xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 16 ยูมิโกะถอดรหัสฆาตกรรม (ต่อ)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

ท่านต้องรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับนายมูราโคชิแล้วจึงขู่บังคับเขาให้ร่วมมือ นายมูราโคชิรู้ชะตากรรมตนเองดีว่าจะเป็นอย่างไรถ้าขัดขืนท่าน เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำในสิ่งที่รู้ดีว่าจะทำให้ชีวิตแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

ท่านต้องฉวยโอกาสนี้เล่าเรื่องของฉันกับนายฮิเมดะให้เขาฟังแน่ และไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายมูราโคชิจะเลือกรับภาระกำจัดศัตรูความรักของเขาให้สิ้นไปจากโลกนี้ แทนที่จะปล่อยให้ชีวิตของตนเองถูกทำลายด้วยอิทธำลของท่านผู้มีบารมียิ่งใหญ่ ฉันมองเห็นเหตุผลที่นายมูราโคชิปฏิเสธไม่พบปะกับฉันหลังนายฮิเมดะเสียชีวิตชัดเจนขึ้น เขาปฏิเสธการนัดทางโทรศัพท์ของฉันถึงสามครั้ง และเมื่อนาน ๆ พบกันทีเขาจะมีทีท่าหวาดระแวงอย่างประหลาด ครั้งหนึ่งถึงกับหลุดปากออกมาทำนองว่าเขาอาจถูกฆ่าก็ได้ ฉันนึกไม่ถึงว่าความหวาดระแวงของเขาจะกลายเป็นจริงในอีกไม่ช้าไม่นาน เขาถูกฆ่าเช่นเดียวกับนายฮิเมดะ

เมื่อนายมูราโคชิทำหน้าที่เชิดหุ่นตามคำสั่งของท่านเสร็จเรียบร้อย ก็จัดแจงถอดชิ้นส่วนหุ่นลองเสื้อเอาใส่กระเป๋าใบใหญ่รวมกับเสื้อนอกกับกล้องสองตาแล้วเดินทางกลับโตเกียวทั้งที่ยังปลอมตัวเช่นเดียวกับขามา จากนั้นคิดว่าคงตรงไปบ้านของจิตรกรแล้วถอดชุดปลอมตัว ฝากให้จิตรกรจัดการกับเสื้อโค้ตสีเทากับกระเป๋าใบใหญ่แล้วกลับ อพาร์ทเม้นต์ด้วยท่าทีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

นายมูราโคชิมีพยานยืนยันที่อยู่ ณ เวลาเกิดเหตุฆาตกรรมนายฮิเมดะ เพราะพอดีกับตอนนั้นเขาพบและทักทายกับแม่นมโทมิของฉันที่โรงละครคาบูกิ ซึ่งเป็นพยานยืนยันที่อยู่ที่มั่นคงมาก และนั่นก็คือกลอุบายของท่านผู้เป็นจอมวางแผนตัวยง แน่นอนว่าคนที่พบและทักทายกับแม่นมของฉันต้องเป็นนายมูราโคชิตัวปลอม คน ๆ นั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจิตรกรที่ถูกนายมูราโคชิขอร้องให้ใส่เสื้อผ้าของเขาไปที่โรงละครคาบูกิ พอไปถึงก็สอดส่ายสายตาหาแม่นมโทมิตามระเบียงทางเดินที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเดินสวนกันไปมา เมื่อพบก็ส่งเสียงเรียกแล้วเข้าไปทักทาย แม่นมฉันตาไม่ดีจึงลวงได้สำเร็จ ท่านจะต้องสืบจนแน่ใจไว้ก่อนแล้วว่าแม่นมไปดูละครคาบูกิวันนั้นจึงวางแผนให้จิตรกรปลอมตัวเป็นมูราโคชิมาทักทายได้อย่างแนบเนียน ท่านใช้สติปัญญาอันเฉียบแหลมอย่างน่าสยองขวัญ วางแผนรอบคอบสุขุมไปทุกกระเบียดนิ้วไม่ให้มีช่องเล็ดรอดได้แม้แต่ซอกมุมเดียว

จิตรกรคงเอาเสื้อโค้ตสีเทา หมวก รวมทั้งเสื้อนอกที่เหมือนของนายฮิเมดะและกระเป๋าใบใหญ่ที่นายมูราโคชิทิ้งเอาไว้ ไปขายพ่อค้าของเก่าที่ตลาดขยะเซ็นจู ส่วนชิ้นส่วนหุ่นลองเสื้อซึ่งคิดว่าคงขายไม่ได้นั้นเขาก็วางรวม ๆ เอาไว้กับข้าวของสัพเพเหระภายในห้องเพราะคิดว่าคงไม่มีใครสังเกตเห็น

