xs
xsm
sm
md
lg

คนญี่ปุ่น:จะทำอย่างไรถ้าต้องเข้าร่วมงานศพโดยที่ไม่รู้จักกับผู้เสียชีวิตหรือเจ้าภาพ !?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สวัสดีครับผม Mr.Leon มาแล้ว เพื่อนๆ ยังชอบการอ่านหนังสือแบบเป็นเป็นเล่มอยู่ไหมครับ และมีนักเขียนในดวงใจหรือเปล่า คงจะเป็นที่ทราบกันว่านักเขียนก็คือผู้ที่สร้างสรรค์งานเขียนต่างๆ ออกมา เป็นสาขาอาชีพหนึ่งที่มีความชำนาญและเป็นผู้ที่มีความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อสื่อแนวคิดและนำเสนอภาพพจน์ต่างๆ ออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บทกวี ร้อยกรอง ร้อยแก้ว เรื่องสั้น นวนิยาย บทละคร สารคดี เป็นต้น และก็มีนักเขียนที่ทำงานเฉพาะ เช่น กวี นักเขียนเรื่องสั้น นักเขียนนวนิยาย นักเขียนบทละคร นักหนังสือพิมพ์ นักเขียนสารคดี นักเขียนอื่น ๆ ด้วย สำหรับผมซึ่งเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้วจึงมีนักเขียนที่ชื่นชอบหลายท่าน แต่วันนี้จะคุยเกี่ยวกับนักเขียนท่านหนึ่งที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานมานี้เอง
(上)  橋本治 Hashimoto Osamu
คุณ 橋本治 Hashimoto Osamu นักเขียนญี่ปุ่นวัย 70 ปี ได้ถึงแก่กรรมเมื่อไม่นานมานี้เองครับ ผมเองรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะด่วนจากไปเร็วขนาดนี้ เพราะเมื่อไม่กี่ปีมานี้เองเขาก็บอกมาตลอดว่าไม่เป็นอะไร ยังมีความเป็นอยู่สบายดี แม้ว่าจะต้องต่อสู้กับอาการป่วยจากโรคประหลาดที่เกิดขึ้นกับคนจำนวนน้อยนิด โรคนี้ถ้าเทียบอัตราการเกิดแล้วคงจะบอกได้ว่าในจำนวนคนเป็นหมื่นๆ คนจะเจอคนเป็นโรคนี้แค่คนเดียว แม้คุณ Hashimoto จะบอกว่าสบายดีแต่ก็ไม่สามารถที่จะปรากฏตัวในที่สาธารณะได้ระยะหนึ่ง เมื่อมีงานประกาศรางวัลหนังสือยอดเยี่ยมเขาก็ไม่สามารถมาเองได้ ตัวแทนของคุณ Hashimoto ได้ออกมากล่าวสุนทรพจน์และบอกว่า (งานเขียนเล่มต่อไปของเขาคือ 「ธงแห่งความยุติธรรม」และหลังจากนั้นก็มีข่าวมรณกรรมของคุณ Hashimoto ออกมา

เมื่อผมได้ฟังข่าวการเสียชีวิตของคุณ Hashimoto แล้วก็รู้สึกเสียใจอย่างมากเช่นเดียวกัน รู้สึกเหงาในใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันครับ ( เพราะผู้ที่มีชื่อเสียงน่ายกย่องอย่างคุณ Hashimoto เสียชีวิตลงกลับถูกนำเสนอเป็นข่าวสั้นๆ ที่คอลัมน์ข่าวทางเวปไซต์ แค่สามบรรทัดและจบแค่นั้นเอง ) ตามปกติเมื่อคนญี่ปุ่นทั่วไปได้ยินข่าวการเสียชีวิตของใครก็ตามต้องถือมารยาทการปฏิบัติตนอย่างเข้มงวดซึ่งถือเป็นมารยาทอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะจะเห็นได้เด่นชัดในงานศพ ซึ่งแตกต่างจากงานแต่งงานที่ทุกคนจะออกแนวสนุกสนานร่าเริ่งเต็มที่ ขนาดใส่ชุดทักชิโด้กระโดดลงสระน้ำก็เป็นที่ขบขันกันเฮฮา

