รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าจะใช้การส่งออกเทคโนโลยีรถไฟเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การสร้างเศรษฐกิจ โดยหวังเผยแพร่รถไฟของญี่ปุ่นไปยังประเทศต่างๆทั่วโลกทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย
สื่อมวลชนญี่ปุ่นรายงานข่าวอย่างภาคภูมิใจว่า บริษัทคะวะซะกิ เฮฟวี อินดัสตรีส์ของญี่ปุ่นได้ทำสัญญาจัดหาตู้โดยสารรถไฟกว่า 1,600 ตู้สำหรับรถไฟใต้ดินของทางการนครนิวยอร์ก ผู้บริหารของบริษัทกล่าวว่าข้อตกลงนี้มีมูลค่าสูงสุดที่ประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์หรือราว 116,000 ล้านบาท นับว่าเป็นสัญญาเกี่ยวกับรถไฟที่มีมูลค่ามากที่สุดของบริษัท และจะมีการส่งมอบตู้โดยสารรถไฟนับจากปี 2563 เป็นต้นไป
คะวะซะกิ เฮฟวี อินดัสตรีส์เอาชนะบริษัทคู่แข่งจากจีนรายหนึ่งมาได้ในการประมูลครั้งล่าสุด นักวิเคราะห์ระบุว่าการที่บริษัทชนะการประมูลนั้น เป็นเพราะคะวะซะกิ เฮฟวี อินดัสตรีส์เคยทำธุรกิจร่วมกับการขนส่งแห่งนครนิวยอร์กมาแล้ว และที่ผ่านมาทางบริษัทได้จัดหาตู้โดยสารกว่า 2,200 ตู้แก่เครือข่ายรถไฟใต้ดินดังกล่าวซึ่งคิดเป็นส่วนแบ่งร้อยละ 30 และที่ผ่านมาสามารถส่งมอบงานได้ทันกำหนด
ในฝั่งยุโรป บริษัทการรถไฟแห่งญี่ปุ่นภาคตะวันออก หรือ เจอาร์อีสต์ และบริษัทการค้ามิตซุย ร่วททุนกับบริษัทการรถไฟหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ ได้สิทธิ์บริหารจัดการเครือข่ายรถไฟหนึ่งในอังกฤษ ที่ให้บริการรถไฟที่เชื่อมโยงกรุงลอนดอนของอังกฤษเข้ากับเมืองต่าง ๆ ในภูมิภาคมิดแลนส์
ในอังกฤษ รัฐบาลจัดการประมูลตามระยะเวลาเพื่อคัดเลือกผู้ประกอบการของแต่ละเส้นทางรถไฟ กลุ่มบริษัทที่นำโดยบริษัทเจอาร์อีสต์ ชนะการประมูลได้ลงนามในสัญญาเพื่อบริหารจัดการเครือข่ายเส้นทางนี้ไปจนถึงปี 2569 กลุ่มบริษัทนี้มีแผนที่จะใช้เงินราว 1,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 42,000 ล้านบาทเพื่อนำตู้รถไฟใหม่ ๆ มาใช้ รวมถึงพัฒนาอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
โครงการนี้เป็นโครงการบริหารจัดการเส้นทางรถไฟในต่างประเทศของบริษัทเจอาร์อีสต์เป็นครั้งแรก และทางบริษัทหวังที่จะชนะการประมูลได้ลงนามในสัญญาต่าง ๆ ในอังกฤษมากขึ้น
ประชากรญี่ปุ่นลด บริษัทรถไฟหาทางรอด ออกนอกประเทศ
ภาวะที่จำนวนประชากรในญี่ปุ่นลดลงไปทุกที บรรดาผู้ประกอบการรถไฟของญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องหาทางเจาะตลาดต่างประเทศ จุดแข็งของผู้ประกอบการรถไฟของญี่ปุ่นคือประวัติการให้บริการที่ประทับใจเรื่องความปลอดภัยและตรงต่อเวลา โดยมีการบันทึกความล่าช้าไว้เป็นนาทีเพื่อพยายามที่จะให้บริการเป็นไปตามกำหนดตารางเวลา และเมื่อเกิดเหตุขัดข้องหรือผิดพลาดขึ้นมา จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้บริการกลับมาเป็นปกติดังเดิมได้โดยเร็ว
