xs
xsm
sm
md
lg

คุณนายไข่มุก ตอนที่ 20 ความรักครั้งแรก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

บทประพันธ์ของ คิคุฉิ คัน (ค.ศ.1888-1948)
แปลและเรียบเรียงโดย ฉวีวงศ์ อัศวเสนา

"คุณนายไข่มุก เธอทั้งสวยและสูงศักดิ์ สวรรค์ให้เธอมามาก แต่ถึงเวลาเอาคืน....?"

1

หากเปรียบคุณนายรุริโกะเป็นดอกทานตะวันที่เบ่งบานสู้แสงแดดจัดจ้า หญิงสาวอยู่เคียงใกล้ไม่มีห่างจากคุณนายนางนี้ก็คือดอกป๊อปปี้กลีบบางที่เจ้าของปลูกไว้อย่างถนุถนอมในกระถาง ใครจะลืมได้เพราะเธอ...มินะโกะ

ในปีที่นายโชดะ บิดาถึงแก่กรรมมินะโกะอายุ 17 และปีนี้เธออายุ 19 แล้ว ใบหน้าทรงกลมดูขาวผ่องเป็นยองใยความสดใสบริสุทธิ์และความไร้เดียงสาน่าเอ็นดูสะท้อนความเป็นสาวพรหมจรรย์ที่แท้จริง

คุณนายรุริโกะผู้คิดว่าตนไม่มีใจจริงเหลือไว้ให้ชายใดสักคนในชาตินี้ มอบความรักให้แก่มินะโกะเช่นแม่รักลูก มอบความเอื้ออารีและรักใครเอ็นดูให้แก่มินะโกะเช่นพี่สาวพึงให้แก่น้อง ส่วนมินะโกะก็เคารพรักแม่เลี้ยงสาวของเธอด้วยใจจริง หลังเกิดเหตุใช้กำลังรุนแรงกับบิดาครั้งนั้นคะสึฮิโกะพี่ชายถูกตำรวจกักบริเวณอยู่ในห้อง ๆ หนึ่ง ภายในบ้านพักชายทะเลของครอบครัวที่ฮะยะมะในฐานะบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังอันตราย ดังนั้นถ้าจะว่าไปมินะโกะก็เท่ากับเป็นคนไร้ญาติขาดมิตรเหลือเพียงตัวคนเดียว จิตใจอันอ้างว่างเปล่าเปลี่ยวของเธอจึงเอนเอียงมาที่คุณนาย
รุริโกะแม่เลี้ยงสาวซึ่งรักเธอจากก้นบึ้งของหัวใจอยู่แล้ว

ทั้งสองขจัดความทรงจำอันขมขื่นในอดีตทิ้งไปจนหมดสิ้นและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเหมือนพี่น้องจริง ๆ คงไม่ผิดแน่ถ้าจะบอกว่าความรักที่มีต่อมินะโกะนั้นเองที่เป็นแรงจูงใจให้รุริโกะอยู่ที่บ้านของครอบครัวโชดะต่อไปหลังจากสามีถึงแก่กรรมไปแล้ว แม้ตนเองอาจไม่รู้สึกแต่สำนึกลึก ๆ เตือนให้เธอทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองทรัพย์สมบัติที่ควรสืบทอดมายังหญิงสาวที่เธอรักเหมือนลูกคนนี้

รุริโกะมุ่งมั่นที่จะพยายามอย่างเต็มความสามารถที่จะเลี้ยงดูมินะโกะให้มีคุณสมบัติสมกับเป็นกุลสตรีอันดีงามและสมกับความเป็นสาวพหรมจรรย์ เธอกีดกันเต็มที่ไม่ให้มินะโกะเข้ามาใกล้วิถีชีวิตอันเปิดกว้างเป็นอิสระเสรีของตนเองอย่างเด็ดขาด

