xs
xsm
sm
md
lg

รหัสรักจากอเวจี ตอนที่ 13 อาเกจิ โคโงโร

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หรือด้วยฤทธิ์พิศวาส..รหัสปริศนาที่ถูกทิ้งไว้จึงมีมนต์มายาราวกับส่งสัญญาณขึ้นมาจากอเวจี

ค่ำวันที่ 16 นายโองาวาระอดีตขุนนางชั้นสูงกลับมาบ้านได้จังหวะพอดีกับที่เอโองาวะ รัมโปะ นักประพันธ์นวนิยายสืบสวนซึ่งเป็นคนรู้จักกันดีโทรศัพท์เข้ามา ธุระของนักประพันธ์นามอุโฆษผู้นี้คือ “อาเกจิ โคโงโรเพื่อนสนิทของผมบอกว่าอยากพบท่านสักครั้งเพื่อขอฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีฮิเมดะกับคดีมุราโคชิ ช่วยเปิดโอกาสให้เขาได้เข้าพบด้วยจะได้ไหม” นายโองาวะตอบตกลงทันทีเพราะเขาเองก็อยากพบนักสืบเอกชนเรืองน้ำคนนี้สักครั้งเหมือนกัน

ราวหนึ่งทุ่มคืนนั้นอาเกจิ โคโงโรจึงมาที่คฤหาสน์โองาวาระ และได้รับเชิญให้เข้าไปในห้องเขียนหนังสือของเจ้าของคฤหาสน์ในเรือนฝรั่ง

หลังจากนั่งลงตรงข้ามกันและกล่าวทักทายกันตามธรรมเนียมแล้วนายโองาวาระก็เอ่ยขึ้นว่า

“ถ้าคุณไม่ว่ากระไร ผมอยากให้ภรรยากับโชจิเลขาส่วนตัวของผมมาร่วมสนทนากันด้วย โชจิได้รับความกรุณาจากคุณมากคิดว่าเขาคงดีใจที่จะได้พบกันวันนี้”

แน่นอนว่านักสืบเอกย่อมไม่ขัดข้อง และไม่นานทั้งสองก็เข้ามานั่งล้อมวงกันที่โต๊ะกลมตัวใหญ่ในห้องนั้น

นายโองาวาระกับยุมิโกะภรรยาสาวของเขาเพิ่งพบนักสืบอาเกจิเป็นครั้งแรก จึงมองเขาอย่างเพ่งพิศด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น อาเกจิซ่อนร่างสูงสง่าของเขาอยู่ในชุดสูทสีดำเสื้อนอกติดกระดุมสองแถวเช่นเคย เขานั่งอยู่บนเก้าอี้เท้าแขนขาที่ไขว้กันอยู่อย่างเก๋ดูยาวเกินชายญี่ปุ่นทั่วไป ใบหน้าคมสันของเขายาวเรียวได้รูป จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตากลมโตภายใต้เปลือกตาสองชั้นฉายแววอ่อนโยน เรียวปากเม้มสนิทมีเสน่ห์ชวนมอง ผมยุ่งเหยิงแม้จะแซมขาวแต่ก็ดูหนุ่มกว่าวัย 50 ดูเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีกว่าที่เห็นในภาพถ่าย

โชจิ ทาเคฮิโกะ อดนึกถึงนิยายเรื่อง “อสูรกับปีศาจ” ในชุดจอมโจรอาร์แซน ลูแปงขึ้นมาไม่ได้ นายโองาวาระคืออสูรตัวจริงไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่ใหญ่โตหรือบุคลิกอันน่าเกรงขาม ส่วนอาเกจินั้นจะว่าเป็นปีศาจก็ไม่เชิงและพอจะมีเงาของอสูรอยู่บ้าง เอาเป็นว่าอสูรกับอสูรมาเจอกัน ใหญ่ทั้งคู่อย่างนี้การสนทนาคงจะมีรสชาติไม่น้อย

