xs
xsm
sm
md
lg

มุมมืดของไอดอลญี่ปุ่นกับสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จ่ายน้อย, ทำงานเยอะ, ฉีกสัญญาไม่ได้

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ด้วยการมีอยู่ของกลุ่มไอดอล AKB48 อาจจะทำให้ทุกวันนี้เราติดภาพกลุ่มไอดอลที่เต็มไปด้วยเด็กสาววัยสดใสที่แสดงการร้องเต้นบนเวที ออกรายการโทรทัศน์ อัพเดทชีวิตผ่านโลกโซเชียล พวกเธอเหล่านี้เปรียบเสมือนหนึ่งในตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นในสาขาป็อปคัลเจอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ เส้นทางของเด็กสาวพวกนี้มีเรื่องราวที่น่าติดตาม แม้พวกเธออาจจะไม่ได้ไปถึงฝั่งฝันกันทุกคน แต่ก็นับได้ว่าครั้งหนึ่งเคยได้ยืนอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์ต่อหน้าคนนับพันหมื่นที่มาให้กำลังใจพวกเธอถึงหน้าเวที

ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของวงการไอดอลในที่ที่แสงสปอตไลท์ส่องไปไม่ถึง กับเหล่าผู้สนับสนุนไม่กี่ร้อยคน พวกเธอคือ “จิกะไอดอล” (ไอดอลใต้ดิน) กลุ่มเด็กสาวที่ไม่อาจยืนอยู่บนเวทีของอารีน่าใหญ่โต แต่ความฝันนั้นเปี่ยมล้นไม่แพ้ใคร พวกเธอเองก็อยากจะเฉิดฉายให้ได้สักวันหนึ่ง ทว่าระหว่างทางสู่จุดหมาย เส้นทางนั้นอาจไม่ได้เป็นอย่างที่วาดภาพเอาไว้

ทุกวันนี้ในวงการบันเทิงของญี่ปุ่น มีเหล่าเด็กสาวที่รวมตัวจับกลุ่มกันเป็นวงไอดอลอยู่มากมายนับไม่ถ้วนหลายร้อยวง บางส่วนจากในนั้นถูกความฝันบังตา จนเผลอใจไปเซ็นสัญญาที่จะฝากรอยแผลไว้กับชีวิตของพวกเธอไปอีกแสนนาน หรือที่เราเรียกกันแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่า “สัญญาทาส”
โคโตบาโนะ อายะ (ซ้าย) และ โอกิ นัตสึมิ อดีตสมาชิก Nijiiro Fanfare ที่ตัดสินใจต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมแก่ตนเอง
Nijiiro Fanfare (虹色fanふぁーれ) อาจจะไม่ใช่ชื่อที่ผู้ติดตามวงการไอดอลในบ้านเราคุ้นเคยสักเท่าไหร่ พวกเธอคือหนึ่งในวงที่ต้องทำงานภายใต้ข้อบังคับอันไม่เป็นธรรม อดีตสมาชิกสี่คนของวงได้ร้องขอที่จะยกเลิกสัญญากับวงด้วยเงื่อนไขการทำงานที่แม้ปลายฝันจะอยู่ข้างหน้าก็ไม่อาจจะทนต่อไปได้อีก จากการพูดคุยหาข้อยุติกับทางผู้จัดการ หนึ่งในพวกเธอถูกข่มขู่ว่า “อย่าได้บังอาจกลับเข้ามาในวงการบันเทิงอีก มิฉะนั้น ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายเธอให้ได้”

จากคำให้การของอดีตสมาชิกวง พวกเธอจะต้องทำสัญญาเป็นเวลาเจ็ดปีโดยที่ไม่สามารถยกเลิกสัญญากลางคันได้ หลังจากหักลบค่าเรียนร้องเต้นไปจากเงินเดือนเพียง 38,000 เยนของพวกเธอแล้ว รายได้ที่เหลือติดตัวกลับบ้านนั้นแทบจะไม่มี

นอกจากนี้การทำงานอย่างการโพสต์สื่อสารกับแฟนคลับบนโซเชียลมีเดียนั้นก็ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายสำหรับการหาซื้อเสื้อผ้ามาใส่นั้นก็รวมอยู่ในเงินจำนวนน้อยนิดนั้นเช่นกัน

“เพื่อน ๆ บอกฉันว่านี่มันสัญญาทาสชัด ๆ แต่ฉันกลับมองว่านี่เป็นเรื่องธรรมดา” โคโตบาโนะ อายะ อดีตสมาชิก Nijiiro Fanfare วัย 23 ปี และโจทก์ในคดีฟ้องร้องต่อต้นสังกัด D-Topia ในกรุงโตเกียวกล่าว