แล้วทำไมถึงไม่ทิ้งไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด จะได้ไม่ไปเตะตาคนอย่างนักสืบอาเกจิ และสามารถเก็บความลับการใช้หุ่นลองเสื้อแทนตัวนายฮิเมดะผู้ถูกฆ่าไปได้ชั่วกัลปาวสาน จิตรกรคนเดียวคงไม่มีปัญญาคิดอุบายได้ นายมูราโคชิผู้อ่านนิยายสืบสวนสอบสวนมามากเหมือนกันจะต้องร่วมระดมปัญญาเป็นส่วนใหญ่แน่นอน และคงยึดหลักของเอ็ดการ์ อัลลัน โปที่ว่าที่ซ่อนดีที่สุดไม่มีใครสงสัยคือที่เปิดเผยให้เห็นกันชัด ๆ อุบายนี้คงสำเร็จไปปด้วยดีหากไม่มีคนฉลาดแหลมคมอย่างนักสืบอาเกจิผ่านเข้ามา

หุ่นลองเสื้อถูกเชิดและทิ้งตกลงไปในทะเลจึงกระเทาะบุบสลายและสกปรกไปบ้างเมื่อกระทบกับโขดหิน แต่ตอนที่จิตรกรซื้อมามันคงวางอยู่หน้าร้านขายของเก่าที่ตลาดขยะเซ็นจูในสภาพที่สง่าผ่าเผยน่าดูกว่านี้ ก่อนที่จะถูกตัดแขนขาออกเป็นส่วน ๆ แล้วเจาะรูเพื่อร้อยเส้นลวดทำเป็นหุ่นชัก

ทั้งหมดนั้นคือเรื่องที่ฉันจินตนาการระหว่างนอนอยู่บนเตียงเดียวกับท่านตลอดคืนเมื่อคืนก่อน นำมาเรียบเรียงพร้อมทั้งเพิ่มเติมสิ่งที่นึกขึ้นได้ก่อนบันทึกลงในไดอารี่เล่มนี้ อาจมีเรื่องอื่นที่หลุดไปแต่สำหรับตอนนี้พอเท่านี้ก่อน
ฉันคิดถึงคดีนายฮิเมดะเคียงคู่กันไปกับกรณีของนายมูราโคชิ คือเมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในความเกี่ยวข้องกับนายฮิเมดะแล้วจึงเริ่มตั้งใจคิดถึงกรณีของนายมูราโคชิ

ฉันนอนคิดอยู่ทั้งคืน คิดอย่างเดียวราวกับเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้หลับเลยสักตื่น ยิ่งใกล้รุ่งตาก็ยิ่งตื่นสมองก็ยิ่งแล่น คิดถอดปมปริศนาลึกลับออกได้เป็นเปลาะ ๆ ความคิดของฉันแล่นเร็วอย่างน่าสนุก

ฉันเคลิ้มหลับไปแค่สองชั่วโมงตอนเช้าตรู่ ลุกขึ้นไปส่งท่านออกไปทำงานแล้วนั่งลงเขียนไดอารี่ คิดไปเขียนไปจึงใช้เวลาค่อนข้างมาก นี่ก็เที่ยงแล้วพักสักครู่ดีกว่าแล้วค่อยมาเขียนต่อ

หลังอาหารเที่ยง คิดว่าจะนอนสักเงียบแต่พอตื่นมาพบว่าบ่ายสองแล้ว ฉันไขกุญแจเปิดสมุดไดอารี่และเริ่มเขียนบันทึกต่อ

ใครเป็นคนฆ่านายมูราโคชิ ฉันคิดว่าไม่มีทางที่จะเป็นคนอื่นไปได้นอกจากฆาตกรคนเดียวกันกับที่ฆ่านายฮิเมดะ พูดให้ชัด ๆ ก็คือโองาวาระ โยชิอากิ สามีผู้สูงศักดิ์ของฉันเป็นคนลงมือฆ่า และแรงจูงใจก็ไม่มีเหตุอื่นนอกจากแก้แค้นการลอบเล่นชู้กับภริยาท่าน อีกทั้งยังเป็นคนช่วยให้แผนสังหารนายฮิเมดะบรรลุเป้าหมาย และพอท่านรู้ว่าตำรวจสงสัยนายมูราโคชิและเริ่มสะกดรอยตาม ก็เลยจำเป็นต้องฆ่าปิดปากเพื่อรักษาความลับทั้งหมดเอาไว้ ที่นายมูราโคชิหลุดปากออกมาทำนองว่าเขาอาจถูกฆ่านั้นก็คงเพราะเกิดสังหรณ์ใจขึ้นมานั่นเอง