ความสัมพันธ์เร้นลับระหว่างทาเคฮิโกะกับคุณนายยุมิโกะยิ่งแนบแน่นขึ้นตามวันเวลาต่อเนื่องมาตั้งแต่วันนั้น เวลาพบหน้ากันเลขาหนุ่มจะสำนึกทุกครั้งไปว่าตนได้ทำสิ่งที่ไม่สมควรลงไป แต่มันก็ไม่ใช่สำนึกที่ร้ายกาจจนถึงกับทนไม่ได้ บางครั้งก็นึกกลัวตัวเองอยู่เหมือนกันว่าจะกลายเป็นคนเย็นชาไร้จริยธรรม เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วชายหนุ่มมั่นใจว่าจะไม่มีทางทำพิรุธให้ท่านเจ้าของบ้านจับได้แน่นอน ยุมิโกะยิ่งตีหน้าเฉยได้แนบเนียนไปกว่าเขาเสียอีก ทำให้รู้สึกว่าผู้หญิงแสดงละครเก่งอย่างน่ากลัวเลยทีเดียว เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผู้หญิงระดับคุณหนูในสังคมชั้นสูงอย่างยุมิโกะจะมีพรสวรรค์ในเรื่องรักเล่ห์เสน่หาถึงขนาดนั้น มันเป็นอะไรที่เหมือนอยู่คนละมิติ แต่ก็มีเสน่ห์เย้ายวนใจให้เขาตาพร่าพรายได้เสมอ

“ท่านคงทราบแล้วนะครับว่าจิตรกรชื่อซานุกิ โจคิจิเสียชีวิต”

นักสืบอาเกจิถามโพล่งขึ้น

“ไม่รู้เรื่องเลยครับ ผู้ชายคนนี้มีอะไรเกี่ยวข้องกับฮิเมดะและมุราโคชิรึ”

เมื่อสองวันก่อนสารวัตรฮานาดะจากกรมตำรวจนครบาลมาหาที่คฤหาสน์แต่ไม่เห็นเอ่ยชื่อนายซานุกิ โจคิจิคนนี้

“กับคุณคาเมดะดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน แต่ว่าเป็นเพื่อนสนิทกันมากกับคุณมุราโคชิครับ ผมเองไม่เคยพบกับจิตรกรคนนี้ แต่ได้รายละเอียดมาจากผู้กองมิโนอุระ ตำรวจสายสืบของกรมตำรวจนครบาล”

ว่าแล้วนักสืบเอกก็เล่าเรื่องให้ฟังคร่าว ๆ ตั้งแต่ที่ผู้กองมิโนอุระสะกดรอยตามนายมุราโคชิ จนไปพบกับจิตรกรซานุกิบนห้องเพดาน

“จิตรกรคนนั้นหายออกไปจากบ้านวันที่ 12 ก่อนพบศพนายมุราโคชิวันหนึ่ง แล้วไม่กลับมาอีกเลย ตำรวจสงสัยจนเกือบจะออกประกาศจับอยู่แล้ว ก็พอดีพบศพลอยมาติดที่คุ้งน้ำห่างจากสะพานเซ็นจูโอฮาชิลงไปทางปากแม่น้ำราวหนึ่งกิโลเมตร คุ้งน้ำตรงนั้นตามปกติจะมีขยะจากต้นน้ำลอยลงมาติดมากมายเสมอและศพของจิตรกรก็ลอยอืดขึ้นมาตรงนั้น สาเหตุการตายคือจมน้ำ ไม่มีบาดแผล ตรวจอวัยวะภายในแล้วไม่พบยาพิษ สันนิษฐานจากสภาพศพน่าจะเสียชีวิตในคืนวันที่ 12 ครับ”

“ตำรวจมองว่าเป็นการฆาตกรรมหรือครับ”

“ถ้าคดีของคุณมุราโคชิเป็นการฆาตกรรม กรณีของจิตรกรคนนี้ก็น่าจะเป็นการฆาตกรรมเหมือนกัน เพราะสองคนนี่มีความใกล้ชิดกันมาก”

