xs
xsm
sm
md
lg

บุคคลให้เช่าสารพัดแบบในญี่ปุ่น..."ครอบครัวให้เช่า"

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"

เมื่อวันก่อนฉันได้ดูรายการโทรทัศน์ของพิธีกรตลกชื่อดังชาวอเมริกันที่ไปเยือนญี่ปุ่น จึงบังเอิญได้ทราบว่าที่ญี่ปุ่นมี “ครอบครัวให้เช่า” ด้วย ตอนแรกก็สงสัยว่าคงเป็นมุขตลกของรายการกระมัง ขนาดสามีเป็นชาวญี่ปุ่นยังบอกเลยว่าไม่น่ามีจริงมั้ง แต่กลับเป็นว่าเป็นธุรกิจที่มีอยู่จริงค่ะ และก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเสียด้วย

เห็นเขาว่าเหตุที่มีบริการแบบนี้เกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ เป็นเพราะว่าในงานใหญ่ ๆ ที่มีการรวมญาติ แล้วญาติไม่ครบคน หรือไม่สามารถมาร่วมได้ ก็จะ “เช่า” บุคคลที่ขาดไปให้มาร่วมงานโดยรับบทบาทแทนคนที่ขาดไป สมมติว่าถ้าไม่มีพ่อก็อาจจะเช่า “พ่อ” มา อย่างนี้เป็นต้น
ภาพจาก family-romance.com
สำหรับบ้านเรานับแต่โบราณมาแล้ว หากในพิธีแต่งงานเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวขาดพ่อหรือแม่ไป โดยมากก็จะไหว้วานผู้ใหญ่ที่นับถือกันให้มาเป็นผู้ใหญ่ในฝั่งนั้น ๆ อย่างเช่นในงานแต่งของฉันเอง ก็ได้คุณลุงของสามีมาเป็นตัวแทนคุณพ่อสามี นี่ถ้าหากวันดีคืนดีคุณแม่สามีบอกว่า "อ๋อ จริง ๆ แล้วคุณลุงคนนั้นเช่ามา" ฉันคงตกใจมาก

นี่ก็แสดงว่าคนญี่ปุ่นเขาก็มีธรรมเนียมคล้าย ๆ กับบ้านเราคือเชิญผู้ใหญ่หรือญาติที่นับถือกันมาเป็นตัวแทนในงานสำคัญได้ แต่เดี๋ยวนี้วิถีชีวิตครอบครัวของญี่ปุ่นเปลี่ยนไปมาก คือคนแยกออกไปมีครอบครัวเดี่ยวกันมากขึ้น หรือออกไปอยู่อาศัยห่างไกลกัน ความสัมพันธ์กับญาติ ๆ ก็ลดลงไปมาก ความขาดหายไปของสมาชิกในครอบครัวหรือในตระกูลจึงอาจถูกเติมเต็มได้ด้วยบริการครอบครัวให้เช่าเช่นนี้

แต่ก็สงสัยอยู่นะคะว่าญาติของทั้งสองฝ่ายจะคิดอย่างไร สมมติถ้าเป็นญาติฝ่ายเราแล้วเราก็ทราบว่าคนนี้เป็นญาติปลอม หรือถ้าเราเป็นญาติฝ่ายตรงข้ามแล้ววันหนึ่งเรารู้ว่าพ่อของอีกฝ่ายเป็นบุคคลที่ไปเช่ามา จะรู้สึกว่าถูกหลอกไหม แถมในงานแต่งงานยังมีการถ่ายรูปรวมกันทั้งตระกูลเสียด้วย พอมาดูรูปคงรู้สึกกระดากพิกล

การเช่าพ่อหรือแม่ในกรณีจะหมั้นหรือจะแต่งนี้ บางทีก็ไม่ใช่เพื่อให้ครบคนพอเป็นพิธีอย่างเดียวเท่านั้น บางคราวเป็นเพราะว่าตนเองกับพ่อแม่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีต่อกัน ไม่สามารถขอให้พ่อแม่มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งงานได้ หรือไม่ก็ไม่ต้องการให้คู่ของตนหรือพ่อแม่ของอีกฝ่ายล่วงรู้ถึงความเป็นไปในครอบครัวตน ก็อาจจะมีการเช่าพ่อหรือแม่ที่ดูภูมิฐาน มีบุคลิกดี มาพบปะกับพ่อแม่ของอีกฝ่ายในการสู่ขอ และเมื่อถึงวันแต่งก็สามารถเช่าพ่อหรือแม่คนเดิมนี้มาในงานได้ โดยอีกฝ่ายจะไม่รู้เลยว่านี่ไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริง

สนนราคาค่าเช่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นเยนขึ้นไป หรืออาจจะเหมาสี่ชั่วโมง 2 หมื่นเยนเป็นต้น ถ้ามีให้ขึ้นกล่าวอะไรต่อหน้าแขกเหรื่อด้วยก็อาจเพิ่มค่าบริการอีก 5 พันเยนอะไรก็ว่าไป แล้วแต่ข้อตกลงกับทางบริษัท

สงสัยอยู่เหมือนกันว่าในงานแต่งงานของคนญี่ปุ่นนั้น ปกติเจ้าสาวมักอ่านจดหมายที่เขียนถึงแม่ของตน โดยมากมักสร้างความซาบซึ้งให้แม่และแขกเหรื่อจนต้องซับน้ำตาไปตาม ๆ กัน ไม่ทราบว่าถ้าเจ้าสาวเช่าแม่มาแล้ว เวลาจะเขียนจดหมายอย่างนี้จะลำบากไหม หรือให้คนอื่นเขียนให้ และเดาว่าแม่ให้เช่านี้ก็คงจะต้องทำเนียนด้วยการแอบซึ้งตามไปด้วย สมมติถ้าแขกเหรื่อรู้ความจริงเข้า ต่อให้เข้าใจว่าแม่ของเจ้าสาวอาจจะไม่อยู่แล้วหรือเจ้าสาวมีปัญหากับแม่ และอยากให้มีใครสักคนมาเป็นแม่ให้แทนในงานแต่งของตน ก็คงอดรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างไม่ได้เหมือนกัน

ได้ยินว่ามีกรณีที่ชายหญิงคบกันโดยไม่ได้แต่งงาน ฝ่ายหญิงตั้งท้องแล้วฝ่ายชายจะให้เอาออก ฝ่ายหญิงไม่อยากทำแท้ง แต่ตัวเองก็มีปัญหากับแม่ จะให้แม่มาช่วยไกล่เกลี่ยก็ไม่ได้ จึงจ้างแม่ให้เช่าเพื่อมาทำหน้าที่เกลี้ยกล่อมฝ่ายชายให้ยอมรับลูก อย่างนี้ก็มี

บางทีการที่สังคมญี่ปุ่นสามารถเช่าพ่อแม่แบบนี้ได้โดยที่เรื่องไม่แดงง่ายดายนัก อาจเป็นเพราะคนสมัยนี้มีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกันอย่างที่กล่าวไปแล้ว แม้จะเป็นครอบครัวหรือคนในตระกูลเดียวกันก็ยังไม่ค่อยจะได้เจอหรือทราบความเป็นไปมากเท่าใดนักเลย ดังนั้นการที่พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายจะได้มาเจอหน้ากันบ่อย ๆ ก็คงไม่ค่อยมีมากนักเช่นกัน

แต่ถ้ากับคนที่ตนเองจะแต่งงานด้วยก็ยังไม่พูดความจริง แล้วใช้วิธีหลอกไปเรื่อย ๆ แบบนี้ วันหนึ่งรู้ความจริงเข้าคงอยู่กันด้วยยากนะคะ รากฐานของความเป็นครอบครัวมันไม่ได้อยู่ที่เปลือกที่ใคร ๆ มองเห็น แต่อยู่ที่ความเข้ากันได้ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ความใส่ใจ และเข้าใจกันและกันของคู่ครองเป็นแก่นหลัก หากตนเองมีปัญหากับพ่อแม่ คนที่จะมาเป็นคู่ครองก็ควรจะมีโอกาสได้รับรู้และเข้าใจที่มาที่ไป เพราะปัญหาครอบครัวก็เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งส่วนหนึ่งที่หล่อหลอมให้คนคนหนึ่งเติบโตมามีวิธีคิดและวิธีใช้ชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่งด้วย การได้ทราบถึงที่มาที่ไปอย่างนี้จะทำให้ปฏิบัติต่อกันด้วยความเข้าใจและลดปัญหาต่าง ๆ ไปได้มาก

อีกอย่างหนึ่งคือบางทีเรื่องราวอะไรต่าง ๆ อาจง่ายดายกว่าที่คิด ถ้าเราสามารถยอมรับความจริงอย่างที่มันเป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง หรือปัญหาที่ตัวเองกำลังประสบอยู่ บางทีหากคนใกล้ตัวเราได้รับรู้เรื่องราวก็อาจเข้าใจหรือกระทั่งช่วยเหลือเราได้ เราก็ไม่ต้องทุกข์อยู่คนเดียว หรือถ้าไม่มีคนใกล้ตัวที่เป็นแบบนี้ อย่างน้อยการที่เรายอมรับความจริงได้ก็ทำให้ความทุกข์ของเราลดลงไปได้มากแล้ว แถมยังไม่ต้องเหนื่อยกับการพยายามปกปิด รวมทั้งยังอาจมองเห็นทางออกได้ง่ายขึ้นโดยไม่คาดคิดด้วยซ้ำ

