีมั่นใจแต่เรื่องนี้ผมคิดว่าคงไม่เป็นอย่างท่านดอนฮวนญี่ปุ่นคนนี้คิดแน่ ผู้หญิงอย่างอายากะน่ะหรือจะมาใส่ใจอะไรกับแค่ผู้ชายคนเดียว ผมคิดว่าเธอเป็นคนประเภทมองโลกสดสวยคิดว่าสามารถใช้เสน่ห์กุมบังเหียนผู้ชายทั่วโลกได้ตามใจ

ครั้งที่นายโดอิไปเสนอราคาขอเงินสองแสนเยนเป็นค่าตัวนั้น อายากะเจ็บใจมากเพราะถือว่าเป็นการหยามเกียรติกันอย่างไม่ไว้หน้า โฉมงามผู้มองโลกสวยคนนี้ไม่ยี่หระกับผู้ชายหน้าไหน แต่ถ้ามีอะไรมากระทบเกียรติภูมิแม้เพียงน้อยนิด เจ้าหล่อนจะโกรธราวพญานาคพิโรธเมื่อถูกตีขนดหางและต้องแก้แค้นเอาคืน คราวนี้เจ้าหล่อนไม่ถึงกับทำอะไรเป็นการแก้แค้นแต่ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ และจบความสัมพันธ์ฉันผัวเมียด้วยการมีทะเลาะและลำเลิกเบิกประจานกันอย่างเผ็ดร้อน

พอผมเอ่ยถึงเรื่องที่เขากับเจ้าหล่อนทะเลาะกันรุนแรง นายโดอิก็หัวเราะด้วยความขบขันบอกว่า มันก็เรื่องบ้า ๆ ไม่เห็นจะมีอะไร อย่างพวกผู้ชายทะเลาะกันไม่นานก็กลับมาดีกันใหม่ ผู้หญิงผู้ชายถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่มีความสัมพันธ์อะไรมันก็ไม่มีอะไรให้มาทะเลาะกัน การทะเลาะกันรุนแรงแล้วเลิกกันนั้นเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการคืนดี เข้าใจเอาไว้ นายโดอิพูดอย่างมั่นใจแสดงถึงการเป็นคนหลงตัวเองขนาดหนัก

นายโดอิผิดคาดอายากะไม่ได้หันกลับมาสนใจเขาอีกเลย ชีวิตคู่ของเจ้าหล่อนกับคาซุมะไม่ใช่ว่าจะมีความสุขมากนัก แม้ว่าอายากะไม่ใช่ภรรยาที่คบชู้สู่ชาย อายากะเป็นหญิงงามราวนางในวรรณคดีผู้เปล่งประกายความงามสุกใสผ่านเสื้อผ้าอาภรณ์จับตาผู้ได้พบเห็น ทว่าเจ้าหล่อนผู้เป็นเจ้าของความงามสุกใส ชุ่มชื่นเย้ายวนใจไปทั่วสรรพางค์ กลับไม่ใส่ใจหรือสนใจกับเรื่องชู้สาวจนดูเหมือนเย็นชาด้วยซ้ำ การข้องแวะกับชายอื่นจึงน้อยมาก ความสุขของอายากะคือการได้เข้าไปซื้อของหรูในกรุง และพอได้เสื้อผ้าและรองเท้าที่ถูกใจก็จะปลื้มปิติสุดยอด ถึงกับใส่นอนในคืนแรกที่ได้มันมา ช่างเป็นผู้หญิงที่ไร้จุดยืนเอาจริง ๆ

อายากะไม่ใช่ผู้หญิงที่น่าเอ็นดูไปเสียทุกอย่างไม่ว่าจะจับทำอะไรและก็ไม่ใช่งามสง่าราวพระนางคลีโอพัตรา มีแต่นิสัยเอาใจตัวเองซึ่งไม่จับใจชายแม้แต่น้อย ไม่เคยคิดทำหน้าที่ภรรยา ไม่เคยคิดที่จะบริการสามี ดังนั้นไม่ว่าสามีจะทำอะไรเจ้าหล่อนก็ไม่ยี่หระ ซึ่งทำให้คาซุมะไม่พอใจ