แม้ว่าจะร้องขอการดูแลที่ดีขึ้นไปก็ไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ กลับมา ในที่สุดพวกเธอก็ต้องรวมตัวกันหยุดการซ้อม ทั้งสี่ตัดสินใจยื่นฟ้องศาลโตเกียวในเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้วเพื่อหวังว่าจะทำให้ข้อตกลงในสัญญาเป็นโมฆะ พวกเธอได้ทำความตกลงนอกศาลในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถึงแม้การทำข้อตกลงจะยังไม่ถูกเปิดเผยให้สาธารณะรับทราบ แต่ทนายความก็กล่าวว่าพวกเธอทั้งสี่คนพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ออกมา

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้า กรณีนี้ของสมาชิก Nijiiro Fanfare เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกรณีแบบนี้ในแวดวงจิกะไอดอลเท่านั้น ยังมีเด็กสาวที่พกพาความฝันมาเต็มเปี่ยมอีกหลายคนหลวมตัวให้กับความอยุติธรรมเพื่อเปิดทางสู่เส้นขอบฟ้าของพวกเธอ

จิกะไอดอลจากวงยอดนิยมรายหนึ่งในวัย 20 กว่าปีกล่าวว่านี่คืองานที่ทรหดมาก เธอเล่าต่อไปว่า หากในหนึ่งเดือนเธอจะมีวันหยุดสักวันนั้นนับว่าเป็นโชคดีแล้ว เนื่องจากอีเวนท์ที่จัดขึ้นแทบทุกวัน หลังจากนั้นยังต้องขายสินค้าต่อ กว่าจะได้กลับบ้านในแต่ละวันก็หลังเวลา 23.00 น.เข้าไปแล้ว หากนึกภาพไม่ออกว่างานของเธอหนักแค่ไหน เธอกล่าวว่ามีอยู่หลายครั้งที่ต้องไปทำงานโดยไม่ได้อาบน้ำติดต่อกันหลายวัน

แม้ว่าวงจะประสบความสำเร็จค่อนข้างดี แต่เธอสามารถทำเงินได้เพียงแค่ 30,000 เยนต่อเดือนโดยเฉลี่ย และยังต้องจ่ายค่าเดินทางไปอีเวนท์ด้วยตนเอง เธออยู่ได้ด้วยการนำเงินเก็บที่เหลือมาจากสมัยยังทำงานออฟฟิศมาโปะค่าใช้จ่าย เมื่อเวลาเจ็บไข้ไม่สบาย เธอก็ต้องยื่นใบรับรองแพทย์แก่ต้นสังกัดแต่กลับไม่ได้รับการดูแลในเรื่องค่าประกันสุขภาพต่าง ๆ โดยทฤษฎีแล้วสามารถอนุมานได้ว่า เธอจำเป็นต้องมีพันธะติดอยู่กับสัญญาสามปี และจะถูกปรับเป็นเงินจำนวนมหาศาลหากว่าเธอออกจากวงก่อนจะสิ้นสุดข้อสัญญา เธอยังเล่าต่อไปอีกว่า เธอมักจะเห็นคนมาฝึกเต้นยามดึกดื่นเป็นประจำ รวมถึงมีเพื่อร่วมวงการจิกะไอดอลที่เธอรู้จักบางคนถึงขั้นทำร้ายตัวเอง มีรอยแผลเป็นบนข้อมือของพวกเธอ และทนทุกข์ทรมานกับภาวะซึมเศร้า

ถึงจะเจอสถานการณ์เช่นนั้น เธอก็ยังกล่าวว่าในเวลานั้น ตัวเธอมองเพียงแค่ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา “ฉันไม่เคยคิดเลยแม้แต่น้อยว่ามันเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด ฉันแค่รู้สึกชินชากับมันไปแล้ว”

สิ่งที่จะต้องเจอแน่นอนหลังจากการเข้าเป็นไอดอลก็คือการที่ต้นสังกัดของพวกเธอจะสั่งระงับการใช้โซเชียลมีเดียส่วนตัว เพื่อตัดการติดต่อของพวกเธอออกจากคนรอบตัว “ฉันแค่หวังว่าจะมีที่ที่ให้ฉันได้รับคำแนะนำจากใครบางคนบ้าง หรืออย่างน้อยขอแค่มีคนรับฟังเพียงอย่างเดียวก็ยังดี” เธอกล่าว (ในเคสนี้ ไอดอลระดับแถวหน้าก็ต้องปิดโซเชียลมีเดียส่วนตัวเหมือนกัน แต่เท่าที่ผู้เขียนติดตามมา ส่วนใหญ่ก็จะมีแอคเคาท์ลับไว้ติดต่อกับคนใกล้ตัว รวมไปถึงแอพพลิเคชั่นแชทอย่าง LINE ก็ไม่ได้ถูกห้ามใช้แต่อย่างใด บ่อยครั้งที่ไอดอลโพสต์บอกกับแฟนคลับว่าตัวเองได้มีโอกาสไปเจอเพื่อนสมัยเรียนหรือเพื่อนที่โรงเรียนมา)