นอกจากตามงานแบบนี้แล้ว ยังมีการเช่าบุคคลในครอบครัวสำหรับกรณีอื่น ๆ ด้วย อย่างเช่น เช่าสามีหรือภรรยาเพื่อให้ไปงานพบปะผู้ปกครองของลูกในงานปฐมนิเทศน์ ไปร่วมงานกีฬาโรงเรียน เขาว่าบางทีที่จำเป็นต้องเช่าบุคคลเหล่านี้ก็เพราะลูกรู้สึกว่าตนขาดพ่อหรือแม่ จึงไม่ยอมไปโรงเรียน บ้างก็อยากให้ลูกได้มีโอกาสได้สัมผัสกับบุคคลที่มีลักษณะอย่างพ่อหรือแม่บ้าง ลูกค้าก็อาจจะขอให้ช่วยมาเจอลูกของตนเพื่อพาไปรับประทานข้าว หรือไปเที่ยวบ้าง อาจจะสัปดาห์หรือเดือนละกี่ครั้งก็ว่าไป

ผู้ชายบางคนก็ใช้บริการภรรยาให้เช่าเพื่อให้ไปร่วมงานบริษัทหรืองานสังสรรค์กับคนในที่ทำงาน เพราะในความเป็นจริงอาจมีปัญหากับภรรยา แยกกันอยู่ หรืออะไรก็ว่าไป การที่มีภรรยา(ตัวปลอม)อยู่คู่กันในงานก็จะทำให้คนไม่ต้องมาถามว่าภรรยาไปไหน หรือทราบความจริงที่ตนไม่อยากเปิดเผย เป็นต้น

บางคนก็เช่าบุคคลที่เป็นเพศตรงข้ามให้มาทำเป็นว่าเป็นคนที่ตัวเองกำลังคบหาดูใจอยู่ ยามตัวเองต้องพบกับสามีเก่าหรือภรรยาเก่า หรือเพื่อให้รับบทสามีช่วยไล่ตะเพิดคนสะกดรอยตามรังควานให้เลิกยุ่ง นับว่าการเช่าบุคคลในครอบครัวนั้นเป็นไปเพื่อความจำเป็นในสถานการณ์ที่หลายหลากมากทีเดียว

ส่วนกรณีที่มีการเช่าบุคคลเหล่านี้มาเป็นตัวแทนเพื่อรักษาภาพลักษณ์หรือปิดบังความจริงบางอย่างนั้น ในหลายกรณีดูเผิน ๆ แล้วรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นการหลอกลวงคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันการที่มีบริการลักษณะนี้เกิดขึ้นได้ รวมถึงมีผู้ใช้บริการจำนวนไม่น้อย น่าจะเป็นเพราะว่าสังคมให้ค่ากับเรื่องของภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก อีกนัยหนึ่งอาจเป็นเพราะสังคมไม่เอื้อให้คนสามารถเปิดเผยถึงความไม่สมบูรณ์ในชีวิตตนได้อย่างเสรี ทำให้ยากที่จะเกิดการยอมรับตัวเองตามไปด้วย ทั้งที่ในความเป็นจริงชีวิตของมนุษย์ทุกคนไม่มีวันสมบูรณ์แบบได้ จะต้องมีบางส่วนที่พร่อง ซึ่งนี่เป็นเรื่องปกติธรรมดา

ฉันคิดว่ายิ่งเราพยายามสร้างภาพที่สวยงามขึ้นมาหลอกตัวเองหรือใครต่อใคร เราอาจจะยิ่งรู้สึกเหงา ยิ่งปฏิเสธตัวเอง และยอมรับความจริงอันเป็นธรรมดาของโลกได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าเราฝึกที่จะมองสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริงได้ เราจะได้เรียนรู้ว่าโลกก็เป็นแบบนี้เอง จะสุขจะทุกข์อย่างไรก็ชั่วคราว เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ที่น่าแปลกคือพอเรายอมรับและเข้าใจตัวเองได้ เราจะยอมรับและเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้นด้วย

เรื่องของบุคคลให้เช่าไม่ได้จบเพียงแค่นี้ ขึ้นชื่อว่าญี่ปุ่นแล้วมีหรือจะปล่อยให้มีบริการอันใดขาด ๆ เกิน ๆ รอดหูรอดตาไปได้ สัปดาห์หน้าจะมีเรื่องราวของบุคคลให้เช่าประเภทอื่น ๆ มาเล่าสู่กันฟังต่อนะคะ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีค่ะ.



"ซาระซัง" สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...