เมื่อพูดเรื่องประเด็นการเสียชีวิตของคนเรานั้น ใครๆ ก็รู้เป็นสากลว่าไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาล้อเล่นขำขัน โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่นนั้นในพิธีศพจะค่อนข้างมีวิถีระเบียบแบบแผนการปฏิบัติที่เข้มงวดและไม่อนุญาตให้มีข้อผิดพลาดเลย ดังนั้นจึงมีการสร้างข้อกำหนดแบบแผนหรือมารยาทต่างๆ เพื่อไม่เกิดการผิดพลาดอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้คนอื่นเสียหน้า บางทีผู้ที่มาร่วมในพิธีศพนั้นต่างก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน อาจจะมีหลากหลายสถานการณ์ในพิธีของงานศพ บางครั้งเพื่อสังคม บางสถานการณ์อาจต้องเข้าร่วมงานศพโดยที่ไม่รู้จักกับผู้เสียชีวิตหรือเจ้าภาพผู้จัดงานเลยก็เป็นไปได้ จึงต้องมีกิริยามารยาทที่ต้องปฏิบัติ คำพูดที่สามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้คงจะเป็นถ้อยคำที่แสดงความเสียใจต่อเจ้าภาพ อาทิเช่น ( เสียใจที่คนดีๆ เสียชีวิต) , (มาด่วนเสียชีวิตเร็วเกินไป) เป็นต้น

ถ้าเพื่อนๆ เคยอ่านเรื่องเล่าเก่าๆ ที่ผมเคยเขียนมาแล้วพอจำได้ ผมเคยเขียนประเด็นเกี่ยวกับงานแต่งงานที่ญี่ปุ่นและมารยาทในงานศพไว้ด้วย วันนี้ขอยกมาคร่าวๆ

งานศพหรือที่เพื่อนๆ คนไทยผมเรียกว่างานขาวดำ ที่ญี่ปุ่นนั้นเป็นพิธีที่เคร่งครัดมากและมีกฎมีมารยาทเยอะมากส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นจะจัดแบบพุทธ รูปแบบงานอาจจะซับซ้อน แต่ต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่าห้ามยิ้มเด็ดขาด ทำหน้านิ่ง ๆ ไว้ มีเรื่องคำพูดที่อาจต้องระมัดระวัง เมื่อถูกเชิญไปงานของครอบครัวของเพื่อนที่ไม่ค่อยสนิทนักหรือแม้ว่าจะไม่ค่อยรู้จักกันแต่ไม่ควรพูดว่า “ใครเสียชีวิตอ้ะ ไม่รู้จัก” แต่อาจเลี่ยงไปพูดว่า “เสียใจด้วย คุณ..มาด่วนเสียชีวิตเร็วเกินไป” ทั้งชายและหญิงเป็นไปได้ควรใส่สูทเฉพาะสำหรับงานขาวดำ จะไม่ใช่สูทดำที่ใส่ทำงานตามปกติธรรมดาทั่วไปนะครับ

แม้ว่าจะมีกฎมารยาทมากมาย แต่ที่สำคัญที่สุดคือไปแสดงความไว้อาลัยด้วยใจ ดังนั้น มีข้อควรจำอยู่ 3 อย่างครับ คือ
♦ไม่ควรยิ้มร่าเริง
♦ไม่ควรใช้ซองใส่เงินทำบุญผิดประเภท ซองทำบุญมีแบบใช้เพื่ออวยพร และแบบใช้สำหรับงานขาวดำ
♦เงินใส่ทำบุญห้ามใช้เงินใหม่ ซึ่งจะต่างจากงานแต่งงานที่ควรใช้แบงก์ใหม่ ๆ นะครับ

เนื่องจากคนเราต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน ก็อาจจะมีความสัมพันธ์กันทางใดทางหนึ่ง อาจจะอยู่บริษัทเดียวกันแต่ก็ไม่เคยคุยกันเลยก็ได้ แต่ก็ถือว่ามีความเกี่ยวข้องกันอยู่ กรณีนี้บางครั้งก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าต้องเข้าร่วมงานศพโดยที่ไม่ได้มีความรู้สึกไว้อาลัยจากใจจริงกับการจากไปของผู้เสียชีวิต มันเป็นการดีกว่าที่จะไม่มางานไหม ดังนั้นถ้าต้องไปงานอย่างน้อยต้องสำรวมและไว้อาลัย มีภาพยนตร์ที่ชื่อว่า「งานศพ」 ของคุณ Itami Juzo ผู้กับกำภาพยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ( โดยเฉพาะกับชาวตะวันตก ) เป็นเรื่องของชายคนหนึ่งเมื่อคุณพ่อของภรรยาเขาเสียชีวิต เขาต้องเป็นเจ้าภาพจัดงานศพโดยที่ทั้งสองคนไม่รู้จักมารยาทการจัดงานศพมาก่อนเลย และทุกวันก็ยุ่งมากจึงมีเวลาดูวิดีโอที่สอนเรื่องมารยาทงานศพแค่วันสองวันก่อนงานจริง ตามปกติแล้วคนที่อยู่ในช่วงเศร้าโศกเช่นนี้ ควรจะต้องร้องไห้เสียใจใช่ไหม แต่เขาและภรรยาไม่ได้เศร้าเสียใจเลย แล้วยังนั่งทำขนม ( เมอแรงค์) ไปด้วย และดูวิดีโอ how to ไปด้วย

