xs
xsm
sm
md
lg

มายาปีศาจ ตอนที่ 5 ภาพสยอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

บทประพันธ์ของ เอโดงาวะ รัมโป (1894-1965)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

หนี้ที่ถูกกำหนดให้ต้องชำระด้วยเลือดและชีวิต...ตามตราสารคำสาปแห่งมายาปีศาจ

“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับ ขอบคุณ”

ชั่วครู่เดียวจิโรก็หายจากอาการวิงเวียนขืนตัวอย่างสุภาพออกจากการเกาะกุมของตำรวจหนุ่มที่เข้ามาช่วยพยุงเอาไว้ แต่ก็ยังไม่มีแรงที่จะพูดอะไรต่อไป

จิโร ตำรวจ และเด็กรับใช้ถอยกรูดจากศพไปยืนขึงตลึงงันอยู่ที่มุมห้องโดยไม่ได้นัดหมาย ต่างคนต่างจ้องหน้าที่เกร็งเครียดและซีดขาวไร้สีเลือดของกันและกันเขม็ง ส่วนแม่บ้านผู้เฒ่าและหญิงรับใช้นั้นแค่เห็นเท้าของศพเพียงแวบเดียวก็กลัวจนตัวสั่นพากันเลี่ยงออกไปยืนตัวสั่นอยู่ที่ระเบียงทางเดิน ไม่มีใครกล้ากลับเข้ามาอีก

“โหดจริง ๆ ทำไมถึงโหดเหี้ยมอย่างนี้”

ตำรวจหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบเครือ เบาราวกำลังกระซิบบอกความลับเรื่องร้ายที่ไม่อยากให้คนอื่นได้ยิน ทั้ง ๆ ที่ยังเบือนหน้าไม่ยอมมองไปที่ศพอีก

ไม่แปลกที่ทุกคนในที่นั้นจะตกตะลึงจังงัง หวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อกันทั่วหน้า ศพของนายฟุกุดะอยู่ในสภาพที่ประหลาดและพิสดารเหนือจริงอย่างที่ไม่มีใครเคยพบเห็นในคดีฆาตกรรมทั่วไป ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่ามนุษย์หัวขาดเหลือแต่ลำตัวนั้นทำให้หวาดเสียวสยองขวัญจนแทบสิ้นสติได้ถึงขนาดนี้...ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใด ฆาตกรใจโหดถึงได้ตัดหัวของนายฟุกุดะไปด้วย ทิ้งแต่ร่างเอาไว้อย่างน่าอนาถเช่นนี้

ภาพที่ทุกคนเห็นแล้วต้องเบือนหน้าทันทีนั้นราวกับจำลองเหตุการณ์จากภาพพิมพ์สีภาพใดภาพหนึ่งของสึกิโอกะ โยชิโทชิ ปรมาจารย์แห่งภาพสยองขวัญที่เหมือนจริงจนไม่ว่าผู้ใดได้เห็นเป็นต้องกลัวจนขนหัวลุกชัน ฟันกระทบกันดังกึก ๆ ทุกคนไป แต่ภาพฝีมือโยะชิโทชินั้นถึงจะน่ากลัวเพียงไรก็ยังมีความงามของจิตศิลป์แฝงอยู่ ไม่ใช่ดิบ ๆ อย่างของจริงที่ทุกคนเห็นอยู่กับตาเช่นนี้

ทุกคนคลื่นเหียนกับกลิ่นคาวสด ๆ ของเลือดที่ยังไหลไม่ขาดสายจากคอที่ถูกตัดขาด ฟันกระทบกันกึก ๆ ไม่หยุด รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวเหมือนโดนลมเย็นเฉียบพัดพรูแทรกเข้าไปในทุกรูขุมขน

ฆาตกรใจโหดตัดหัวเหยื่อของมันไปทำไม...หากเป็นโจรลักทรัพย์หรือแม้แต่ฆาตกรฆ่าล้างแค้น เมื่อฆ่าอีกฝ่ายจนตายไปแล้วก็น่าจะพอเท่านั้น แต่การตัดหัวเหยื่อไปราวกับนักรบสมัยโบราณที่ต้องตัดหัวศัตรูไปเป็นบรรณาการแก่เจ้าเหนือหัวเป็นการล้างแค้นตามธรรมเนียมเก่าแก่นั้น เป็นการกระทำที่เหี้ยมโหดผิดมนุษย์มนาเกินไปแล้วสำหรับสมัยนี้

ความประหลาดพิสดารของฆาตรกรรมรายนี้ไม่ได้มีแค่นั้น ดอกเดซี่สดสวยที่โปรยปรายอยู่บนศพและทั่วห้อง...เสียงขลุ่ยหวีดหวิวเศร้าสร้อยโรแมนติกราวเพลงส่งศพ สร้างบรรยากาศราวกับย้อนเวลากลับไปยังสมัยโบราณนานโพ้น

และยังมีอีก...ยังมีเรื่องที่อยู่เหนือความเป็นไปได้ซึ่งไม่อาจอธิบายได้ด้วยคำว่าประหลาดพิสดารเพียงคำเดียว เรื่องที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่นอน

ก่อนหน้านี้ ทุกคนก็ฉงนฉงายกันมากแล้วว่าแผ่นกระดาษเตือนภัยเข้ามาอยู่ในห้องปิดตายได้อย่างไรทุกเช้า แต่พอมาถึงวันนี้มันไม่ใช่แค่แผ่นกระดาษลึกลับนั้นเสียแล้ว หัวของคนทั้งคนหายไปจากห้องที่ไม่มีช่องทางเข้าออกเลยแม้แต่ช่องเดียวได้อย่างไร...และไม่ใช่แค่หัวที่ถูกตัดเอาไปเท่านั้น ฆาตกรใจโหดที่ฆ่านายฟุกุดะลอบเข้ามาในห้องนี้และหนีออกไปได้อย่างไร พฤติกรรมของมันไม่แตกต่างอะไรกับมายากรปีศาจ

