xs
xsm
sm
md
lg

เหตุที่ผู้หญิงญี่ปุ่นชอบดัดเสียง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

คนโด มาริเอะ สาวญี่ปุ่นผู้โด่งดังจากการสอนวิธีจัดบ้านให้เรียบร้อย
คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน ไม่นานมานี้ฉันมีโอกาสได้ดูรายการจัดบ้านให้หายรกของคุณคนโด มาริเอะ รวมทั้งรายการทีวีของอเมริกาที่เธอไปเป็นแขกรับเชิญ พอได้ยินเสียงที่เธอพูดแล้วก็เอะใจขึ้นมาว่าน้ำเสียงของผู้หญิงญี่ปุ่นฟังดูแตกต่างจากผู้หญิงชาติอื่น ๆ มาก เลยเป็นที่มาของบทความสัปดาห์นี้ค่ะ

ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรกนั้นฉันยังอยู่ชั้นประถม ได้ยินเสียงสาวญี่ปุ่นที่เป็นพนักงานกดลิฟท์พูดแล้วรู้สึกว่าน่ารักจังเลย และหลงคิดไปว่าผู้หญิงญี่ปุ่นทุกคนคงมีเสียงแบบนี้มาแต่เกิดและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป พอโตขึ้นมาอีกหน่อย อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นซึ่งเป็นคนไทยเล่าให้ฟังว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นปกติจะเสียงแบบหนึ่ง แต่พอโกรธขึ้นมาก็จะเสียงอีกแบบหนึ่ง คนละเสียงกันเลย

เดิมทีฉันนึกว่ามันเป็นเรื่องของการออกเสียงในแต่ละภาษาเสียอีกค่ะ อย่างฉันเองก็สังเกตว่าเวลาพูดแต่ละภาษา น้ำเสียงจะไม่เหมือนกัน แถมบุคลิกที่ออกมาตามภาษาที่พูดก็จะเปลี่ยนไปด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องของวัฒนธรรมที่ซ่อนอยู่ในภาษานั้นเป็นตัวกำหนดด้วยหรือเปล่า เพื่อนผู้อ่านลองพูดออกเสียงภาษาไทยเทียบกับภาษาอื่นสักประโยคสองประโยคดูสิคะ จะเห็นว่าความรู้สึกต่างกัน และน้ำเสียงก็อาจเปลี่ยนไปด้วย

มีอยู่วันหนึ่งฉันได้ยินเสียงสาว ๆ คุยกันในห้องน้ำที่ญี่ปุ่น ตอนแรกเห็นการแต่งตัวแล้วนึกว่าเป็นสาวญี่ปุ่น แต่พอได้ยินเธอคุยกันเป็นภาษาจีน ฉันเลยเผลอหันไปมองด้วยความแปลกใจ พวกเธอจีงรีบเปลี่ยนภาษาที่พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นทันที เสียงที่พูดก็สูงขึ้นตามไปด้วย

ตรงนี้ทำให้นึกถึงคลิปวีดีโอที่เคยดู มีสาวฝรั่งคนหนึ่งเปรียบเทียบว่าคนอเมริกันกับคนญี่ปุ่นแสดงออกต่างกันอย่างไรในสถานการณ์แบบเดียวกัน เธอพูดภาษาญี่ปุ่นเก่งมาก ถ้าไม่ได้ดูหน้าจะนึกว่าเป็นคนญี่ปุ่นพูดเลยทีเดียว ตอนนั้นฉันก็คิดว่าน้ำเสียงเธอสูงเหมือนสาวญี่ปุ่นจัง แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนกระทั่งเธอพูดภาษาอังกฤษออกมาเท่านั้นแหละ ฉันกำลังทำอะไรเพลิน ๆ อยู่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมามองว่ามีอีกคนอยู่ในคลิปด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะน้ำเสียงและความรู้สึกที่สัมผัสได้ต่างกัน พอเห็นว่าเป็นสาวฝรั่งคนเดิม ฉันถึงได้รู้ว่าที่แท้เธอดัดเสียงให้เหมือนสาวญี่ปุ่นเวลาพูดภาษาญี่ปุ่นนี่เอง