จะว่าไปแล้วคนส่วนใหญ่รวมถึงผมด้วย เป็นคนที่ไม่ได้มีบุคลิกภาพที่โดดเด่นหรือมีจุดแข็งอะไรหรือเป็นคนที่มีมีอิทธิพลกับใครบางคน คือไม่ได้เป็นผู้มีชื่อเสียงเป็นที่จดจำ ถ้าอีกร้อยปีต่อจากนี้ก็อาจจะไม่มีญาติๆ คนไหนจำได้ก็ได้ อย่างภาพยนตร์ดังกล่าวแทนที่ลูกจะเสียใจร้องไห้สะอื้นทั้งๆ ที่พ่อของตัวเองเสียชีวิตแต่กลับทำขนมหน้าตาเฉย วิดีโอสอนว่าตอนนั่งที่พิธีด้านหน้าต้องแสดงว่าเสียใจอย่างนู้นอย่างนี้ ต้องนั่งด้วยท่านั่นท่านี้ และต้องพูดอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น『พูดว่าขอบคุณที่ผู้เสียชีวิตที่คอยดูแลช่วยเหลือตนเองมาโดยตลอด...บลาๆ 』 ฝ่ายภรรยาสาวที่นั่งทำขนมไปด้วย ดูวิดีโอไปด้วยเธอก็พูดว่า ใครจะไปจำได้ พูดยาวขนาดนั้น !! วิธีที่จะไม่ต้องพูดยาวคือแกล้งร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดไม่ได้สินะ .. เป็นฉากที่หลายคนดูแล้วรู้สึกขำขัน

คำสนทนาสั้นๆ ประมาณว่า ( เสียใจที่คนดีๆ เสียชีวิต) , (มาด่วนเสียชีวิตเร็วเกินไป ) เป็นคำพื้นฐานที่สามารถใช้กล่าวแสดงความเสียใจได้ไม่ว่าผู้ที่เสียชีวิตจะอายุ 17 หรือ 117 ก็ตาม ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกไม่ดีถึงแม้ว่าจะไม่รู้จักกับคนที่เสียชีวิตก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่จำเป็นต้องมาคิดว่า เป็นคนที่น่าเสียดายจริงหรือไม่ หรือเสียชีวิตไปเร็วจริงเหรอ

แต่ครั้งนี้เมื่อผมได้ฟังข่าวการเสียชีวิตของคุณ Hashimoto แล้วผมกลับรู้สึกจริงๆ ว่า ท่านเป็นบุคคลที่น่าเสียดาย แล้วมาด่วนเสียชีวิตเร็วไปจริงๆ ผมยังอยากอ่านหนังสือของคุณ Hashimoto ต่ออยู่เลย ผมได้หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเพื่อรวบรวมข่าวต่างๆ เกี่ยวกับเขา ผมเจอข่าวที่เขียนเกี่ยวกับสมัยที่เขายังมีชีวิตอย่างละเอียด เหมือนว่าจะเป็นนักข่าวบันเทิงของหนังสือพิมพ์ ไม่คิดว่านักข่าวก็จะเขียนเรื่องคุณ Hashimoto อย่างละเอียดเช่นนี้ นั่นแสดงว่ามีคนที่ชื่นชอบบทความของเขามากๆ เหมือนกัน ผมรู้สึกดีใจและแอบอมยิ้มออกมา และมีนักเขียนท่านอื่นๆ ที่เขียนเกี่ยวกับคุณ Hashimoto ว่าเป็น 「คนที่ฉลาดที่สุดของญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 20」และมีทวิตเตอร์โพสข้อความนี้ด้วยว่า [ถ้าเขาหล่อประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนแปลงแน่ๆ ] เป็นต้น ซึ่งผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกันเลย

ผมจะไม่พูดเกี่ยวกับผลงานที่ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายของ คุณ Hashimoto แบบอธิบายทีละอย่าง เพราะไม่สามารถพูดได้หมดจริงๆ ครับ ชีวิตการทำงานของคุณ Hashimoto ในช่วงแรกเหมือนว่าจะเป็นนักออกแบบ คิดว่าเขาเป็นคนเขียนหนังสือภาพที่ชื่อว่า 「งานถักไหมพรมของผู้ชาย」เป็นการแปลจากภาษาเก่าของญี่ปุ่นให้เป็นภาษาพูดในปัจจุบัน