ก่อนตายนายฮิเมดะได้รับขนนกสีขาวใส่ซองส่งถึงเขาทางไปรษณีย์ถึงสองครั้ง และที่อกเสื้อกั๊กของศพนายมูราโคชิก็มีขนนกสีขาวแบบเดียวกันเสียบอยู่ หรือนั่นจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนฆาตกรรมเพื่ออำพรางว่าทั้งหมดเป็นการกระทำของสมาคมลับ ข้อสันนิษฐานนี้อาจมีความหมายเช่นนี้แฝงอยู่บ้างไม่มากก็น้อย แต่ที่แน่ ๆ คือมันเป็นส่วนประกอบที่ประหลาดมาก คนที่เป็นอัจฉริยะในการสร้างสถานการณ์ที่เป็นปริศนาลึกลับอย่างท่านคงต้องการองค์ประกอบอะไรสักอย่างที่จูงใจให้เกิดความพิศวงงงงวยเช่นนั้น ฉันรู้ดีว่าฆาตกรที่เปรียบประดุจผู้เชี่ยวชาญการสร้างฉากละครปริศนาท่านนี้มีนิสัยชอบแสดงพฤติกรรมท้าทายสายตาผู้ชมอย่างเปิดเผยเช่นนั้น

คดีฆาตกรรมนายมูราโคชิแตกต่างจากกรณีของนายฮิเมดะตรงที่ฉันแน่ใจว่าใครคือฆาตกร ผลสรุปออกมาก่อน ส่วนพฤติกรรมอำพรางนั้นเอาไว้วิเคราะห์ต่อไปในภายหลังก็ได้

กรณีของนายมูราโคชิ ฆาตกรก็มีพยานยืนยันที่อยู่ ณ เวลาเกิดเหตุที่มั่นคงเช่นกัน คืนวันที่ 13 ธันวาคม เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่งพอดีกับที่วิทยุส่งสัญญาณบอกเวลาสามทุ่มหลังจบการแสดงไวโอลินของซากางุจิ จูโซ คนข้างห้องออก ไปดูทันทีก็พบนายมูราโคชิถูกยิงตายอยู่ในห้องของเขา ณ เวลาเดียวกันนั้นเองท่านนั่งฟังการแสดงไวโอลินของ ซากางุจิ จูโซรายการเดียวกันและได้ยินเสียงสัญญาณบอกเวลาสามทุ่มอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้าน พร้อมกับฉันและนายโชจิ อพาร์ทเม้นต์ของนายมูราโคชิอยู่ใกล้กับสถานีชิบูยะ ส่วนคฤหาสน์โองาวาระของเราอยู่ที่อาโอยามะ- ทาคางิโจในเขตมินาโตะ คนคนหนึ่งจะไปอยู่ในสองสถานที่ในเวลาเดียวกันไม่ได้แน่นอน กรณีของนายฮิเมดะนั้นเป็นไปไม่ด้านระยะทาง ส่วนกรณีของนายมูราโคชิเป็นไปไม่ได้ด้านเวลา แค่มองโดยไม่คิดลึกลงไปกว่านั้นก็จะคิดว่านั่นเป็นพยานหลักฐานยืนยันที่อยู่และเวลาที่ไม่มีอะไรจะถูกต้องมั่นคงไปกว่านั้นอีกแล้ว แต่กลอุบายอำพรางคดีของฆาตกรลบล้างความเป็นไปไม่ได้ให้หมดสิ้นราวใช้มนต์ดำแห่งปีศาจ ในเมื่อความเป็นไปไม่ได้ด้านระยะทางเป็นเรื่องเป็นไปได้สำหรับฆาตกร ความเป็นไปไม่ได้ด้านเวลาในกรณีของนายมูราโคชิย่อมเป็นเรื่องเป็นไปได้สำหรับเขาแน่นอน

กลอุบายหรือมนต์ดำแห่งปีศาจอันใดที่ทำให้ความเป็นไปไม่ได้กลายเป็นเรื่องเป็นไปได้เช่นนั้น

