xs
xsm
sm
md
lg

“โทรศัพท์แห่งสายลม” ต่อสายข้ามเวลาถึงคนในความคิดถึง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


โทรศัพท์เก่าแก่สีดำเครื่องหนึ่งถูกติดตั้งอยู่ภายในตู้กลางทุ่งหญ้าในเมืองโอซึชิ จังหวัดอิวะเตะ โทรศัพท์นี้ไม่มีสายสัญญาณ แต่กลับมีผู้คนมากกว่า 25,000 คนมาใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เพื่อสื่อสารไปยังคนที่รักที่จากตั้งแต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ปี 2011 และเรียกขานว่า “โทรศัพท์แห่งสายลม”

“โทรศัพท์แห่งสายลม” ติดตั้งอยู่ภายในสวนของอิทารุ สะสะกิ ชายวัย 72 ปี ตู้โทรศัพท์อยนู่บนเนินเล็กๆ ที่สามารถมองเห็นทะเลอันเงียบสงบ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะก่อเกิดคลื่นสึนามิถล่มเมือง และทำให้หลานชายของคุณปู่สะสะกิเสียชีวิตด้วย

ตู้โทรศัพท์นี้เปิดให้ผู้คนสามารถใช้ได้ฟรี โดยมีสมุดบันทึกวางอยู่ข้างเครื่องโทรศัพท์ สมุดเล่นนี้บันทึกข้อความแห่งความคิดถึงของผู้คน ข้อความมีมากมายจนต้องเปลี่ยนสมุดเป็นเล่มที่ 4 แล้ว

คุณปู่อิทารุ สะสะกิเล่าว่าได้ติดตั้ง “โทรศัพท์แห่งสายลม” นี้หลังเกิดมหาภัยพิบัติ ซึ่งเมืองโอซึชิ ถูกคลื่นสึนามิถล่มจนราบพนาสูร คร่าชีวิตชาวเมืองไปมากกว่า 1,285 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของประชากรทั้งเมือง แม้แต่นายกเทศมนตรีของเมืองก็จบเสียชีวิตลงในศาลาว่าการเมือง

“กลับบ้านได้แล้ว....จากพ่อและปู่” ข้อความแบบนี้จำนวนมากถูกบันทึกลงในสมุดที่วางอยู่ข้าง “โทรศัพท์แห่งสายลม” ผู้คนมากมายใช้โทรศัพท์นี้สื่อสารกับคนรักที่จากไป พ่อแม่หลายคนบอกว่า เวลาแห่งชีวิตเหมือนจะหยุดนิ่งลงหลังวันแห่งวิปโยค
คลื่นสึนามิทำให้เมืองโอซึชิเสียหายยับเยิน
หลายปีผ่านไป ข้อความจาก “โทรศัพท์แห่งสายลม” เริ่มเปลี่ยนไป หลายครอบครัวเร่ิ่มทำใจยอมรับความสูญเสียไป และเขียนบันทึกไว้ว่าโปรดเฝ้ามองเราจากสรวงสวรรค์”

คุณปู่สะสะกิ เล่าว่า โทรศัพท์เครื่องนี้ได้ช่วยหยุดยั้งการฆ่าตัวตายของหลายคน หลังจากพวกเขาได้ระบายความในใจผ่าน “โทรศัพท์แห่งสายลม”

โทรศัพท์เครื่องนี้ยังเป็นที่รู้จักไปถึงต่างแดน คุณปู่สะสะกิเคยพบกับชาวต่างชาติที่มาใช้โทรศัพท์เครื่องนี้ และจากไปด้วยรอยยิ้มหลังจากได้สื่อสารกับคนรัก

คุณปู่สะสะกิได้รวบรวมข้อความที่ผู้คนฝากไว้บนสมุดบันทึกเป็นหนังสือชื่อว่า “โทรศัพท์แห่งสายลม...สิ่งที่ฉันได้พบจากโทรศัพท์ใน 6ปีหลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่” วางจำหน่ายเมื่อต้นเดือนสิงหาคม

“โทรศัพท์ที่ไม่มีสาย แต่ผู้คนกลับรู้สึกได้ว่าคนรักที่จากไปกำลังฟังอยู่ที่ปลายสาย” คุณปู่สะสะกิได้เขียนไว้ในคำนำของหนังสือเล่มนี้ ด้วยความหวังว่าผู้คนจะใช้โทรศัพท์แห่งสายลมเป็นที่ปลดปล่อยความรู้สึกที่ตกค้าง และเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้”.