น้ำเสียงและบุคลิกยามเธอพูดสองภาษาต่างกันมาก ตอนพูดภาษาอังกฤษ เสียงเธอจะฟังดูเป็นธรรมชาติ บุคลิกก็ดูมีความเป็นผู้ใหญ่ เป็นตัวของตัวเอง มีเสน่ห์ดี แต่พอพูดภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นแหละค่ะ เสียงเธอก็ดัดจนเล็กแหลม ฟังดูเหมือนเด็ก หรือไม่ก็เสียงตัวการ์ตูนในแอนิเมชั่น ส่งผลให้บุคลิกเธอพลอยดูเหมือนเด็กที่ยังไม่โต และเนื่องจากเธอพูดสองภาษาสลับไปมา ทั้งเสียงทั้งบุคลิกก็เปลี่ยนสลับไปมา ทำให้ดูแล้วเหมือนมีผีสิงเข้า ๆ ออก ๆ ร่างเธออย่างไรก็ไม่ปาน

คนต่างชาติจำนวนมากโดยเฉพาะชาวตะวันตกตั้งข้อสงสัยว่า เพราะอะไรผู้หญิงญี่ปุ่นถึงต้องดัดเสียงให้ฟังดูเหมือนเด็กหรือให้ฟังดูน่ารัก ? บางคนบอกว่าฟังดูเหมือนเสียงเด็กทารก กระทั่งครอบครัวชาวญี่ปุ่นซึ่งคนต่างชาตินี้ไปอาศัยโฮมสเตย์นั้น คุณแม่ก็พูดกับคุณพ่อด้วยเสียงเด็กทารกที่ว่าแม้คุณพ่อจะอายุปาเข้าไปห้าสิบปีแล้วก็ตาม

จากคำบอกเล่าของชาวญี่ปุ่นหลายคนจะพูดตรงกันว่า การพูดด้วยเสียงที่สูงกว่าเสียงปกติจะฟังดูดีกว่า และเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า มีคนอธิบายว่าคล้ายสังคมญี่ปุ่นมีกฎเกณฑ์เป็นที่รู้กันคือ ผู้หญิงต้องดัดเสียงสูง ๆ ให้น่ารักเข้าไว้ถึงจะดี ถ้าไม่ดัดเสียงจะฟังดูห้วน ฟังดูภาพลักษณ์ไม่ดี ความคิดฝังหัวเช่นนี้จึงทำให้เวลาพูดเลยพลอยดัดเสียงไปโดยไม่รู้ตัว

ผู้หญิงญี่ปุ่นจำนวนมากรู้สึกว่าถ้าดัดเสียงให้ฟังดูเด็ก จะฟังดูน่ารัก น่าทะนุถนอม ดูเป็นผู้ยิ้งผู้หญิง ส่วนผู้ชายญี่ปุ่นก็จะชอบให้ผู้หญิงเป็นแบบนี้ บางคนเลยโบ้ยความผิดไปให้ผู้ชายญี่ปุ่นว่าอยากชอบอะไรแบบนี้เอง แม้ผู้หญิงจะเป็นแม่บ้านวัยกลางคนแล้วก็เลยยังต้องคอยดัดเสียงให้ฟังดูเด็ก

นอกจากนั้นก็ยังมีความเห็นอื่นอีกต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าเพราะการเติบโตมากับแอนิเมชั่น ได้ยินลักษณะการพูดของไอดอล หรือวิธีพูดของพนักงานร้านขายเสื้อผ้า เลยพลอยติดเสียงพูดแบบนี้ไปโดยไม่ตั้งใจ สาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเล่าว่าเธอทำงานบริการลูกค้า ตอนฝึกอบรมเขาจะสอนว่าให้พูดเสียงสูงขึ้นกว่าปกติจะได้ดูมีบุคลิกร่าเริงสดใส แต่ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็ด้วย อ่านถึงตรงนี้ก็นึกได้ว่าพนักงานชายในญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยเลยที่พูดเสียงสูงกว่าผู้ชายทั่วไปจริงด้วย

บ้างก็ว่านี่เป็นเรื่องการแสดงออกซึ่งสิทธิที่มากขึ้น ในขณะที่ผู้หญิงตะวันตกพูดด้วยน้ำเสียงปกติหรือพูดเสียงต่ำเพื่อให้รู้สึกถึงสถานะที่ทัดเทียมกันเคียงบ่าเคียงไหล่กับชาย ในทางตรงกันข้ามผู้หญิงญี่ปุ่นใช้วิธีแสดงบทบาทที่อ่อนแอหรือเป็นเหมือนเด็กเล็ก ๆ แทนเพื่อปกป้องและยืนหยัดในสิทธิของตัวเอง