งานของคุณ Hashimoto เหมือนเป็นความตื่นเต้นในการสร้างสรรค์งานพู่กันที่มีชีวิตชีวา และสื่อออกมาถึงจิตใจของคน ความทราบซึ้งนี้เป็นที่ตราตรึงได้เป็นอย่างดี อย่างตำนาน Genji เก็จจิ ตำนาน Heike เฮอิเกะ มีการเขียนเป็นภาษาพูดในปัจจุบัน 5 พันแผ่นกระดาษเขียนแนวตั้งแบบญี่ปุ่น และตีพิมพ์ ผมเคยยืมจากห้องสมุดมาอ่าน แต่ถ้าซื้อมาอ่าน หนังสือคงจะต้องวางซ้อนกันสูงเป็นตั้งๆ ท่วมตัว ซึ่งห้องของผมในเมืองโตเกียวเป็นห้องแคบๆ ไม่มีที่วางแน่นอนครับ ( หัวเราะ )
(上)  源氏物語 Genji Monogatari
แล้วความสามารถที่แท้จริงของคุณ Hashimoto คือ การแปลความ「คำที่เข้าใจได้ยาก คำที่ซับซ้อน」ด้วยคำพูดที่ทำให้เข้าใจง่าย บทความเยอะมากในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขาที่กลายเป็น Best Seller เช่น 「วิธีที่จะบอกว่าไม่เข้าใจ」、「ก็หัวหน้าอ้ะ ..ข้าจะพูดอย่างที่คิด」เป็นต้น

จากประเด็นเรื่อง「ก็หัวหน้าอ้ะ ..ข้าจะพูดอย่างที่คิด」จะยกตัวอย่างที่ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ ที่เวทีประชุมของบริษัทหนึ่งที่ขายอุปกรณ์เกี่ยวกับงานศพ ถึงแม้พนักงานที่อายุน้อยจะพูดนำเสนอความคิดเห็นที่อยากจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเกี่ยวกับปัญหาของบริษัทในที่ประชุม แต่เพราะหัวหน้าไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพปัจจุบันและเรื่องราวที่เคยเป็นมา แล้วก็เพราะรู้สึกดีที่ใช้อำนาจที่ตัวเองมีล้มแนวความคิดของลูกน้องได้

พนักงานที่อายุน้อย: 「งานเกี่ยวกับการขายและผลิตตุ๊กตาวางหลุมศพ 埴輪、はにわ Haniwa ที่ญี่ปุ่นในตอนนี้ ไม่สามารถที่จะไปต่อได้แล้วนะครับ! 」

หัวหน้า:「จะบอกแบบนั้นก็ใช่ แต่ลูกค้าที่ยังอยากจะซื้อตุ๊กตาวางหลุมศพก็ยังมีอยู่นะ แล้วก็หลังจากนี้ก็ยังคงจะเป็นแบบนี้ต่อไปด้วยนะ」

เมื่อต้องถึงเวลาตัดสินทิศทางและบทสรุปการประชุม ลูกน้องต่างรอว่าประธานจะตัดสินใจอย่างไร กลายเป็นว่าเพื่อไม่ให้ใครขายหน้าจากผลการลงความเห็นกันในที่ประชุมแบบนี้ ประธานก็พูดเรื่องที่ไม่ได้ใจความออกมาว่า : 「งั้นไปสร้างสาขาใหม่ที่ดวงจันทร์กันเถอะ!」
(上)  平家物語 Heike Monogatari
ถ้าเป็นแบบนี้ความเห็นที่อยากจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นของพนักงานที่อายุน้อยที่เสนอไป ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะใครจะไปสร้างสาขาที่ดวงจันทร์ได้ ถ้าได้พนักงานคนนั้นก็จะถูกย้ายไปประจำที่สาขานั้น จะเป็นไปได้ยังไงฟังแล้วไม่รู้สึกอยากลาออกก็ต้องจนใจทนต่อไปละครับ หนังสือมีการแปลความหมายให้เข้าใจได้ง่าย โดยการยกตัวอย่างที่เห็นภาพ ( ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความไม่สมเหตุสมผล ) ถ้าทำงานในบริษัทแบบนี้ จะคิดอย่างไร ในตอนนั้นผมทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่นพอดี และมีเพื่อนร่วมงานเป็นอาจารย์สอนภาษา ตอนนั้นคุยกันเรื่องหนังสือ 「ก็หัวหน้าอ้ะ ..ข้าจะพูดอย่างที่คิด」ซึ่งเป็น Best Seller แต่อาจารย์สอนภาษาไม่รู้จัก คุณ Hashimoto ผมรู้สึกแปลกใจ และเสียดาย

ครั้งนี้ผมได้ฟังข่าวการเสียชีวิตของคุณ Hashimoto ผู้ซึ่งเคยทำผลงานอันยิ่งใหญ่ ผมรู้สึกราวกับว่าเรื่องของเขาจมหายไปในแต่ละวันราวกับระบบสายพานส่งของ ด้วยการที่ถูกนำไปเขียนเป็นข่าวเพียงแค่ 3 บรรทัด ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ถ้าคุณชอบนักเขียนสักคนแล้วรู้สึกเช่นเดียวกันผม ผมก็รู้สึกยินดี วันนี้สวัสดีครับ
(上)  埴輪、はにわ Haniwa


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...