เมื่อเห็นได้ชัดออกอย่างนี้แล้วว่าอายากะไม่ได้ความสำคัญแก่เขาในฐานะที่เป็นคนพิเศษสำหรับหล่อน จะร้องแรกแหกกระเชอไปก็เปล่าประโยชน์ คาซุมะจึงได้แต่ไม่พอใจ ไม่สบายใจ ขุ่นเคืองใจ เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ใบหน้าของเขาซีดขาวด้วยความโกรธ ระคนเวทนาความไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่อง ความขวางโลกของตัวเอง

ความจริงแล้วคาซุมะรักอายากะภรรยาของเขาเหลือเกิน ผมจึงคิดว่าเมื่อความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าหล่อนเป็นเช่นนั้นเขาคงคิดอยากทำอะไรที่คล้ายนอกใจดูบ้างจึงได้มาชวนผมกับคณะพรรคที่เคยไปหลบภัยสงครามที่บ้านเขาในฤดูร้อนนี้ และคงวางแผนมีอะไรกับคุณนายโคโจดูบ้าง คาซุมะถูกเลี้ยงดูมาอย่างคุณหนู เขาดีใจมากเมื่อรู้ว่าใครชอบแต่ก็จะทำไม่รู้ไม่ชี้ ชอบที่จะคอยลอบสังเกตกิริยาท่าทีของอีกฝ่าย โดยเฉพาะเขาจะสนุกกับการลอบสำรวจตรวจตราให้แน่ใจว่าภรรยาชายคนอื่นสนใจตนมากกว่าสามีของเจ้าหล่อน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ขณะเล่นกับความรักเหมือนของเล่นนั้น เป็นอะไรคล้ายงานอดิเรกไม่ใช่นอกใจ ไม่มีการเข้าไปขอความรัก ไม่ได้อยากนอกใจ เพราะไม่ได้รักคุณนายโคโจถึงขนาดนั้น

ผมเข้าใจดีว่าที่คาซุมะยอมให้อายากะจูงจมูกไปทางนั้นทางนี้ได้ตามอำเภอใจทั้ง ๆ ที่ไม่พอใจนั้นก็เพราะเขารักเธอ และเขาพยายามเติมเต็มส่วนที่ขาดหายด้วยการเชิญคุณนายโคโจมาเพื่อจะได้ลอบลิ้มรสหวานชื่นของความรัก ซึ่งเป็นการเอาความรักบริสุทธิ์ของคุณนายมาเล่นสนุก โดยที่ใจจริงนั้นเขารักอายากะมาก ผมคิดว่าดีไม่ดีอาจเลยเถิดไปจนเกินแก้ก็ได้

ถึงคาซุมะจะเป็นคุณหนูแต่ก็อายุสี่สิบแล้วซ้ำยังเป็นกวีผู้มีเสียงอยู่ในวงการวรรณกรรมอีกด้วย เขาต้องรับผิดชอบการกระทำของตนเอง แต่ผมก็ยังอดห่วงไม่ได้

ในส่วนตัวผมมีเหตุผลหนึ่งที่ไม่อาจรับคำเชิญครั้งนี้ ตอนนี้ วานิ คนกักขฬะ จองหองไร้มารยาทมาอยู่ที่บ้านนั้นแล้วพร้อมกับ ทังโงะ คนหยิ่งผยองหลงตัวเองทั้งยังเจ้าเล่ห์เพทุบาย และอากิระ ชายหลังค่อมอารมณ์ดี แค่คิดก็เห็นภาพแล้วว่ามันจะชุลมุนแค่ไหน เหมือนเรียกผีเข้ามาทั้งฝูง ต้องมีการงัดข้อกัน เถียงทะเลาะ ทำตาขวางใส่กัน พัลวันเหมือนอยู่ในใยแมงมุมเหนียวหนืดหนาด ไม่มีดี ความประเทืองปัญญาสักนิดก็ไม่มี แล้วยิ่งมีผมเพิ่มเข้าไปด้วยมันก็จะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่