ชาวตะวันตกไม่มีค่านิยมว่าการดัดเสียงให้สูงสมเป็นผู้ยิ้งผู้หญิงเป็นเรื่องดีแต่อย่างใด แถมยังว่าฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนมิกกี้เม้าส์ เหมือนเสียงหุ่นยนต์ หลอกลวง ไม่จริงใจ เหมือนแกล้งเล่นละครอยู่ หรือตั้งใจซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่าง บ้างก็ว่าฟังแล้วหงุดหงิด และไม่เข้าใจถึงความจำเป็นที่ผู้หญิงญี่ปุ่นปฏิเสธเสียงจริงของตัวเอง

ส่วนการพูดด้วยเสียงปกติหรือกระทั่งเสียงต่ำสำหรับพวกเขากลับฟังดูมีเสน่ห์ เหมือนคนที่โตแล้ว มีความมั่นใจในตัวเอง คนญี่ปุ่นเองบอกว่าถ้าอยู่ต่างประเทศแล้วขืนไปดัดเสียงให้ฟังดูน่ารักอาจโดนคนหาว่าบ้าและไม่คุยด้วยเลย ผู้หญิงญี่ปุ่นที่อยู่ต่างประเทศและทราบว่าการดัดเสียงสูงไม่ใช่สิ่งที่นิยมกันแบบในญี่ปุ่นจึงพูดด้วยน้ำเสียงปกติ

มีการสำรวจโดยให้คนญี่ปุ่นกับคนต่างชาติฝั่งละ 25 คนฟังเสียงพูดดูว่าชอบแบบไหน ระหว่างเสียงสูงกับเสียงต่ำ มีคนญี่ปุ่นถึง 23 คนจากทั้งหมด 25 คนบอกว่าชอบเสียงสูงมากกว่า แสดงว่าคนญี่ปุ่นนิยมเสียงดัดให้สูงฟังดูเป็นผู้ยิ้งผู้หญิงกันจริง ๆ

ส่วนคนต่างชาติมี 12 คนที่ชอบเสียงสูง อีก 13 คนชอบเสียงต่ำ ถ้าดูจากผลสำรวจนี้เทียบกับข้อมูลจากอีกหลายแห่งที่ว่าคนต่างชาติไม่ชอบเสียงสูงแล้ว ก็น่าแปลกใจที่มีคนต่างชาติชอบเสียงสูงกันจำนวนไม่น้อย แต่คาดว่าปัจจัยหนึ่งที่เป็นไปได้คือเขาอาจจะทำสำรวจจากคนต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่น ซึ่งคนเหล่านี้อาจจะชินกับเสียงพูดของผู้หญิงญี่ปุ่นอยู่แล้ว หรือบางคนอาจจะชอบญี่ปุ่นหรือชอบแอนิเมชั่นเป็นทุนเดิม เลยไม่ได้รู้สึกอะไร แต่อันนี้ก็เป็นเพียงการคาดเดาของฉันนะคะ

สรุปแล้วการดัดเสียงของผู้หญิงญี่ปุ่นก็มีนัยทางสังคมมาเกี่ยวข้องมากกว่าที่คาดเอาไว้ และการพูดด้วยเสียงสูงหรือเสียงต่ำก็สามารถสื่อความหมายไปในทางตรงกันข้ามได้ในวัฒนธรรมที่ต่างกัน อีกทั้งในขณะที่กระแสในญี่ปุ่นมองว่าผู้หญิงที่มีเสน่ห์คือผู้หญิงที่ทำตัวเด็ก ๆ พูดด้วยน้ำเสียงเด็ก ๆ แต่ในวัฒนธรรมตะวันตกจะมองว่าผู้หญิงที่มีเสน่ห์คือผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเองและพูดด้วยน้ำเสียงปกติ จะว่าไปแล้วนี่ก็อาจเป็นมุมหนึ่งที่สะท้อนภาพของการจัดกรอบในสังคมญี่ปุ่นได้เหมือนกัน ในขณะที่สังคมตะวันตกดูจะปล่อยอิสระกว่า

เรื่องก็เป็นด้วยประการฉะนี้….แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ สวัสดีค่ะ.



"ซาระซัง"
สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...