บริษัทรถไฟญี่ปุ่นที่บุกเบิกธุรกิจในต่างแดนต่างพยายามรักษามาตรฐานเรื่องความปลอดภัยและตรงต่อเวลาไว้ให้ได้ เช่น รถไฟญี่ปุ่นรุ่น 395 ผลิตโดยบริษัทฮิตะชิซึ่งนำไปให้บริการในเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่เรียกว่า ไฮสปีด 1 ที่ให้บริการในเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงลอนดอนของอังกฤษกับกรุงปารีสของฝรั่งเศสและกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียมยังคงให้บริการตามปกติ เมื่อรถไฟสายอื่นๆ ต้องหยุดวิ่งเนื่องจากเกิดหิมะตกหนัก
การรักษามาตรฐานการให้บริการให้ได้นอกประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เช่นในอังกฤษซึ่งบริษัทที่เป็นเจ้าของรางรถไฟกับผู้ให้บริการเป็นคนละบริษัทกัน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการรถไฟก็มีหลายราย แม้ผู้ประกอบการรายหนึ่งพยายามอย่างหนักเพื่อให้บริการเป็นไปตามกำหนดเวลา แต่บริการดังกล่าวจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากความล่าช้าที่เกิดจากผู้ประกอบการรายอื่น ๆ
ดังนั้น เทคโนโลยีและความรู้ความชำนาญที่ญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นมาอาจนำไปประยุกต์ใช้ในตลาดต่างประเทศไม่ได้ผลเสมอไป บรรดาบริษัทผู้ประกอบการรถไฟของญี่ปุ่นต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายมากมาย
“ชินคันเซ็น” เทคโนโลยีแห่งแดนอาทิตย์อุทัย
ระบบรถไฟของญี่ปุ่นได้รับการพัฒนาขึ้นมาเองโดยที่ไม่ได้รับอิทธิพลใด ๆ จากต่างประเทศเลยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน แต่การที่ผู้ประกอบการรถไฟของญี่ปุ่นกำลังจะรุกเจาะตลาดโลกนั้นจึงเป็นก้าวย่างที่สำคัญมาก เพราะไม่ใช่ญี่ปุ่นประเทศเดียวที่มีเทคโนโลยีรถไฟ
เทคโนโลยี“ชินคันเซ็น” ถึงแม้จะได้รับการยอมรับเรื่องความปลอดภัย แต่ก็มีราคาที่แพงกว่าคู่แข่งอย่างมาก การประมูลโครงการรถไฟในหลายประเทศอาเซียนจึงเป็นสนามประลองกำลังระหว่างญี่ปุ่นและจีน ซึ่งผลัดแพ้ผลัดชนะในหลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และอินเดีย หรือในประเทศไทย ก็ใช้วิธี “ตีสองหน้า” แบ่งเส้นทางเดินรถระหว่างจีนกับญี่ปุ่น
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความคาดหวังที่มีต่อผู้ประกอบการรถไฟของญี่ปุ่นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ การประเมินความคาดหวังในแต่ละประเทศ และยื่นข้อเสนอที่สอดคล้องกันจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
รถไฟไม่เพียงเป็นระบบคมนาคมที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า หากแต่รางรถไฟที่เชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ รวมทั้งทอดข้ามประเทศนั้น คือ เส้นทางอำนาจที่ช่วยทั้งการเคลื่อนย้ายทรัพยากรและการไปมาหาสู่กัน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ การแผ่อำนาจข้ามพรมแดน และประชิดถึงหน้าประตูบ้าน.