รุริโกะไม่อนุญาตให้มินะโกะเข้ามาใกล้ห้องรับแขกพิเศษที่เธอจัดไว้สำหรับเป็นที่ชุมนุมของกลุ่มผู้ชายที่มารุมไต่ตอมราวกับฝูงแมลงวัน ดังนั้นมินะโกะจึงไม่มีโอกาสล่วงรู้เลยว่าบรรดาผู้ชายที่มาเยือนห้องรับแขกพิเศษของมารดาเลี้ยงคือใครกันบ้าง แม้แต่หน้าตาก็ไม่เคยเห็นสักคนเดียว แน่นอนว่าไม่มีการแนะนำให้รู้จักใครแม้แต่ครั้งเดียวด้วย มินะโกะอาจเคยเดินสวนกับผู้ชายพวกนั้นบางคนที่ประตูใหญ่หน้าบ้าน แต่ก็แค่ก้มศีรษะให้กันเป็นมารยาทเท่านั้น ไม่มีการเอ่ยปากพูด
เปรียบมินะโกะดั่งดอกป๊อบปี้อันบอบบาง (ดอกฮินะเงะชิ)
บ่ายวันอาทิตย์ ระหว่างที่มารดาเลี้ยงสนุกอยู่กับการเป็นนางพญาอยู่กลางกลุ่มผู้ชายมากหน้าหลายตาที่มาชุมนุมกันในห้องรับแขกพิเศษที่จัดไว้สวยงามอลังการนั้น ตามปกติมินะโกะจะใช้เวลาช่วงเช้าอยู่เงียบ ๆ ในห้องที่เรือนเล็กของตนเอง หรือไม่ก็ที่ห้องญี่ปุ่นของเรือนใหญ่ ชวนหญิงรับใช้ที่ชอบกันฝึกจัดดอกไม้บ้าง หรือไม่ก็เล่นเครื่องสายโกะโตะ

บางครั้ง มินะโกะจะได้ยินเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานของพวกผู้ชายดังแว่วมาถึงเรือนเล็ก แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอมีความสนใจขึ้นมาแม้แต่น้อยนิด แต่หญิงรับใช้พอได้ยินเข้าก็เห็นใจนายสาวและเผลอพูดเป็นเชิงประชดการใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีของคุณนายรุริโกะขึ้นมาทำนองว่า...แหม ช่างสนุกกันจริงนะเจ้าคะ ความจริงคุณนายท่านก็ยังสาวอยู่...ทุกครั้งที่หญิงรับใช้พูดเช่นนั้นก็จะถูกมินะโกะดุและสั่งไม่ให้พูดอีก

บ่ายวันอาทิตย์มีความหมายสำหรับมินะโกะมาก เพราะเป็นเวลาที่เธอไปเยี่ยมคารวะหลุมศพบิดาและมารดาที่สุสานอะโอะยะมะ

บ่ายวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใสมินะโกะจะชวนหญิงรับใช้คนหนึ่งไปเยือนหลุมฝังศพบิดามารดาที่อะโอะยะมะโดยหลีกเลี่ยงการไปด้วยรถยนต์

และพอไปถึงก็จะเดินไปรอบ ๆ บริเวณหลุมฝังศพบิดามารดาพลางระลึกถึงความทรงจำสมัยเด็กที่ผ่านมาราวกับความฝันอยู่เกือบชั่วโมงแล้วจึงพากันกลับ

บ่ายวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนมิถุนายนซึ่งตรงกับวันถึงแก่กรรมของมารดา มินะโกะชวนหญิงรับใช้ไปเยี่ยมคารวะหลุมศพเช่นเคย

อากาศค่อนข้างอบอ้าว แสงแดดต้นฤดูร้อนส่องสว่างไปทั่วบริเวณสุสาน รั้วต้นไม้ที่กั้นแบ่งส่วนภายในสุสานชิงกันแตกตาผลิใบอ่อนสูงขึ้นไป มินะโกะถือช่อดอกลิลี่สวยสดที่เธอตัดมาจากสวนหลังบ้าน เดินไปตามทางเล็ก ๆ หลายเลี้ยวหลายโค้งเข้าไปใกล้หลุมฝังศพบิดามารดา ด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังจะได้พบคนที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน

2

บ่ายวันอาทิตย์ที่อากาศแจ่มใส มีคนที่มาเยี่ยมคารวะหลุมศพเดินไปมาอยู่ค่อนข้างหนาตา ทั้งที่หลุมศพ และที่กำลังเดินอยู่ตามแนวรั้วต้นไม้

มินะโกะเดินผ่านหลุมศพหลายแห่งที่สะอาดสะอ้านมีน้ำเติมเต็ม ควันสีขาวลอยเป็นสายขึ้นไปจากธูปที่จุดบูชา แม่ม่ายสาวพาลูกเล็กมาเยี่ยมคารวะสามีผู้ล่วงลับ หญิงสูงอายุถือลูกประคำไว้ในมือ เดินสวนกลับไป

หลุมศพของครอบครัวโชดะอยู่ใกล้กับหลุมศพของนายพล N ผู้มีชื่อเสียง ตอนที่มารดาของมินะโกะถึงแก่กรรมบิดาของเธอได้ทุ่มเงินจำนวนมากสร้างหลุมศพที่มีความโอ่อ่าสง่างามอุทิศให้แก่ภริยา ผู้ตกระกำลำบากด้วยกันมาสมัยที่ยังยากจน แต่พอฐานะเริ่มดีขึ้นก็สิ้นบุญเสียก่อนที่จะได้มีความสุขกับทรัพย์สินที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล โดยไม่คาดฝันเลยว่าไม่ช้าไม่นานเขาเองก็ต้องตามภริยามาอยู่ในหลุมเคียงกันที่นี่

ความโอ่อ่าอลังการของหลุมศพตระกูลโชดะที่ประกอบด้วยแท่งหินสูงถึงเกือบสามเมตรข่มหลุมศพรอบข้างให้ดูเล็กไปถนัดใจ ระหว่างที่หญิงรับใช้ไปตักน้ำมาทำความสะอาดมินะโกะยืนก้มหน้านิ่งอยู่หน้าหลุมศพบิดามารดาพลางวาดภาพในอดีตเมื่อเคยอยู่กันพร้อมหน้าอยู่ในใจ

นายโชดะถูกคนในสังคมนินทาว่าร้ายลับหลังว่าเป็นเศรษฐีใหม่บ้างอะไรบ้าง แต่สำหรับมินะโกะเขาเป็นพ่อใจดีมีเมตตาเป็นคนสูงค่าอย่างจะหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว พอคิดมาถึงตรงนี้ทีไรน้ำตาแห่งความอาลัยรักก็ไหลพรากลงมาอาบสองแก้มทุกครั้ง

พอหญิงรับใช้ตักน้ำมาให้ มินะโกะก็หยิบแจกันปักดอกไม้มาเปลี่ยนน้ำแล้วปักดอกลิลลี่ที่เพิ่งตัดมาใหม่ ๆ ยังส่งกลิ่นหอมหวานลงไป เมื่อได้ทำเช่นนั้นหญิงสาวรู้สึกจิตใจผ่องแผ้ว รู้สึกเหมือนบิดามารดาของเธอกำลังส่งยิ้มอย่างมีความสุขลงมาจากมุมใดมุมหนึ่งของสรวงสวรรค์

มินะโกะปักดอกไม้แล้วก้มหน้าสงบนิ่งสวดภาวนาและส่งใจไปถึงบิดามารดา ลมอ่อน ๆ พัดผ่านหมู่ไม้มากระทบผิวกายให้เย็นชื่นใจ

“วันนี้อากาศดีจังเลยนะ”

มินะโกะลุกขึ้นยืนแล้วหันไปปรารภกับหญิงรับใช้

“จริงด้วยเจ้าค่ะ ท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆเลยแม้แต่นิดเดียว”

หญิงรับใช้ว่าพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้าฤดูร้อนที่สว่างจ้าจนต้องหยีตา

“ใช่เมื่อไหร่กัน ดูตรงนั้นซิ มีเมฆขาวบาง ๆ ไม่เห็นรึ”

มินะโกะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเช่นกัน เธอพูดล้อหญิงรับใช้เล่น ๆ ด้วยอารมณ์ที่สดชื่นแจ่มใส เพราะนอกจากปุยเมฆบาง ๆ ที่มินะโกะพบ ท้องฟ้าวันนี้ไม่มีเมฆจริง ๆ

“อากาศดีอย่างนี้ จะตรงกลับบ้านเลยก็น่าเสียดาย เราเดินเล่นกันสักพักก่อนกลับดีกว่า”

มินะโกะพูดพลางออกเดินจากหลุมศพบิดามารดาแล้วพยักหน้าให้หญิงรับใช้เดินตามมา

ตามปกติมินะโกะจะเดินกลับตามทางที่คุ้นเคยไปที่ป้ายจอดรถอะโอะยะมะซันโจเมะ แต่วันนี้คิดอยากเดินเล่นภายในสุสานสักพัก ก็เลยจงใจเลือกทิศทางที่ต่างจากเคย

พอเดินจากหลุมศพของตระกูลมาได้ประมาณ 600 เมตร มินะโกะก็เหลือบไปเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งท่าทางเป็นพี่น้องกันกำลังยืนเคารพหลุมศพที่ล้อมด้วยรั้วต้นไม้ตัดแต่งงดงาม

มินะโกะกำลังอารมณ์ดีเลยเฝ้าดูคนทั้งสองด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างไม่จริงจังอะไรนัก คนที่น่าจะเป็นพี่ชายอายุคงจะราวยี่สิบสามยี่สิบสี่ ร่างสูงเพรียวอยู่ในชุดกิโมโนและสวมหมวกฟางดูมีราศรี ส่วนคนที่น่าจะเป็นน้องสาวอายุคงจะประมาณสิบห้าสิบหกแต่งตัวสะสวยดูดี

มินะโกะกับหญิงรับใช้เดินใกล้หลุมศพแห่งนั้นเข้าไปทุกทีและขณะที่กำลังจะเดินผ่านไปนั้นเอง เด็กสาวก็หันมาทางนี้พอดี และพอเห็นหน้ามินะโกะเธอก็ยิ้มให้แล้วก้มศีรษะเป็นเชิงทักทาย
รถรางบนถนนกินซ่าสมัยก่อนสงคราม
3

มินะโกะก้มศีรษะตอบทั้ง ๆ ที่นึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายคือใคร คิดว่าเคยเห็นดวงตาดำสนิทและขนตายาวงามอย่างนี้ที่ไหนมาก่อนแต่ก็นึกไม่ออกว่าที่ไหน...สงสัยจะจำคนผิดละมัง

มินะโกะคิดแล้วรู้สึกแก้มแดงเรื่อขึ้นนิด ๆ ขณะเดินต่อไป แต่พอหันกลับไปมองสองพี่น้องนั้นอีกครั้งคราวนี้พอดีกับคนพี่มองมาทางเธอพอดี คงจะเพราะเกิดสนใจขึ้นมาเมื่อเห็นน้องสาวก้มศีรษะทักทายละมัง มินะโกะเห็นหน้าชายหนุ่มผู้นั้นเต็มตา แต่พอรู้สึกตัวเธอก็รีบหันหน้ากลับเพราะความเขินอายที่ไม่คุ้นกับการเผชิญหน้าตรง ๆ กับชายหนุ่ม

ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียว แต่เพียงชั่วพริบตาเดียวนั้นเองใบหน้าของชายหนุ่มที่เห็นเต็มตาเพียงแวบเดียวนั้นก็ติดตรึงชัดเจนอยู่ในใจราวกับสลักไว้ด้วยฝีมือของปฏิมากร

เท่าที่ผ่านมา มินะโกะเกือบไม่เคยสนใจที่จะมองหน้าคนต่างเพศ แต่ใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอเห็นวันนี้มีเสน่ห์ประหลาดล้ำ สามารถเข้ามาเกาะกุมใจให้เธอทุ่มเทความสนใจทั้งหมดไปที่เขา

ใบหน้าคมสันขาวสะอาด ดวงตาดำสนิทเหมือนน้องสาว ริมฝีปากได้รูปแฝงความเข้มแข็งเด็ดขาดสมชาย มองโดยรวมดูมีสง่าสะท้อนความเป็นผู้ดีมีตระกูล

อารมณ์ผ่องแผ้วของมินะโกะหลังเยี่ยมคารวะหลุมศพบิดามารดา เริ่มหวั่นไหวและสับสนขึ้นตามลำดับ การเดินทอดน่องตามสบายเมื่อครู่ก่อนอยู่ ๆ ก็เปลี่ยนเป็นฝีเท้าที่เร่งรีบโดยไม่รู้ตัว มินะโกะตกอยู่ในสภาพที่หัวใจถูกยื้อยุดไว้ด้วยพลังแรง ขณะที่ร่างกายกลับขัดขืนโดยเร่งรีบไปข้างหน้า เหมือนกับกำลังหนีให้พ้นอะไรสักอย่างที่น่ากลัวเป็นที่สุด

และแล้วมินะโกะก็ตั้งสติได้อีกครั้ง พออารมณ์ที่ปั่นป่วนค่อยบรรเทาลงเธอก็นึกทบทวนไปถึงต้นเหตุเมื่อเด็กสาวก้มศีรษะทักทายเธอ ใช่แล้ว...คนน้องจะต้องรู้จักเรา แต่เจ้าหล่อนเป็นใครกันล่ะ...

ดูจากลักษณะการมาเยี่ยมคารวะหลุมศพแล้ว เห็นได้ชัดว่าสองพี่น้องเพิ่งสูญเสียใครคนหนึ่งในครอบครัวไปไม่นาน เพราะเครื่องบูชาและเครื่องประกอบต่าง ๆ ตามประเพณีของหลุมศพยังดูใหม่อยู่มาก

มินะโกะพยายามนึกถึงครอบครัวคนรู้จักที่มีผู้ประสบเคราะห์กรรมเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ไม่พบรายใดที่จะมีความเกี่ยวข้องกับพี่น้องคู่นี้เลยสักรายเดียว

คนน้องอาจจำคนผิด...แต่พอคิดอย่างนั้นมินะโกะกลับรู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก แต่เอาเถิดสักวันหนึ่งคงจะมีโอกาสได้พบกับสองคนนี้อีก ต้องมีโอกาสได้พบอีกแน่ ๆ

“คุณหนูเจ้าขา จะไปไหนหรือเจ้าคะ”

ความตกใจกับเสียงตะโกนเรียกของหญิงรับใช้ ทำให้มินะโกะได้สติอีกครั้ง และพบว่าตนเองเดินเลี้ยวขวาและก้าวดุ่ม ๆ ไปบนทางเล็ก ๆ ที่ไม่มีประตูทางออกจากสุสาน

“นั่นมันทางตันนะเจ้าคะ”

หญิงรับใช้หัวเราะ

“ตายละ ฉันเดินเพลินไปหน่อย”

มินะโกะหัวเราะแก้เขิน

ทั้งสองพากันเดินมาไม่นานก็ใกล้จะถึงคะซุมิโจ

“เราขึ้นรถที่คะซุมิโจ ไปเปลี่ยนที่อะโอะยะมะอิจโจเมะดีไหมเจ้าคะ”

มินะโกะไม่ขัดว่ากระไร เธอเดินลงเนินไปเงียบ ๆ มุ่งไปทางคะซุมิโจ ในใจยังมีใบหน้าของคนน้องและคนพี่สลับกันไปมา

ขณะที่มินะโกะเอื้อมมือไปจับเสาตรงทางขึ้นลงรถไฟไปชิโอะมะจินั้นเอง เธอก็พูดเบา ๆ กับตัวเองเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ว่า

“ใช่...ใช่แล้ว”

ในที่สุดเธอก็นึกออกว่าคนน้องคือใคร เด็กสาวคนนั้นเป็นรุ่นน้องสองหรือสามปีที่โอะจะโนะมิซุนั่นเอง ใช่ ๆ ตอนที่พบกันเมื่อตะกี้ ลืมเสียสนิทเลยว่าเราเคยเล่นดนตรี รุ่นน้องเลยจำหน้าได้ พอคิดได้ดังนั้นมินะโกะก็รู้สึกคุ้นเคยกับสองพี่น้องขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ทำให้อยากพบอีกสักครั้ง
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...