คอลัมน์ "เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น" โดย "ซาระซัง"
สวัสดีค่ะเพื่อนผู้อ่านที่รักทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับวันแห่งความรักที่เพิ่งผ่านพ้นไป สมัยเด็ก ๆ ฉันชอบเทศกาลนี้มาก เพราะมีสติกเกอร์รูปหัวใจสวย ๆ รวมทั้งดอกกุหลาบปลอมดอกเล็ก ๆ ขายทั้งตามตลาดและที่โรงเรียน เราชอบเพื่อนคนไหนเราก็แปะสติกเกอร์ที่เสื้อเพื่อนคนนั้นเป็นที่สนุกสนาน กลับบ้านทีก็มีสติกเกอร์สีแดงสีชมพูติดเต็มตัวไปด้วย ที่ญี่ปุ่นเขาไม่ได้ฉลองวันวาเลนไทน์ในแบบที่ต่างคนต่างแสดงความรักต่อกัน หากแต่เป็นวันที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายแสดงความรักต่อผู้ชาย
เพื่อนผู้อ่านที่รู้จักญี่ปุ่นดีหรืออ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นประจำ คงทราบดีว่าวันนี้เป็นวันที่สาว ๆ จะสารภาพรักกับหนุ่มที่ตัวเองชอบด้วยการให้ช็อกโกแลต ตามโรงเรียนจะเป็นอะไรที่ครึกครื้นมาก เด็กหนุ่มจะแอบหวังว่าวันนี้จะได้รับช็อคโกแลตบ้างไหม ส่วนหนุ่มคนไหนหล่อหน่อยหรือเป็นที่ชื่นชอบก็จะได้รับช็อกโกแลตจากสาว ๆ หลายคน อย่างดาราญี่ปุ่นชื่อดังคนหนึ่งก็เคยได้รับทีหลายสิบชิ้นเช่นกัน สมัยที่เขายังอยู่ในวัยเรียน สาว ๆ ที่ให้ช็อกโกแลตกับหนุ่มที่ชอบก็แอบหวังว่าจะได้คบกัน ที่เป็นแฟนกันอยู่แล้วผู้หญิงก็ยังให้ฝ่ายชายเช่นเดิม ส่วนเพื่อน ๆ ผู้หญิงกันเองบางทีก็มีการให้ “โทะโมช็อกโกะ” หรือช็อกโกแลตแบบแจกเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน ไม่ได้มีเรื่องโรแมนติกแอบแฝง
ในยุคที่ฉันโตมานั้น การที่ผู้หญิงจะไปบอกรักผู้ชายก่อนนี่เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะมีใครเขาทำกัน เพราะมันไม่ค่อยงาม พอได้ยินว่าที่วันวาเลนไทน์ที่ญี่ปุ่นนั้นผู้หญิงเป็นฝ่ายบอกรักผู้ชายก่อนก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจและน่าตื่นเต้นมาก แต่แม้ว่าวันนี้ผู้ชายจะเป็นฝ่ายรับ พอถึงวันที่ 14 มีนาคมซึ่งเป็นวันไวท์เดย์ ผู้ชายก็จะต้องให้ขนมตอบกลับผู้หญิงไปเหมือนกัน เพียงแต่อาจจะไม่เอิกเกริกเท่าวันวาเลนไทน์
สำหรับฉันที่เคยชินกับวันวาเลนไทน์แบบต่างฝ่ายต่างแสดงออกนั้น ช่วงที่ไปอาศัยอยู่ญี่ปุ่นแรก ๆ ก็คิดว่าทำไมวันแห่งความรักทั้งทีต้องเป็นการแสดงออกซึ่งความรักของผู้หญิงฝ่ายเดียวด้วยนะ ด้วยความที่ฉันก็อยากให้วันนี้เป็นวันที่ได้รับการแสดงความรักบ้าง อยากได้ดอกกุหลาบจากคนที่ตัวเองชอบบ้าง (ตอนสาว ๆ ไม่เคยได้ค่ะ เป็นปมด้อยฝังใจ) ฉันจึงอธิบายให้สามีฟังว่าวันวาเลนไทน์เป็นวันแห่งความรักที่ทั่วโลกเขาแสดงความรักต่อกันและกัน ไม่ใช่ผู้ชายต้องรอให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายแสดงอยู่ฝ่ายเดียว ผู้หญิงก็ชอบช็อกโกแลต แล้วก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ดีใจที่ได้รับดอกไม้ด้วย
ตั้งแต่นั้นมา ฉันจึงได้รับช็อกโกแลตหนึ่งกล่องจากชายญี่ปุ่น(สามี)ในทุกวันวาเลนไทน์ ซึ่งไม่ใคร่จะมีใครเขาทำกันแบบนี้ในญี่ปุ่น (เรียกว่า “เกียะกุช็อกโกะ” คือช็อกโกแลตที่ฝ่ายชายเป็นฝ่ายให้ฝ่ายหญิงที่แอบชอบ) บางทีก็มาพร้อมกุหลาบสีแดงดอกใหญ่ วันเกิดหรือวันคริสต์มาสบางทีก็ได้ดอกกุหลาบแดงหนึ่งช่อ
