xs
xsm
sm
md
lg

ปาท่องโก๋ กินทุกวันอันตรายไหม?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปาท่องโก๋ กินทุกวันอันตรายไหม?

กรอบนอก นุ่มใน อร่อยถูกใจ แต่กินทุกวันดีจริงหรือ?

ปาท่องโก๋เป็นอาหารเช้ายอดนิยมที่คนไทยคุ้นเคย นิยมรับประทานคู่กับน้ำเต้าหู้ โจ๊ก กาแฟ หรือนมข้นหวาน แม้จะอร่อยและให้พลังงาน แต่หากรับประทานบ่อยเกินไป ก็อาจส่งผลต่อสุขภาพได้

ปาท่องโก๋มีพลังงานเท่าไหร่?

ปาท่องโก๋ 1 คู่ (ประมาณ 30 กรัม) ให้พลังงานประมาณ

* พลังงาน 132 กิโลแคลอรี
* ไขมัน 8 กรัม
* คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม

หากรับประทาน 100 กรัม จะได้รับพลังงานประมาณ 441 กิโลแคลอรี และไขมัน 27.79 กรัม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาด สูตร และปริมาณน้ำมันที่ใช้ทอด

ปาท่องโก๋ทำมาจากอะไร?

ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ แป้งสาลี น้ำ เกลือ ผงฟูหรือยีสต์ และน้ำมันสำหรับทอด บางสูตรอาจเติมน้ำตาลหรือนมเพื่อเพิ่มรสชาติ

ปาท่องโก๋มีคอเลสเตอรอลไหม?

ปาท่องโก๋ที่ทำจากวัตถุดิบจากพืชล้วนและทอดด้วยน้ำมันพืช โดยทั่วไปจะไม่มีคอเลสเตอรอลจากวัตถุดิบ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผลต่อระดับไขมันในเลือด เพราะการได้รับไขมันอิ่มตัวมากเกินไปอาจเพิ่มระดับ LDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีได้

ข้อดีของปาท่องโก๋

ปาท่องโก๋ให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ช่วยเติมพลังงานให้ร่างกาย แต่มีใยอาหารค่อนข้างน้อย จึงไม่ควรใช้เป็นอาหารเช้าเพียงอย่างเดียวเป็นประจำ

กินบ่อยต้องระวังอะไร?

การกินปาท่องโก๋บ่อย ๆ อาจทำให้ได้รับพลังงานและไขมันเกินความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อกินคู่กับนมข้นหวานหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง

นอกจากนี้ยังต้องระวังน้ำมันทอดซ้ำที่เสื่อมสภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความเสี่ยงขึ้นอยู่กับชนิดน้ำมัน อุณหภูมิ และวิธีทอด

ปาท่องโก๋มีต้นกำเนิดจากที่ไหน ใครนำเข้ามาในไทย?

ปาท่องโก๋มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน โดยชาวจีนเรียกว่า “โหยวเถียว” (油條) หรือ “อิ่วจาก้วย” ในสำเนียงแต้จิ๋ว หมายถึงขนมแป้งทอดน้ำมัน

อาหารชนิดนี้แพร่เข้ามาในประเทศไทยพร้อมกับชุมชนชาวจีน แต่ยังไม่พบหลักฐานที่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้เริ่มขายปาท่องโก๋รายแรกในไทย หรือเริ่มขายในปีใด

ส่วนชื่อ “ปาท่องโก๋” ที่คนไทยใช้เรียกกันนั้น คาดว่าเกิดจากการเรียกชื่อสลับกับขนมจีนอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีชื่อใกล้เคียงกัน

กินอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ?

ควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ ไม่กินเป็นประจำทุกวัน เลือกร้านที่ใช้น้ำมันสะอาด ไม่ทอดซ้ำจนเสื่อมสภาพ และลดการจิ้มนมข้นหวาน เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลและพลังงาน

สรุป: ปาท่องโก๋ไม่ใช่อาหารที่ต้องงดเด็ดขาด แต่ควรกินอย่างพอดีและเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

⸻

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, โรงเรียนการเรือน มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, องค์การอนามัยโลก (WHO), American Heart Association และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

#ปาท่องโก๋ #อาหารเช้า #สุขภาพ #โภชนาการ #ไขมัน #คอเลสเตอรอล #อาหารทอด #MGRInfographic