หนึ่งในเหตุผลที่จิกะไอดอลไม่สามารถหนีไปจากวงจรนรกเหล่านี้ได้ก็มาจากตัวข้อตกลงในสัญญาที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าเป็นเหมือนกับพื้นที่สีเทาที่เขียนกฎไม่ชัดเจน ทำให้มีผลตามมาทำร้ายตัวพวกเธอเองหลังจากนั้น

อ้างอิงจาก คาไซ คุนิทากะ ทนายความจากกลุ่มพิทักษ์สิทธิบุคคลในวงการบันเทิง “เหล่าเด็กสาวและผู้หญิงมักถูกเอาเปรียบเสมอ เพราะว่าพวกเธอไม่สามารถมองทะลุปรุโปร่งถึงเนื้อแท้ของข้อตกลงในสัญญาของพวกเธอว่าเหมาะสมหรือไม่”

สำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานยังไม่สามารถที่จะให้แนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการร่างสัญญาสำหรับไอดอล ซึ่งมีรูปแบบเป็นกิจการที่ดำเนินโดยคน ๆ เดียว และโดยปกติแล้วจะไม่สามารถใช้กฎหมายมาตรฐานแรงงานกับกิจการเหล่านี้ได้
โอโมโตะ โฮโนกะ สาวน้อยไอดอลผู้ล่วงลับ
โอโมโตะ โฮโนกะ อดีตสมาชิกวง Enoha Girls ไอดอลท้องถิ่นที่โปรโมทการเกษตรของจังหวัดเอฮิเมะได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลงด้วยวัย 16 ปี หลังการตายของเธอ ยูกิเอะ คุณแม่วัย 42 ได้เข้าปรึกษากับสำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานมัตสึยามะ สิ่งที่ได้รับการตอบกลับมามีเพียงว่าลูกสาวของเธอได้เซ็น “สัญญาสีเทา” ไป

“ฉันรู้สึกช็อคเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครได้อีก” คุณแม่กล่าว ทางครอบครัวได้ยื่นฟ้องไปยังบริษัทต้นสังกัดกับทางศาลเขตมัตสึยามะเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา เรียกร้องการชดเชยจากการทำงานหนักที่พวกเขาอ้างว่าเป็นต้นเหตุให้ไอดอลสาวน้อยถึงแก่ชีวิต

“เว้นเสียแต่พวกเธอจะเป็นพนักงานที่ทำงานภายใต้เงื่อนไขในสัญญา เราไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ในฐานะสำนักงานตรวจสอบมาตรฐานแรงงานเลย” เจ้าหน้าที่จากสำนักงานมัตสึยามะกล่าว

การเพิ่มจำนวนของปัญหากับทางต้นสังกัดของตัวเองไม่ได้จำกัดแต่เพียงในหมู่จิกะไอดอลเพียงเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ให้เห็นถึงกลุ่มไอดอลยอดนิยมอย่าง SMAP หรือทาเลนท์คนอื่นอย่างนักแสดงและนางแบบสาว โนเน็น เรนะ เหล่านี้ล้วนมีปัญหากับทางต้นสังกัดที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่การงานของพวกเขามากดดันเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาและกีดกันไม่ให้ทาเลนท์สามารถไปร่วมงานกับบริษัทอื่นได้
โนเน็น เรนะ กลับเข้าวงการบันเทิงมาอีกครั้งในชื่อใหม่ว่า นน
ในการประชุมของคณะกรรมการการค้ายุติธรรมของญี่ปุ่นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ สมาชิกสภาได้ชี้ให้เห็นว่าการจำกัดไม่ให้ทาเลนท์สามารถย้ายต้นสังกัดได้นั้นอาจขัดต่อกฎหมายป้องกันการผูกขาด สามารถกล่าวได้ว่าการสร้างข้อจำกัดเหล่านี้ได้ฝังรากลึกเป็นปัญหาใหญ่ของวงการบันเทิงไปแล้ว

