xs
xsm
sm
md
lg

ภาษี เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไร? จากบรรณาการและแรงงาน สู่ระบบภาษีสมัยใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



1. จุดเริ่มต้น
ในระยะแรก สิ่งที่มีลักษณะคล้าย “ภาษี” อาจอยู่ในรูปของบรรณาการ ทรัพย์สิน ผลผลิต หรือการเกณฑ์แรงงาน เพื่อให้รัฐมีทรัพยากรสำหรับการปกครอง การป้องกันบ้านเมือง และการพัฒนาสาธารณูปโภคต่าง ๆ สำหรับประเทศไทย หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่อ้างอิงได้เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากร พบตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย โดยมีหลักฐานจากศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

2. ภาษีในไทยสมัยก่อน
เมื่อบ้านเมืองและการค้าขยายตัว การจัดเก็บภาษีก็ค่อย ๆ พัฒนาเป็นระบบมากขึ้น จากเดิมที่อาจชำระเป็นสิ่งของ ผลผลิต แรงงาน หรือเงิน ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ได้มีการปรับระบบการคลังและภาษีให้มีความเป็นส่วนกลางมากขึ้น

3. ทำไมต้องเก็บภาษี?
ภาษีเป็นรายได้สำคัญของรัฐ เพื่อนำไปใช้ในการบริหารประเทศและจัดบริการสาธารณะ เช่น ถนน คลอง ระบบคมนาคม การศึกษา สาธารณสุข ความมั่นคง และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ กล่าวโดยง่ายคือ ภาษีเป็นเงินที่รัฐนำกลับมาใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมและการพัฒนาประเทศ

4. จุดเปลี่ยนสำคัญของไทย
พ.ศ. 2416 ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการจัดตั้ง “หอรัษฎากรพิพัฒน์” เพื่อรวบรวมรายได้ภาษีอากรของแผ่นดินไว้ที่ส่วนกลางและตรวจสอบการจัดเก็บให้เป็นระบบมากขึ้น
พ.ศ. 2458 ในสมัยรัชกาลที่ 6 มีการรวมกรมสรรพากรในและกรมสรรพากรนอกเข้าเป็นหน่วยงานเดียว คือ กรมสรรพากร
พ.ศ. 2535 ประเทศไทยเริ่มใช้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และ ภาษีธุรกิจเฉพาะ แทนภาษีการค้าเดิม

5. ปัจจุบันภาษีคืออะไร?
ภาษี คือ เงินที่กฎหมายกำหนดให้บุคคลหรือกิจการที่เข้าเกณฑ์มีหน้าที่ชำระให้รัฐ เพื่อนำไปใช้เป็นรายได้ในการบริหารและพัฒนาประเทศ ตัวอย่างภาษีที่พบได้ทั่วไป ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีสรรพสามิต และอากรศุลกากร

6. หน่วยงานจัดเก็บภาษีสำคัญ
กรมสรรพากร ดูแลภาษีสำคัญ เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ
กรมสรรพสามิต จัดเก็บภาษีจากสินค้าและบริการบางประเภท เช่น น้ำมัน เครื่องดื่ม ยาสูบ รถยนต์ และสินค้า/บริการที่รัฐกำหนด โดยส่วนหนึ่งเป็นสินค้าที่ต้องการควบคุมการบริโภคหรือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย
กรมศุลกากร จัดเก็บอากรจากการนำของเข้ามาในราชอาณาจักรและการส่งของออกไปนอกราชอาณาจักรตามที่กฎหมายกำหนด

สรุปสั้น ๆ
ภาษีเป็นกลไกสำคัญในการหารายได้ของรัฐ จากอดีตที่มีทั้งบรรณาการ แรงงาน ผลผลิต และเงิน สู่ระบบภาษีสมัยใหม่ที่มีกฎหมาย หน่วยงานรับผิดชอบ และระบบตรวจสอบชัดเจนมากขึ้น