“คุณก็คงคิดว่ามุราโคชิถูกฆาตกรรมเหมือนกัน”

นายโองาวาระกับนักสืบอาเกจิถามตอบกันอยู่เพียงสองคน ส่วนคุณนายยุมิโกะกับทาเคฮิโกะเป็นฝ่ายนั่งฟัง นาย โองาวาระเล่าว่า

“เมื่อคืนวานซืนนี้ นายตำรวจชื่อฮานาดะจากกรมตำรวจนครบาลมาหาผมที่นี่ และเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคดี มุราโคชิให้ฟังค่อนข้างละเอียด ถ้าเป็นการฆาตกรรมจริงก็จะต้องไขปริศนาห้องปิดตายให้ได้ ซึ่งทางตำรวจบอกว่ายังมืดแปดด้านอยู่...”

นายโองาวาระซึ่งเป็นคนชอบอ่านนิยายสืบสวนสอบสวนอยู่แล้วดูเหมือนจะตื่นเต้นไม่น้อย เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้สนทนาพลางหยิบบุหรี่จากกล่องเงินบนโต๊ะออกมาจุดสูบมวนต่อมวน นักสืบอาเกจิเป็นนักสูบบุหรี่เหมือนกันแต่ยังไม่เท่าท่านเจ้าของบ้านที่จัดอยู่ในประเภทสิงห์อมควันเลยทีเดียว ควันจากบุหรี่อบอวลอยู่เหนือโต๊ะกลมตัวใหญ่ราวกับมีหมอกเคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุม

“ผมได้ข่าวเรื่องนี้จากผู้กองมิโนอุระในวันรุ่งขึ้นและได้ไปดูสถานที่เกิดเหตุด้วย ผมถอดรหัสปริศนาได้สำเร็จ และตอนนี้หัวหน้าแผนกสืบสวนสอบสวนที่ 1 และสารวัตรฮานาดะ ก็น่าจะรู้แล้วด้วย”

นักสิบอาเกจิพูดเรื่อย ๆ ไม่ได้ทำท่าอวดตัวแต่อย่างใด

“คุณไขปริศนาห้องปิดตายได้สำเร็จหรือครับ มัน...มันยังไงหรือครับ”

“ผมได้ยินมาว่าท่านเป็นนักอ่านนิยายสืบสวนและประวัติศาสตร์อาชญากรรมผู้เชี่ยวชาญอย่างหาตัวจับยาก คิดว่าน่าจะรอบรู้เกี่ยวกับกลอุบายของห้องปิดตายพอ ๆ กับพวกนักสืบอาชีพ ตามปกติเวลาที่คนร้ายทำห้องปิดตายขึ้นมาอย่างมีแผน ส่วนใหญ่ความลึกลับของอาชญากรรมจะอยู่ที่ห้องปิดตายเท่านั้น ห้องปิดตายเป็นจุดสำคัญของคดีถึงขนาดที่ว่าถ้าไขปริศนาห้องปิดตายออกก็จะรู้ตัวฆาตกรทันที คือถ้าไม่ทำให้ที่เกิดเหตุเป็นห้องปิดตายขึ้นมาฆาตกรก็ไม่มีทางหนีรอดไปได้ แต่คดีของคุณมุราโคชิไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะไม่ใช่ประเภทที่ว่าพอถอดรหัสห้องปิดตายได้แล้วจะรู้ตัวคนร้ายได้ง่าย ๆ”

คุณนายยุมิโกะและทาเคฮิโกะจับจ้องใบหน้ายิ้มแย้มของนักสืบอาเกจิอย่างไม่คลาดสายตาขณะนิ่งฟังด้วยความสนใจ ประกายของความเสน่หาเร้นลับจางหายจากห้วงลึกในดวงตาของคนทั้งสองไปชั่วครู่

