xs
xsm
sm
md
lg

เผยโฉมศาสตราจารย์ชาวญี่ปุ่น ผู้เสนอชื่อศักราช “เรวะ”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ศาสตราจารย์ซูซูมุ นากานิชิ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นผู้เสนอชื่อศักราชใหม่ของญี่ปุ่น คือ “เรวะ” เรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นสร้างความสมานฉันท์ ให้สมกับชื่อของรัชสมัยใหม่แห่งแดนอาทิตย์อุทัย

ญี่ปุ่นได้เข้าสู่ศักราช “เรวะ” เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ตามการเสด็จขึ้นครองราชย์ของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ แหล่งข่าวในรัฐบาลญี่ปุ่นระบุกับสื่อหลายสำนักว่า ผู้ที่เสนอชื่อศักราชใหม่นี้คือ ศาสตราจารย์ซูซูมุ นากานิชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณคดีญี่ปุ่น

ซูซูมุ นากานิชิ วัย 89 ปี ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสตรีแห่งโอซากา ได้รับการคาดหมายอย่างกว้างขวางว่า คือ ผู้เสนอชื่อศักราช “เรวะ” เนื่องจากเขาคือผู้เชี่ยวชาญใน “มันโยชู” วรรณคดีโบราณของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า “เรวะ”

ถึงแม้เขาปฏิเสธที่จะยืนยันว่าตนเองเป็นผู้เสนอชื่อดังกล่าว แต่ข้อมูลจากหลายแหล่งระบุว่า ศ.นากานิชิคือผู้เสนอชื่อศักราชใหม่ ที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลญี่ปุ่น

ศ.นากานิชิ เป็นศิษย์เอกของ ศ.เซนิจิ ฮิซามัตสึ ปรมาจารย์ด้านวรรณคดีญี่ปุ่นแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปี 1976 ศ.นากานิชิมีผลงานค้นคว้าวรรณคดีโบราณมากมาย จนได้รับรางวัลราชบัณฑิตแห่งญี่ปุ่นเมื่อปี 1970 และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์วัฒนธรรมจากสมเด็จพระจักรพรรดิเมื่อปี 2013

ศ.นากานิชิเป็นหนึ่งในคณะกรรมการคัดสรรชื่อรัชสมัยใหม่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งขึ้น โดยมีสมาชิกที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เช่น วรรณคดีจีน วรรณคดีญี่ปุ่น ผู้แทนสื่อมวลชน ผู้แทนสตรี และผู้แทนภาคธุรกิจ เป็นต้น

เรียกร้องรัฐบาลยึด “รัฐธรรมนูญสิบเจ็ดมาตรา” สร้างสมานฉันท์

ศาสตราจารย์ซูซูมุ นากานิชิ ได้กล่าวในการบรรยายที่จังหวัดโทยามะ หลังเริ่มต้นรัชสมัยเรวะว่า ต้องการให้นายกรัฐมนตรีทุกคนยึดแนวทางของรัฐธรรมนูญสิบเจ็ดมาตรา ซึ่งเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น เขียนขึ้นในศตวรรษที่ 7 เพื่อสร้างญี่ปุ่นให้เป็นสังคมแห่งความสมานฉันท์ สมกับชื่อรัชสมัยเรวะ

รัฐธรรมนูญสิบเจ็ดมาตรา 十七条憲法 เป็นงานที่เจ้าชายโชโตะกุ นิพนธ์ขึ้นเมื่อปี 604 ตามความในพงศาวดารญี่ปุ่นซึ่งเผยแพร่เมื่อปี 720 ต่อมา พระนางซุอิโกะ ทรงตรานิพนธ์นั้นเป็นกฎหมายซึ่งภายหลังนิยมเรียกกันว่ารัฐธรรมนูญ และถือกันว่า เป็นหนึ่งในเอกสารซึ่งบังคับบัญชาเรื่องศีลธรรมฉบับเริ่มแรกที่สุดในประวัติศาสตร์

รัฐธรรมนูญมีเนื้อความหลักดังนี้
- เชิดชูสามัคคี ต่อต้านโลกียวิสัย
- ศรัทธาพระรัตนตรัย
- ปฏิบัติตามพระราชโองการให้จงดี
- ข้าราชการต้องรักษาสัทธรรม เพราะสัทธรรมจะเป็นเครื่องรักษาวินัย
- ส่งเสริมคุณธรรม กำจัดอธรรม
- ไม่ก้าวก่ายกิจส่วนตัว ใส่ใจกิจสาธารณะ
- ให้ทุกคนมีเสรีที่จะเลือกสรรภาระของตน แต่ต้องไม่กระทบกระเทือนหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ผลงานนี้จะเป็นรัฐธรรมนูญมากน้อยเพียงไรยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ เนื่องจากเนื้อหาส่วนใหญ่ไม่ได้ว่าด้วยวิธีปกครองประเทศดังรัฐธรรมนูญสมัยใหม่ แต่ว่าด้วยปรัชญาพุทธและขงจื่อที่ข้าราชการและพสกนิกรพึงมีเพื่อให้กิจการของรัฐเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยมีพระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้ทรงอำนาจสูงสุด

ศ. นากานิชิ กล่าวว่า ประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าต่อสันติภาพ และปณิธานแห่งศีลธรรม ศ. นากานิชิประทับใจในคำสอนของ “โดเกน” พระสงฆ์นิกายเซนของญี่ปุ่น ผู้มีชีวิตในช่วงปี 1200-1253 ซึ่งเคยกล่าวว่า ดอกบ๊วยที่เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิคือพลังแห่งการเริ่มต้นของฤดูกาลอีก 3 ฤดู และสรรพสิ่งในโลกและชีวิตของมนุษย์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อศักราช "เรวะ" .