ฮานามุระ อากิระ อาจารย์มหาวิทยาลัยโฮเซย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านกฎหมายแรงงานกล่าวว่า “เป็นเรื่องสำคัญที่สมาชิกสภาจะเห็นว่านี่อาจจะเป็นตำแหน่งการเจรจาต่อรองที่มีอำนาจเหนือกว่าซึ่งนำไปสู่การข่มเหงของบริษัทต้นสังกัด” เขายังเสริมว่าความไม่เป็นธรรมในการจำกัดการย้ายสังกัดของดารานั้นเป็นการ “ขโมยอิสรภาพในการมีสิทธิ์เลือกอาชีพ แถมยังเป็นการขัดขวางผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่คาดหวังจะได้รับชมกิจกรรมของเหล่าทาเลนท์อื่น ๆ ” อีกด้วย

ทนายความ ฟุไค สึโยชิ ผู้ที่เคยทำเคสเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างจิกะไอดอลและบริษัทต้นสังกัดกล่าวว่าองค์กรเหล่านี้มักจะใช้ความหวังและความฝันของเหล่าเด็ก ๆ เป็นเหยื่อล่อเพื่อชักนำพวกเธอมาใช้สร้างผลประโยชน์แก่ตนเอง

“เงื่อนไขสัญญามักจะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ไอดอลถูกห้ามไม่ให้พูดถึงกิจกรรมที่พวกเธอทำ ผมคิดว่ามีทาเลนท์อีกหลายคนที่ไม่มีเพื่อนหรือครอบครัวให้พูดคุยปรึกษาอะไรด้วยได้เลย” นายฟุไคกล่าว

ฟุไคอธิบายต่อไปว่า ในหลายกรณีที่สัญญาจะกำหนดเงื่อนไขให้ต้นสังกัดตัดสินใจในเรื่องค่าแรง แม้ว่าจะมียอดขายจากซีดีและคอนเสิร์ต บางบริษัทก็ไม่ได้มีการจ่ายค่าจ้างที่แน่นอน และในกรณีอื่นคือไม่ได้ระบุเอาไว้ในข้อสัญญา ทั้งนี้ เขายังเสริมว่าจิกะไอดอลมักถูกควบคุมโดยบริษัทต้นสังกัดทำให้ไม่สามารถปฏิเสธงานได้

“จำนวนชั่วโมงการทำงานและสถานที่ทำงาน ทั้งหมดถูกกำหนดมาให้พวกเธอแล้ว ดังนั้นพวกเธอจึงเปรียบเสมือนผู้ใช้แรงงาน แต่เป็นเพราะว่าสัญญา หลายคนเชื่อว่าพวกเธอไม่มีสิทธิในการปกป้องตัวเอง” ถึงแม้ว่าพวกเธอจะสามารถหาลู่ทางที่จะออกจากบริษัทก่อนสัญญาหมดอายุได้ จิกะไอดอลก็มักจะถูก “แบนจากวงการบันเทิง” อย่างไม่มีกำหนด
ไลฟ์คอนเสิร์ตของ Nijiiro Fanfare กับสมาชิกปัจจุบัน
ฟุไคให้ข้อคิดเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องก้าวเข้ามาต่อสู้กับปัญหาและแสดงความหวังที่จะมีการอภิปรายอย่างต่อเนื่องถึงการปกป้องสิทธิลูกจ้างของจิกะไอดอล ซึ่งการดำเนินการให้ลุล่วงของคณะกรรมการตรวจสอบของกระทรวงแรงงานจะทำให้การแก้ปัญหานี้บรรลุผลได้

“คนหนุ่มสาวจำเป็นต้องมีสถานที่ที่พวกเขาสามารถค้นหาจากโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อเข้ารับคำแนะนำทางด้านกฏหมายและปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องข้อสัญญาได้ สิ่งนี้ต้องได้รับการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม” นายฟุไคปิดท้าย

ในวันที่ยังขาดประสบการณ์ ในวันที่แสงแห่งความฝันยังลุกโชติช่วงเป็นไฟ วงการบันเทิงของญี่ปุ่นนั้นมีการแข่งขันที่สูง โอกาสที่อยู่ตรงหน้าอาจจะเป็นเพียงโอกาสเดียวที่จะได้ออกค้นหาความหมายของชีวิต พวกเราที่ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ตรงนั้นมิอาจเข้าใจถึงการตัดสินใจอันชั่ววูบนั้นได้เลย ณ ตอนนี้ก็หวังเพียงแต่ว่าหัวใจและร่างกายที่บอบช้ำของผู้มีความฝันจะกลับมาสดใสและสามารถยิ้มรับวันพรุ่งนี้ที่ยังมีแสงสว่างรออยู่ได้อีกครั้งหนึ่ง
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ anngle.org




Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...