ระหว่างที่สมองของฉันกำลังปลอดโปร่งมากราวสติวิปราสไปแล้วนั้นเอง ภาพหนึ่งที่วาบขึ้นมาในห้วงคิดคือ...เครื่องบันทึกเทป...กล่องเล็ก ๆ บุหนังอันนั้น ตอนที่เครื่องบันทึกเทปเริ่มเป็นที่นิยมกันในญี่ปุ่นเราได้ซื้อเครื่องบันทึกเทปขนาดเล็กแบบพกผลิตในอเมริกามาเครื่องหนึ่งสมัยที่เริ่มเป็นที่นิยมกันในญี่ปุ่น ตอนที่ซื้อมาใหม่ ๆ ก็เห่อเล่นกันอยู่พักหนึ่ง ไม่นานก็เบื่อจนในที่สุดก็ถูกเก็บไว้ในตู้ห้องทำงานของท่านและไม่ได้นำออกมาใช้งานนานเกือบสองปีเห็นจะได้

จะเรียกว่าสัญชาติญานก็น่าจะได้ แต่นั่นเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างฉับไว ไม่รู้ว่าอะไรคือต้นสายและอะไรคือปลายเหตุ แต่พอนึกถึงเครื่องบันทึกเทปขึ้นมาได้เช่นนั้นมันทำให้ฉันอยากสืบให้ได้ความจริงขึ้นมาทันที ฉันค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงย่องไปที่ห้องทำงานของท่านที่อยู่ข้าง ๆ นั้น ห้องทำงานกับห้องนอนของเรากั้นไว้ด้วยฝาผนังหนาแต่ไม่มีประตู ดังนั้นถึงจะมีเสียงเล็กน้อยก็ไม่ต้องเกรงว่าท่านจะได้ยินและสงสัยอะไร ฉันเปิดไฟห้องทำงานให้สว่างขึ้นแล้วเปิดตู้ดูก็พบเครื่องบันทึกเทปอยู่ในที่ของมัน

ฉันเขม้นมองเข้าไปสำรวจดูพื้นตู้ที่วางเครื่องบันทึกเทปแล้วก็พบว่าจริงอย่างที่คิด พื้นตู้มีฝุ่นจับอยู่บาง ๆ แต่ตรงที่วางเครื่องบันทึกเทปที่เอาไว้นานเกือบสองปีพื้นที่สี่เหลี่ยมใต้เครื่องนั้นย่อมไม่มีฝุ่นจับ แต่ที่ฉันเห็นตอนนั้นคือเครื่องบันทึกเทปวางอยู่ไม่ตรงกับพื้นที่สี่เหบี่ยมที่ปราศจากฝุ่น มันวางเหลื่อมอยู่ราวห้าหกเซ็นติเมตร แสดงให้เห็นได้ชัดว่าไม่นานมานี้มีใครสักคนเอาเครื่องบันทึกเทปออกไปจากที่ของมัน ยิ่งกว่านั้นบนฝาของเครื่องยังไม่มีฝุ่นจับอย่างที่ควรจะเป็นด้วย ฉันเปิดฝาเครื่องออกดูก็พบร่องรอยที่ทำให้รู้สึกได้ว่ามีใครเอามันออกไปใช้

ฉันตรวจดูเพียงแค่นั้นแล้วก็ปิดไฟห้องทำงานของท่านย่องกลับมานอนบนเตียงตามเดิม ความตื่นเต้นจากการพบความเป็นจริงตรงตามที่คาดหมายทำให้สมองของฉันยิ่งตื่นตัวคึกคักขึ้นไปอีกหลายเท่า

ท่านใช้ประโยชน์อะไรจากเครื่องบันทึกเทป นั่นคือห่วงปริศนาที่ฉันต้องหาทางถอดให้หลุดออกจงได้

เย็นวันเกิดเหตุท่านกลับจากการไปทำธุระนอกบ้าน อาบน้ำแล้วรับประทานอาหารกับฉัน และหลังจากนั้นราวทุ่มหนึ่งเห็นจะได้ ท่านเข่าไปอ่านหนังสือเงียบ ๆ อยู่ในห้องทำงานส่วนตัว ราวทุ่มครึ่งฉันเอาชาฝรั่งเข้าไปให้ตามที่เคยทำเป็นกิจวัตร ท่านอยู่คนเดียวในห้องประมาณชั่วโมงกว่า ๆ จนถึงเวลาที่รายการแสดงไวโอลินของซากางุจิ จูโซเริ่มกระจายเสียงเมื่อสองทุ่มสี่สิบนาที ระหว่างนั้นฉันอ่านหนังสือบ้างเขียนไดอารี่บ้างอยู่ในห้องส่วนตัวที่เรือนฝรั่ง