แน่นอนว่าการวินิจฉัยและถอดรหัสฆาตกรรมรายนี้ย่อมอยู่เหนือความสามารถของตำรวจหนุ่ม ทามามุระ จิโร และคนรับใช้หนุ่ม ที่ตกตะลึงพรึงเพริดเมื่อเห็นศพนองเลือดและถอยไปยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่มุมห้อง ไม่มีสติพอที่จะทำความเข้าใจกับความประหลาดพิสดารของเหตุการณ์

จนกระทั่งครู่ต่อมา จิตวิญญาณของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กระตุ้นเตือนให้ตำรวจหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นมาว่าจะมัวมึนงงอยู่ไม่ได้อีกต่อไป เขาพยายามกลั้นความคลื่นเหียนอยากอาเจียนเข้าไปใกล้ศพ แล้วพิจารณารอยแผลที่หัวถูกฆาตกรใจโหดตัดออกไป
ภาพพิมพ์บล็อกไม้ฝีมือสึกิโอกะ โยชิโทชิ (1839 – 1892)ปรมาจารย์แห่งภาพสยองขวัญ
รอยแผลที่เรียบนั้นบ่งบอกว่าถูกตัดด้วยอาวุธที่คมมาก ถึงจะไม่เท่ามีดหรือเลื่อยที่ศัลยแพทย์ใช้สำหรับผ่าตัดก็ตาม ตรงที่น่าจะเป็นใบหน้าของศพกลายเป็นแอ่งเลือดเหนียว ๆ อยู่บนพรมปูพื้น

จากนั้นตำรวจหนุ่มก็เริ่มตรวจดูอย่างระมัดระวังตามใต้เตียง ใต้ตู้ และที่อื่น ๆ ไปรอบ ๆ ห้อง เป็นการค้นหาที่จะว่าตลกก็ใช่เพราะถ้าหามันเจอเขาจะต้องสยองมากเพราะสิ่งที่ตำรวจหนุ่มหาอยู่คือหัวของศพ แต่แล้วเขาก็คว้าน้ำเหลว นอกจากจะไม่พบหัวศพแล้วยังไม่พบอะไรที่ฆาตกรทิ้งเอาไว้เป็นหลักฐานเลยสักสิ่ง มีแต่ดอกเดซี่สดสวยที่กระจายเกลื่อนอยู่ทั่วห้องเท่านั้น

ตำรวจหนุ่มทำตามขั้นตอนที่ควรปฏิบัติในกรณีเกิดคดีอาชญากรรมเช่นนี้ตามที่ได้เล่าเรียนมา และการที่ไม่ได้เป็นคนที่มีนิสัยอยากรู้อยากเห็นอะไร ๆ ไปหมดอย่างอัลเบิร์ต วอน เลอ ค็อก (Albert von le Coq) นักสืบและนักผจญภัยในอดีต เขาถึงทำตามที่ได้เล่าเรียนมาอย่างเคร่งครัด คือต้อนทุกคนออกไปจากห้องที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดความสับสนเสียรูปคดี บิดประตูที่ถูกขวานจามพังไปครึ่งบานสนิทเรียบร้อยดีแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งเหตุฉุกเฉินไปยังสำนักงานตำรวจโตเกียวในยามดึกนั้นเอง

เมื่อได้รับแจ้งสำนักงานตำรวจโตเกียวก็โทรศัพท์สายด่วนไปที่บ้านสารวัตรนามิโคชิที่รับผิดชอบเรื่องของนายฟุกุดะอยู่ สารวัตรมือปราบพาตำรวจ 2 นายมาถึงที่เกิดเหตุหลังได้รับแจ้งราวหนึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นตำรวจหนุ่มปฏิบัติการตามหน้าที่อย่างครบถ้วนโดยไม่ละเว้นแม้แต่อย่างเดียว ซึ่งได้แก่ สำรวจดูประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลังของคฤหาสน์ว่าปิดสนิทดีแล้วหรือไม่อีกครั้ง ก่อนออกไปค้นหารอยเท้าที่ต้องสงสัยภายนอกอาคาร เรียกคนรับใช้ในบ้าน ทุกคนมาสอบปากคำ แต่ก็ไไม่พบร่องรอยหรือเบาะแสแต่อย่างใด

พื้นดินใมนสวนแห้งผากไม่มีรอยเท้าใครหลงเหลืออยู่ ประตูทางเข้าด้านหน้าและด้านหลังคฤหาสน์ปิดสนิทดีไม่มีร่องรอยของความผิดปกติ พวกคนรับใช้ในบ้านไม่ใครรู้หรือเห็นอะไรแปลกปลอม

ตอนที่สารวัตรนามิโคชิ มาถึงคฤหาสน์ที่เกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจที่รับผิดชอบท้องที่เกิดเหตุมาถึงกันแล้ว ไล่ ๆ กับนายทามามุระ เซ็นทาโร ราชาพ่อค้าเพชรพี่ชายแท้ ๆ ของผู้ตาย กับทามามุระ อิชิโรลูกชายคนโตของเขา ทั้งยังมีคนบ้านใกล้เรือนเคียงที่คุ้นเคยกันพากันมาอีกหลายคน ภายในคฤหาสน์จึงมีผู้คนมาชุมนุมกันคับคั่ง

แต่น่าแปลก สารวัตรมือปราบรู้สึกเหมือนกับเข้าไปในเมืองคนใบ้ เพราะทุกคนเงียบกริบไม่มีใครพูดกับใคร


Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...