“กุญแจประตูถูกเสียบค้างไว้ที่รูกุญแจด้านในของห้อง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่ฆาตกรจะใช้กุญแจสำรองไขปิดจากด้านนอกโดยที่กุญแจไม่หล่นจากรู มีวิธีอย่างเช่นใช้คีมเล็ก ๆ สอดเข้าไปในรูกุญแจจับลูกกุญแจให้หมุนปิดล็อก แต่การทำเช่นนั้นที่ปลายลูกกุญแจก็จะต้องมีรอยที่ถูกคีมคีบ ซึ่งตรวจดูแล้วไม่พบเลยครับ ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ท่านคงเคยอ่านผ่านตาคือใช้กลไกของเข็มกับด้ายและคีม ซึ่งกรณีนี้ใต้บานประตูจะต้องมีช่องว่าง แต่ประตูห้องของคุณมุราโคชิไม่มีครับ ห้องของเขามีธรณีประตูด้านล่างของบานประตูจึงปิดสนิท ถ้าเป็นเส้นด้ายบาง ๆ อาจพอลอดเข้าไปได้แต่ถ้าเป็นเส้นลวดและคีมที่จะสอดเข้าไปจัดการกับลูกกุญแจข้างในห้องเห็นจะไม่มีทางเป็นไปได้แน่ จึงเห็นได้ชัดว่าคำไขปริศนาห้องปิดตายไม่ได้อยู่ที่กลไกของประตูครับ”

นายโองาวาระฟังมาถึงตรงนี้แล้วขัดขึ้นยิ้ม ๆ

“ในนิยายยังมีอีกหลายวิธีครับ อย่างเช่น ถอดบานพับยกประตูออกมาทั้งบาน พอออกจากห้องได้แล้วก็ติดบานพับปิดประตูเข้าไปตามเดิม ฮะ ฮะ ฮะ...วิธีบ๊อง ๆ อย่างนั้นคงไม่มีใครบ้าทำจริง ๆ หรอกนะครับ”

“แต่ในฐานะนักสืบเราจะต้องตรวจยืนยันความเป็นไปได้ของกลอุบายทุกอย่างครับ เรื่องนี้ผมก็ตรวจดูอย่างละเอียดด้วย แต่ที่ตะปูควงของบานพับทุกอันไม่รอยว่าถูกไขด้วยไขควงไปเมื่อไม่นานเลยครับ เรื่องพวกนี้ตรวจดูไม่กี่วินาทีก็รู้แล้ว นักสืบจะไม่เว้นไว้หรอกครับ”

“ต่อไปก็หน้าต่างใช่ไหม”

นักสืบอาเกจิไม่ตอบทันที เขาดูดบุหรี่พลางมองใบหน้ากว้างขาวเนียนของนายโองาวาระแล้วยิ้มนิด ๆ อีกฝ่ายยิ้มตอบ ทั้งสองเงียบไปราวสิบหรือยี่สิบวินาที จนทาเคฮิโกะรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก

“ผมตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่า ไม่มีช่องทางลับสำหรับเข้าออกเลยแม้แต่ทางเดียวอื่นนอกจากหน้าต่าง จริงอย่างที่คุณคิด ปัญหาอยู่ที่หน้าต่างครับ หน้าต่างห้องคุณมุราโคชิมีสามบาน และทั้งสามบานเป็นหน้าต่างกระจกที่เปิดขึ้นข้างบนแบบบ้านฝรั่งสมัยเก่า ทางด้านตะวันออกมี 2 บาน และด้านเหนือมี 1 บาน ผมดูแล้วกระจกหน้าต่างไม่มีรอยแตก และไม่มีร่องรอยว่ามีการถอดกระจกออกแล้วใส่เข้าไปใหม่ ผมตรวจอย่างอย่างละเอียดจนพบว่าที่หน้าต่างด้านเหนือ บานล่างตรงมุมบนขวามีรอยแยกแคบมาก”

พอพูดมาถึงตรงนี้นักสืบก็ขอให้ทาเคฮิโกะไปหยิบกระดาษดินสอมาแล้ววาดแผนผังลงไป ก่อนเริ่มไขปริศนา


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...