เคียวโกะเมียผมเคยเป็นเมียน้อยของอุตางาวะ ทามอน พ่อของคาซุมะ เคียวโกะเป็นผู้หญิงที่นายทามอนโปรดปรานเป็นพิเศษในบรรดาเมียน้อยและนางบำเรอที่มีอยู่มากมาย ดังนั้นระหว่างสงครามจึงไม่อาจเอามาหลบภัยที่บ้านได้ (เพราะคุณนายคาจิโกะภรรยาหลวงยังมีชีวิตอยู่) จึงไปเช่าบ้านในหมู่บ้านให้เป็นที่หลบภัย ผมกับเคียวโกะรักกัน พอสิ้นสงครามผมก็เลยพาหนีเข้ามาอยู่โตเกียวด้วยกัน

ข่าวว่านายทามอนโกรธสุดขีดและอาละวาดจนบ้านแทบแตก ประจวบกับการเมืองผันผวนทำให้เขาซึ่งเป็นนักการเมืองระดับรัฐมนตรีที่กำลังฝันว่าต่อไปจะได้ครองอำนาจมากขึ้นนั้นถูกขับออกจากพรรค ทำให้หงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย และผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นหอกข้างแคร่คอยสะกิดใจให้เขายิ่งหงุดหงิดอารมณ์เสียยิ่งขึ้น เมื่อคุณนายคาจิโกะเสียชีวิตเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้วนาย ทามอนไปถูกใจสาวน้อยคนหนึ่งชื่อชิซุเอะลูกสาวบ้านที่มีอันจะกินในหมู่บ้าน ขอร้องแกมบังคับให้เข้ามาเป็นสาวใช้ในคฤหาสน์แล้วเลื่อนขึ้นมาเป็นเมียน้อย ดูเหมือนอารมณ์จะดีขึ้นตอนนี้จึงได้ใช้เวลาว่างหลังถูกขับออกจากพรรค ทำตัวกระชุ่มกระชวยอยู่กับการเล้าโลมเด็กสาววัยสิบเก้า

“ผมไม่เหมือนโมคุเบหรือว่าโคโรกุนะ คิดดูดี ๆ จะให้ผมไปบ้านคุณได้ยังไงกัน ถึงคุณพ่อจะอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างแต่ถ้าเห็นหน้าผมคงต้องสติแตกอีกแน่ ผมกับเคียวโกะต้องกลัวจนตัวสั่นแน่ ผมทำตามคำขอของคุณไม่ได้หรอก”

“แต่ผมขอร้อง อดทนฟังผมอีกสักหน่อยเถิดนะ ผมมานี่ก็ตั้งใจจะมาเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดให้คุณฟังคนเดียว มันอาจฟังดูเหมือนนิทาน แต่ก็เป็นเรื่องของอาชญากรรมแบบพื้น ๆ ที่เกิดขึ้นจริง พูดอย่างนี้คุณคงงง ดูนี่”

คาซุมะหยิบซองจดหมายออกมาจากกระเป๋า

“มีใครเล่นอะไรบ้า ๆ อย่างนี้แหละ”

บนกระดาษเขียนจดหมายแบบที่เห็นกันอยู่ทั่วไปมีข้อความเขียนไว้ว่า

ใครฆ่าคุณนายคาจิโกะ
ทั้งหมดจบสิ้นลงในวันครบรอบหนึ่งปีวันตายอย่างนั้นหรือ
ทั้งความเกลียดชัง คำสาปแช่ง ความเศร้า และความโกรธ