ส่วนคนรับใช้นั้นเมื่อเก็บโต๊ะอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วต่างก็แยกย้ายกลับห้องของตนที่เรือนญี่ปุ่น ไม่มีใครมาที่เรือนฝร่ะงนอกจากจะมีธุระอะไรเป็นพิเศษ ฉันทำหน้าที่ชงชาฝรั่งและขนมไปให้ท่านเองทุกวัน อีกทั้งในคืนวันนั้นคนในบ้านมีธุระออกไปข่างนอกกันหลายคน แม่นมโทมิต้องเอาของสำคัญไปส่งให้พี่ชายของฉันที่เซตางายะรถที่บ้านจึงต้องไปส่งโดยมีโกโรเด็กรับใช้ไปเป็นเพื่อน และกลับมาหลังสามทุ่มครึ่ง

คูโรซาวะ ทนายหน้าหอกลับบ้านไปตอนค่ำ คิคุคนรับใช้ขอกลับไปนอนค้างบ้านที่โซชิยายะเพราะแม่ไม่สบาย ตกลงตอนเกิดเหตุที่คฤหาสน์เหลือแค่นายโชจิ คนรับใช้หนึ่งคน สาวใช้สองคน คนครัวและพ่อเฒ่าคนหนึ่งเท่านั้น เมียคนขับรถก็เก็บตัวอยู่ในเรือนเล็กหลังโรงรถซึ่งเป็นที่อาศัยของตน ที่เรือนฝรั่งนอกจากฉันก็มีเพียงนายโชจิซึ่งดูเหมือนจะอ่านหนังสือเงียบอยู่ในห้องส่วนตัว

ดังนั้นในช่วงเวลาชั่วโมงกว่า ๆ ตั้งแต่ราวทุ่มครึ่งถึงสองทุ่มสี่สิบนั้น ไม่มีใครรู้ว่าท่านอยู่ในห้องทำงานจริงหรือไม่ การท่จะเปิดประตูห้องทำงานเดินออกไปตามระเบียงทางเดินไปที่ประตูทางออกจากบ้านโดยไม่ให้ใครเห็นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากก็จริง อย่างน้อยนายโชจิก็ต้องผิดสังเกตและถึงเด็กโกโรคนเฝ้าประตูทางออกจะไม่อยู่แต่ก็มีพ่อเฒ่าทำหน้าที่แทน

ถึงจะออกไปตามทางปกติไม่ได้ก็มีทางอื่นเช่นใช้วิธีเล็ดลอดออกไปทางสวน โดยเตรียมรองเท้าเอาไว้ในห้องทำงานแล้วปีนหน้าต่างลงไปในสวน ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรอยเท้าเป็นหลักฐานเพราะสวนเป็นสนามหญ้าและส่วนที่เป็นพื้นดินก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเฉอะแฉะเพราะช่วงนี้ฝนไม่ตก ท่านสามารถออกไปทางประตูรั้วท้ายสวนที่มีคนใช้น้อยมากและถึงจะติดกุญแจดอกใหญ่เอาไว้ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรสำหรับเจ้าของคฤหาสน์

ฉันคิดว่าท่านคงจะปลอมตัวออกไป และเมื่อคำนึงนิสัยของท่าน คิดว่าอาจใช้ชุดเสื้อโค้ตสีเทาและหมวก แว่นตาและหนวดปลอมอย่างที่ใช้ในกรณีนายฮิเมดะอีกครั้งหนึ่งก็ได้ แล้วหนีบเครื่องบันทึกเทปลอดประตูรั้วหลังบ้านออกไปจับรถแท็กซี่ไปที่อพาร์ทเม้นต์ของนายมูราโคชิที่ชิบูยะ จากมินาโตคุไปชิบูยะนั้นฟังดูเหมือนไกลเต็มประดาแต่ที่จริงแล้วมันใกล้แค่ปลายจมูกเท่านั้นเอง ถ้าไปโดยรถยนต์จากบ้านเราที่อาโอยามะ-ทาคางิโจจะไปถึง อพาร์ทเม้นต์คันนามิโซได้ภายในห้าหกนาทีเท่านั้น และถ้ารวมเวลาคอยรถแท็กซี่ด้วยก็จะใช้เวลาราวสิบสองสิบสามนาทีซึ่งเกินพอ

ฉันคิดว่าท่านต้องสั่งให้นายมูราโคชิติดต่อจิตรกรคนนั้นให้เตรียมปืนพกเอาไว้แน่ ไม่รู้ว่าท่านอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของการใช้ปืนว่าอย่างไรเหมือนกัน แต่นายมูราโคชิคงไม่คิดฝันเลยว่าปืนพกที่ตนเป็นคนหามานั้นจะถูกใช้เป็นอาวุธปลิดชีวิตตนเอง


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...