xs
xsm
sm
md
lg

พระจักรพรรดิองค์ใหม่ นำแดนอาทิตย์อุทัยสู่รัชสมัย “เรวะ”

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ในวันนี้ มกุฎราชกุมารนารูฮิโตะได้ขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ของญี่ปุ่น พระองค์ทรงตั้งปณิธานว่าจะสืบสานแนวทางของพระบิดาในการส่งเสริมสันติภาพ และนำพาญี่ปุ่นสู่ยุคความสมานฉันท์อันปีติ สมนามรัชสมัย “เรวะ”

สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะทรงมีพระชนมายุ 59 พรรษา ทรงพระราชสมภพเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2503 หรืิอ 15 ปีหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด พระองค์ทรงใช้ชีวิตในช่วงที่ญี่ปุ่นเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และช่วงที่ญี่ปุ่นเผชิญภาวะฟองสบู่แตก จึงทรงเข้าพระทัยในการเปลี่ยนแปลงของโลกและแดนอาทิตย์อุทัย และตั้งปณิธานในการส่งเสริมสันติภาพ

ในปี 2521ทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยกากุชูอิน สาขาวิชาประวัติศาสตร์ และได้ศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา ซึ่งเป็นเชื้อพระวงศ์ของญี่ปุ่นพระองค์แรกที่ศึกษาระดับปริญญาโท

หลังจากนั้นยังทรงเดินทางไปศึกษาที่วิทยาลัยเมอร์ตัน มหาวิทยาลัยอ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงเคยมีพระราชดำรัสว่าเป็นช่วงเวลาที่พระองค์ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตด้วยตนเอง จนครั้งหนึ่งทรงเกือบจะทำน้ำท่วมหอพัก เนื่องจากทรงทดลองซักผ้าด้วยพระองค์เอง ทรงนิพนธ์หนังสือเรื่อง The Thames and I: A Memoir of Two Years at Oxford ซึ่งเป็นบันทึกประจำวันขณะที่พระองค์ประทับศึกษาอยู่ในอ็อกฟอร์ด ทรงมีความสนพระทัยทั้งในด้านประวัติศาสตร์ และการจัดการทรัพยากรน้ำ

เจ้าชายนารูฮิโตะทรงได้รับการสถาปนาเป็นมกุฎราชกุมารแห่งญี่ปุ่นเมื่อมีพระชนมายุ 31 พรรษา และในปี 2536 ทรงเสกสมรสกับมาซาโกะ โอวาดะ หญิงสาวจากครอบครัวนักการทูต พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสนั้นว่า “ข้าพเจ้าหวังที่จะอยู่ใกล้ชิดกับคุณมาซาโกะ เมื่อเธอมีความกังวลใดๆ และจะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อปกป้องและช่วยเหลือเธอ”

ทั้งสองพระองค์ทรงเผชิญกับความคาดหวังจากราชวงศ์และสาธารณชน ที่ต้องการให้ทรงมีพระราชโอรสเพื่อเป็นองค์รัชทายาท จนเจ้าหญิงมาซาโกะทรงประสบกับภาวะเครียดและซึมเศร้า แต่ในที่สุดก็ทรงมีพระประสูติกาลเจ้าหญิงไอโกะ ในวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2544

มกุฎราชกุมารนารูอิโตะ ทรงมีพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 ก่อนที่จะขึ้นเป็นพระจักรพรรดิองค์ใหม่ของญี่ปุนว่า พระองค์ทรงมองไปยังอนาคตอย่างจริงจัง พระองค์จักทรงพัฒนาพระองค์เองอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยึดถือพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีเป็นแบบอย่าง ในการที่ทรงคำนึงถึงประชาชน ใกล้ชิดกับประชาชน และร่วมทุกข์ร่วมสุขกับปวงประชา เพื่อที่พระองค์จะทรงดำรงบทบาทเป็นสัญลักษณ์แห่งประเทศชาติได้อย่างดีที่สุด.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...