ลายมือไม่สวยแต่อาจเป็นการปกปิดลายมือที่แท้จริงก็ได้ หมึกที่ใช้ดูราคาถูกและมีรอบเปื้อนซึมไปทั่ว ประทับตราไปรษณีย์ระบุว่าส่งจากเมืองใกล้ ๆ ถ้ามาจากโตเกียวก็จะลงรถไฟที่เมืองนี้แล้วขึ้นรถบัสขึ้นเขาต่อไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร จึงนับได้ว่าเมืองบ้านนอกแห่งนี้คือเมืองใหญ่สำหรับหมู่บ้านที่ตั้งคฤหาสน์ของคาซุมะ และเป็นที่ที่คนในหมู่บ้านจะลงมาหาซื้อสิ่งของที่จำเป็นได้ครบครัน

“จดหมายนี่รูปประโยคค่อนข้างทันสมัยไม่เลว ดูมีแวววรรณศิลป์เสียด้วย”

“จดหมายฉบับนี้จ่าหน้าซองถึงผม ถึงไม่ได้ระบุว่าใครเป็นฆาตกร แต่จากการที่ส่งมาถึงผมอาจเป็นการชี้ว่าผมเป็นฆาตกรก็ได้ คุณก็รู้ว่าคุณแม่เป็นภรรยาคนที่สองของคุณพ่อ แต่งเข้ามาหลังคุณแม่ผมเสีย แก่กว่าผมแค่สามปี ตายเมื่ออายุ 42 เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมปีที่แล้ว ผมมีเหตุผลอะไรที่ต้องฆ่าคุณแม่หรือ คุณแม่เป็นวัณโรคที่หัวใจซึ่งร้ายแรงและน่ากลัวมากมานานแล้ว ก็ได้เอบิสึกะหมอขาเป๋มาเป็นคนดูแลรักษา เอบิสึกะเป็นลูกญาติห่าง ๆ ที่ฐานะการเงินไม่ดี คุณพ่อจึงรับเป็นผู้อุปถัมภ์ให้เรียนแพทย์อายุรเวทโดยออกค่าเล่าเรียนให้ เมื่อ 5 ปีก่อนได้จัดหาที่อยู่และเปิดกิจการให้ที่หมู่บ้าน การเปิดคลินิกที่หมู่บ้านไร้แพทย์ในภูเขาจะมีแค่แผนกอายุรเวทเท่านั้นไม่ได้ จำเป็นต้องมีแผนกศัลยกรรม แผนกโสตนาสิก แผนกจักษุ และแผนกทันตกรรมด้วย คุณพ่อจึงไม่เรียกตัวมาทันทีที่เรียนจบ แต่ให้เวลาเรียนมาจนครบทุกแผนกเพื่อหมู่บ้าน หรือที่ถูกคือเพื่อตัวท่านเอง หลังสำเร็จการศึกษาก็ให้อยู่ทำงานที่ห้องวิจัยแค่ปีเดียวแล้วจึงเรียกตัวมา ความที่เป็นหมอที่ถนัดด้านวิชาการ เมื่อมาถึงหมู่บ้านก็ดูดีอยู่แต่พอถึงภาคปฏิบัติไม่ค่อยได้เรื่อง โดนคุณแม่ด่าว่าไม่รู้จักบุญคุณบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ต้องทนเพราะถ้าเกิดหนีไปก็จะลำบากกันหมด วัณโรคเป็นโรคที่ทรมานมาก ผมเห็นคุณแม่คืบคลานไปบนพื้นตะกุยตะกายพื้นเสื่อทาทามิ ทรมานอยู่อย่างนั้น หมอฉีดยาให้กี่เข็ม ๆ ก็ไม่บรรเทา นั่นเป็นอาการของวัณโรคหัวใจไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ความทรมานของคุณแม่อาจรุนแรงกว่าคนอื่นก็ได้ซึ่งระหว่างนั้นหากถูกใครวางยาพิษก็ไม่อาจสังเกตเห็นได้ แต่ตอนสิ้นลมก็ไม่มีเลือดออกหรืออาการใด ๆ ที่บ่งบอกว่าถูกวางยา ใบหน้าของคุณแม่สงบราบเรียบ ไม่มีใครสงสัยสักคนว่าจะถูกวางยาจนเผาเสร็จเรียบร้อย...


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...