ลูกเห็บ คือหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาในรูปของก้อนหรือชิ้นน้ำแข็ง โดยทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ประมาณ 5 มิลลิเมตรขึ้นไป และบางครั้งอาจมีขนาดใหญ่กว่านั้นมาก
1. อากาศร้อนและชื้นลอยตัวขึ้นสูง
เมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง กระแสลมยกตัวแรงภายในเมฆคิวมูโลนิมบัสจะพาหยดน้ำขึ้นไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง
2. หยดน้ำเย็นจัดกลายเป็นน้ำแข็ง
หยดน้ำที่ถูกพาขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศที่หนาวจัดจะแข็งตัว กลายเป็นก้อนน้ำแข็งเล็ก ๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “ลูกเห็บ”
3. ลมยกตัวพาลูกเห็บวนขึ้น–ลงในเมฆ
ตราบใดที่กระแสลมยกตัวยังแรงพอ ก้อนน้ำแข็งจะยังไม่ตกลงพื้น แต่จะถูกพาเคลื่อนที่อยู่ภายในพายุ และชนกับหยดน้ำเย็นจัดเพิ่มเติม
4. ก้อนน้ำแข็งโตขึ้นเป็นชั้น ๆ
หยดน้ำที่มาชนก้อนน้ำแข็งจะเกาะและแข็งตัวเพิ่ม ทำให้ลูกเห็บมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ บางก้อนจึงเห็นเป็นชั้นน้ำแข็งใสสลับกับชั้นน้ำแข็งขุ่น
5. หนักเกินกว่าลมจะพยุง จึงตกลงมา
เมื่อลูกเห็บมีน้ำหนักมากเกินกว่ากระแสลมยกตัวจะพยุงไว้ หรือกระแสลมในพายุอ่อนกำลังลง ลูกเห็บจะตกลงสู่พื้นดิน
ทำไมประเทศไทยอากาศร้อน แต่ยังมีลูกเห็บได้?
เพราะอุณหภูมิบริเวณพื้นดินไม่จำเป็นต้องต่ำกว่า 0°C การก่อตัวของลูกเห็บเกิดขึ้น สูงขึ้นไปภายในเมฆพายุ ซึ่งมีอากาศหนาวจัดมากพอให้น้ำแข็งตัว ประเทศไทยมักพบลูกเห็บร่วมกับพายุฝนฟ้าคะนอง โดยกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพบบ่อยในช่วงฤดูร้อนประมาณ กุมภาพันธ์–พฤษภาคม โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