แต่อย่างหนึ่งสามีไม่ทราบคือ ฉันไม่ได้ชอบดอกกุหลาบ แต่ชอบดอกเยอบีร่าต่างหาก (ฮา) แต่ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เขาเลือกมาให้ และคงเขินตอนไปซื้อและถือกลับบ้านด้วย ฉันก็รับมาด้วยความดีใจและขอบคุณเสมอ ได้มาช่อหนึ่งก็นั่งจัดแต่งใส่แจกันถวายพระบ้าง ประดับที่อ่างล้างหน้าบ้างอย่างตื่นเต้น ก็แหม พอมีดอกไม้ประดับไว้ในบ้านมันออกจะสร้างบรรยากาศให้สดชื่นนี่คะ ว่าแต่ใครรู้จักสามีฉันช่วยแอบกระซิบหน่อยนะคะว่าบางคราวขอเป็นดอกเยอบีร่าสีหวาน ๆ บ้าง
ออกอ่าวไปอีกแล้ว...กลับเข้าฝั่งก่อนนะคะ เรื่องช็อกโกแลตวาเลนไทน์ในญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของความรักหรือเรื่องของคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังมีการให้กับคนในครอบครัว เพื่อนร่วมงานชาย หรือเจ้านายด้วย ซึ่งเรียกกันว่าเป็น “กิริช็อกโกะ” หรือช็อกโกแลตที่ให้ตามธรรมเนียม ไม่ใช่ให้ด้วยความเสน่หา อย่างน้องสามีของฉันก็จะส่งช็อกโกแลตมาให้พี่ชายในวันวาเลนไทน์ทุกปี และภรรยาของเพื่อนร่วมงานสามีฉันซึ่งบ้านอยู่ใกล้ ๆ กันที่สหรัฐฯ นี่ก็ทำเค้กบราวนี่มาให้สามีกับฉันคนละชิ้น
ฉันเคยได้ยินว่าในที่ทำงานบางแห่งนั้น บางทีพนักงานหญิงก็รวมเงินกันแล้วซื้อช็อกโกแลตให้พนักงานผู้ชายทุกคนตามธรรมเนียม เพราะกลัวว่าหากมีบางคนไม่ได้รับจะน้อยใจ แต่บางแห่งก็ไม่ทำอย่างนั้นเพราะวุ่นวายที่ต้องให้กันไปกันมา ส่วนที่ทำงานฉันซึ่งมีทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่นนั้น ดูเหมือนคนไทยจะเห่อกับเทศกาลนี้มากกว่าใครเพื่อน คงเพราะคนไทยชอบเทศกาลโน่นนั่นนี่อยู่แล้วด้วย แต่เราไม่ได้ลงขันกันเพราะต่างคนต่างสนุกกับการไปซื้อมาเองแล้วแจกเพื่อนร่วมงานชายหรือเจ้านาย มีอยู่ครั้งหนึ่งมีผู้ใหญ่คนไทยท่านหนึ่งงงว่า "ทำไมวันนี้ถึงได้รับช็อกโกแลตจากพวกผู้หญิง มันเนื่องในโอกาสอะไร" พอท่านทราบธรรมเนียมวันวาเลนไทน์ของญี่ปุ่นว่าเป็นแบบนี้ พอถึงวันไวท์เดย์ท่านก็เตรียมของขวัญแจกตอบบรรดาพนักงานผู้หญิงไป
แต่การซื้อช็อกโกแลตแจกผู้ชายทั้งสำนักงานนี่ ซื้อได้เฉพาะกล่องเล็ก ๆ หรือห่อเล็ก ๆ เท่านั้น เพราะไม่อย่างนั้นคงกระเป๋าสตางค์เป็นรูเสียก่อน ไม่อย่างนั้นก็ซื้อช็อกโกแลตที่ขายในซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งราคาไม่แพงนักก็มีแบบที่ทำแพ็คเกจสวย ๆ และรสชาติใช้ได้อยู่เหมือนกัน ฉันรู้สึกสนุกมากกับการซื้อช็อกโกแลตแจกเพื่อนร่วมงานในวันนี้เหมือนที่เพื่อนร่วมงานผู้หญิงคนอื่น ๆ สนุกกัน ที่ขำคือเพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งแอบบอกว่าความจริงแล้วเขาไม่ชอบรับประทานช็อกโกแลตเลย แต่กลับได้รับช็อกโกแลตมากมาย เขาพูดไปแล้วก็ยิ้ม จริง ๆ แล้วก็ท่าทางจะดีใจที่ได้รับอยู่เหมือนกัน
ส่วนเรื่องสนุกต่อจากวันวาเลนไทน์ก็คือวันไวท์เดย์อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น ซึ่งวันนี้บรรดาเพื่อนร่วมงานชายและเจ้านายจะให้ของขวัญตอบเรากลับมา ส่วนมากก็เป็นขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ บรรจุอยู่ในถุง ในกล่อง ในห่อ หลากดีไซน์หลากสีสัน แค่เห็นแพ็กกิ้งก็รู้สึกตื่นเต้นมากว่าข้างในจะเป็นอะไรน้อ แม้จะเป็นการได้รับตอบกลับมา แต่เป็นใครก็คงอดดีใจไม่ได้ที่ได้รับของขวัญนะคะ
