สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ กลายเป็นบททดสอบการบริหารของทั้ง กทม.และรัฐบาล หลังฝนตกหนักต่อเนื่องจนหลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง การจราจรได้รับผลกระทบ และประชาชนบางชุมชนต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำที่ยังระบายออกได้ช้า คำถามจึงไม่ได้อยู่เพียงว่าน้ำจะลดเมื่อไร แต่รวมถึงประสิทธิภาพของระบบป้องกันและระบายน้ำ ตลอดจนการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
.
ฝั่ง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. อยู่ในฐานะผู้บริหารเมืองโดยตรง กทม.ต้องรับผิดชอบระบบระบายน้ำ คูคลอง ถนน และการแก้จุดน้ำท่วมขัง ขณะที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มีบทบาทกำกับและประสานการรับมือในระดับรัฐบาล รวมถึง ปภ. ผู้ว่าราชการจังหวัด และการสนับสนุนทรัพยากรจากหน่วยงานของรัฐ
.
แม้ภาพที่ปรากฏจะเห็นทั้งชัชชาติและอนุทินลงพื้นที่ รวมถึงมีการประสานงานระหว่าง กทม. รัฐบาล กองทัพ และหน่วยงานต่างๆ แต่โจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ภาพการลงพื้นที่เพียงอย่างเดียว หากอยู่ที่ผลลัพธ์ว่าแต่ละหน่วยงานสามารถลดผลกระทบ ทำให้น้ำลด และช่วยประชาชนกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วเพียงใด
.
น้ำท่วมครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบพร้อมกันสองระดับ กทม.ต้องตอบคำถามเรื่องประสิทธิภาพการบริหารและระบายน้ำของเมือง ขณะที่รัฐบาลและมหาดไทยต้องตอบคำถามเรื่องการเตรียมพร้อม การประสานงาน และการจัดการภัยพิบัติในภาพรวม ท้ายที่สุดประชาชนย่อมวัดผลงานจากสถานการณ์จริง มากกว่าภาพหรือคำประกาศของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง


