xs
xsm
sm
md
lg

ธนาคารญี่ปุ่นอยู่ยาก “ฟินเทค” รุกหนัก ดอกเบี้ยติดลบ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


นวัตกรรมทางการเงิน หรือ “ฟินเทค” และนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น ทำให้ธนาคารยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นที่เคยมั่งคั่งต้องสั่นคลอน และเร่งปรับตัวหารูปแบบธุรกิจที่แตกต่างจากเดิม

สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นต่างประกาศแผนลดพนักงานและลดจำนวนสาขาลงอย่างถ้วยหน้า ทั้งกลุ่มมิซูโฮ ที่จะลดจำนวนพนักงาน 19,000 คนหรือ 1 ใน4 ของจำนวนพนักงานทั้งหมดภายใน 10 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับกลุ่มมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ และกลุ่มซูมิโตะโมะ มิตซุย ก็ได้ประกาศจะลดตำแหน่งงานลง 9,500 ตำแหน่งและ 4,000 ตำแหน่งตามลำดับ ธนาคารยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญที่ทำให้กำไรลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

สถานีโทรทัศน์ NHK สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญซึ่งระบุว่า บรรดาธนาคารญี่ปุ่นเคยได้รับผลกำไรส่วนใหญ่จากการเพิ่มปริมาณเงินฝากและเงินกู้ผ่านเครือข่ายสาขาที่กว้างขวาง แต่หลังจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นก้าวสู่ภาวะเงินฝืด และธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นยังนำนโยบายคงอัตราดอกเบี้ยติดลบมาใช้ ทำให้ธนาคารพาณิชย์ของญี่ปุ่นจำต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่ธนาคารจะอาศัยแต่วิธีดำเนินธุรกิจแบบเดิมมาสร้างผลกำไรผ่านการปล่อยกู้และเพิ่มปริมาณเงินฝาก

ธนาคารญี่ปุ่นจึงอาศัยการขายผลิตภัณฑ์การเงินที่เรียกว่าทรัสต์เพื่อการลงทุนแก่ลูกค้าของตน และได้รับค่าธรรมเนียมในการซื้อขาย ซึ่งปัจจุบันตลาดหุ้นอยู่ในช่วงคึกคัก ธนาคารจึงทำกำไรมหาศาลจากค่าธรรมเนียม แต่ปรากฏการณ์ที่ว่านี้อาจดำเนินต่อไปอีกไม่นาน

ธนาคารต่างๆ กำลังเผชิญกับนวัตกรรมทางการเงิน หรือ ฟินเทค ที่ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้จากโทรศัพท์มือถือหรือระบบออนไลน์โดยไม่ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคาร

ฟินเทคจะพลิกโฉมการดำเนินธุรกิจของบรรดาสถาบันการเงิน และจะลดปริมาณงานธุรการที่แต่ละสาขา อีกไม่นานก็ไม่มีความจำเป็นจะต้องมีสาขาขนาดใหญ่อีกต่อไป บรรดาธนาคารจึงต้องปรับลดจำนวนสาขาและจำนวนพนักงานอย่างมากเหลือเพียงสาขาละไม่กี่คนเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง บรรดาธนาคารพาณิชย์รายใหญ่อาจไปดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ เช่น กลุ่มมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยาในไทย ธนาคารเหล่านี้มุ่งหวังที่จะขยายเครือข่ายทางธุรกิจของตนเองด้วยการซื้อกิจการของสถาบันการเงินและธนาคารต่างประเทศ และจับคู่ทางธุรกิจกับสถาบันการเงินและธนาคารต่างประเทศผ่านการลงทุน

ธนาคารญี่ปุ่นมีระบบระเบียบที่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น การเปิดบัญชี การฝากถอน โอนเงิน ล้วนแต่มีข้อจำกัด เช่น ต้องเป็นพลเมืองญี่ปุ่นหรือมีสิทธิพำนักระยะยาวในญี่ปุ่นเท่านั้น และหนึ่งคนไม่สามารถมีบัญชีธนาคารเดียวหลายบัญชีได้ การชำระเงินแบบอิเลคทรอนิกส์ของญี่ปุ่นก็ยังไม่แพร่หลายมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอย่าง จีน ที่เพียงแต่กดโทรศัพท์มือถือก็โอนเงินและจ่ายค่าสินค้าได้

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ฟินเทค และการเป็นเจ้าภาพมหกรรมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในปี 2020 จะทำให้บรรดาธนาคารญี่ปุ่นจะก้าวไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น และสำหรับผู้บริโภคก็ต้องปรับตัวเช่นกัน เพราะในอนาคตอาจไม่มีแม้กระทั่งตู้ ATM หรืออาจต้องจ่ายค่าบริการเพิ่มหากต้องการใช้บริการสาขาของธนาคาร.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...