สำหรับสาว ๆ ที่กำลังมีความรักอาจจะอยากทำช็อกโกแลตเอง ซึ่งถ้าเอาให้ง่ายคือเอาช็อกโกแลตแท่งมาละลายแล้วใส่พิมพ์รูปหัวใจหรือทำออกมาเป็นรูปแบบอื่น ๆ โดยหลักคือทำให้ดูเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง คนรับจะได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ “กิหริช็อกโกะ” แต่เป็น “ฮมเมช็อกโกะ” คือช็อกโกแลตที่ให้เพราะต้องการบอกว่าชอบอีกฝ่ายนะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าฮมเมช็อกโกะจะต้องเป็นแบบทำเองเท่านั้น ซื้อเอาก็ได้เหมือนกัน
ฉันไม่เคยลองทำเองเพราะคิดว่าความอร่อยคงสู้แบบตามร้านไม่ได้ เลยซื้อแบบที่เขาวางขายมาให้สามีหนึ่งกล่องในทุกวันวาเลนไทน์ ต่อให้ไม่ได้คิดจะซื้อแต่พอเห็นเคาน์เตอร์ตามห้างสรรพสินค้าหรือสถานีรถไฟขายช็อกโกแลตวาเลนไทน์หน้าตาสวยงามน่ารับประทานกันอย่างเอิกเกริกเช่นนั้นแล้วก็อดเห่อซื้อตามคนอื่น ๆ ไม่ได้
ช็อกโกแลตเหล่านี้มีหลายเกรด กล่องขนาดกลาง ๆ มีช็อกโกแลตสิบกว่าชิ้นราคาตั้งแต่ประมาณพันเยนขึ้นไปจนถึงหลายพันเยน บริษัทช็อกโกแลตหลายแห่งจะมีช็อกโกแลตรุ่นที่ผลิตสำหรับวาเลนไทน์โดยเฉพาะมาขายในช่วงนี้ บางแห่งต้องสั่งจองล่วงหน้า หมดแล้วหมดเลย ตัวฉันเองที่ชอบช็อกโกแลตมากจนต้องมีติดบ้านอยู่เสมอจึงชอบช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ของญี่ปุ่นเป็นพิเศษ เพราะมีช็อกโกแลตหลายแบบให้เลือกไม่หวั่นไม่ไหว สรุปแล้วแม้จะซื้อช็อกโกแลตให้สามีแต่ก็ขอแบ่งครึ่งคำด้วยทุกชิ้น
ที่เทศกาลวาเลนไทน์ของญี่ปุ่นมีความเอิกเกริกถึงเพียงนี้ดูเหมือนเป็นเพราะว่า แต่เดิมสังคมญี่ปุ่นก็ไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้หญิงแสดงออกซึ่งความรักก่อน ทีนี้ก็มีคนคิดว่าถ้าอย่างนั้นก็ให้วันวาเลนไทน์เป็นวันที่ผู้หญิงจะมอบช็อกโกแลตแทนความในใจได้ก็แล้วกัน และบรรดาผู้ผลิตช็อกโกแลตและขนมก็เลยเอาวาเลนไทน์มาเป็นจุดขายช็อกโกแลตจนแพร่หลายมาเป็นธรรมเนียมอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทำให้เกิดความคิดว่าวันนี้ผู้หญิงทุกคนต้องซื้อช็อกโกแลต พอถึงวันไวท์เดย์ผู้ชายก็ต้องซื้อขนมหรือของขวัญอื่น ๆ ที่มีราคาแพงกว่ามาฝากผู้หญิงอีก จะว่าไปมันก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีอย่างหนึ่งและสร้างความครึกครื้นในช่วงอากาศหนาว ๆ ได้เหมือนกัน
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีค่ะ.
"ซาระซัง" สาวไทยที่ถูกทักผิดว่าเป็นสาวญี่ปุ่นอยู่เป็นประจำ เรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ชั้นประถม และได้พบรักกับหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัย เป็น “สะใภ้ญี่ปุ่น” เธอเคยใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงโตเกียวนานกว่า 5 ปี ปัจจุบันติดตามสามีไปทำงาน ณ สหรัฐอเมริกา ติดตามคอลัมน์ “เรื่องเล่าสะใภ้ญี่ปุ่น” ที่ MGR Online ทุกวันอาทิตย์.


