xs
xsm
sm
md
lg

รถจมน้ำ ประกันจ่ายไหม? ได้ค่าสินไหมไหม? ต้องทำอะไรบ้าง?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หากกรมธรรม์คุ้มครองน้ำท่วม โดยล่าสุด คปภ. ระบุว่า ประกันรถยนต์ประเภท 1 คุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจดูในกรมธรรม์ว่าได้ซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่

สิ่งสำคัญคือ เงินที่ได้รับไม่ใช่ “คืนค่าเบี้ยประกัน” แต่เป็น ค่าสินไหมทดแทน ตามความเสียหายและทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

รถจมน้ำทั้งคัน จะได้เงินเท่าทุนประกันเลยไหม?

ไม่ใช่ว่ารถโดนน้ำถึงหลังคาแล้วจะจ่ายเต็มทุนทันที บริษัทประกันต้องประเมินว่ารถเข้าข่าย เสียหายสิ้นเชิง หรือ Total Loss หรือไม่

ตามแบบกรมธรรม์ของสำนักงาน คปภ. รถถือว่าเสียหายสิ้นเชิงเมื่อ ไม่สามารถซ่อมให้กลับสู่สภาพเดิมได้ หรือมีความเสียหายไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่ารถในขณะเกิดเหตุ หากเข้าเงื่อนไขดังกล่าว บริษัทจะชดใช้เต็มจำนวนเงินเอาประกันภัยที่ระบุในกรมธรรม์ ภายใต้เงื่อนไขของสัญญา

ตัวอย่างง่าย ๆ หากทุนประกันรถอยู่ที่ 500,000 บาท และบริษัทประเมินว่าเป็น Total Loss การชดใช้จะพิจารณาตามทุนและเงื่อนไขกรมธรรม์ ไม่ได้คำนวณจากราคารถใหม่ที่ซื้อมาแต่แรก

กรณีทุนประกันไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่ารถตอนทำประกัน และบริษัทจ่ายกรณีเสียหายสิ้นเชิง ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์จะต้องโอนกรรมสิทธิ์รถให้บริษัทประกัน โดยบริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการโอนตามเงื่อนไขมาตรฐาน

คปภ. แบ่งความเสียหายรถน้ำท่วมอย่างไร?

ข้อมูลล่าสุดวันที่ 27 กันยายน 2569 คปภ. ใช้แนวทางประเมินความเสียหายจากน้ำท่วม 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ A น้ำถึงพรมพื้นรถ ประมาณ 8,000–10,000 บาท, ระดับ B น้ำถึงเบาะนั่งประมาณ 15,000–20,000 บาท, ระดับ C น้ำถึงส่วนล่างของคอนโซลประมาณ 25,000–30,000 บาท, ระดับ D น้ำถึงส่วนบนของคอนโซลประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป และระดับ E คือรถจมน้ำทั้งคัน ซึ่งต้องพิจารณาตามเงื่อนไขกรมธรรม์และว่าถึงขั้น Total Loss หรือไม่ ตัวเลขเหล่านี้เป็น แนวทางค่าซ่อม ไม่ใช่วงเงินรับประกันว่าจะได้รับเท่านี้ทุกคัน

รถจมน้ำแล้ว ต้องทำอะไรทันที?

1. อย่าสตาร์ตรถเด็ดขาด เพราะน้ำอาจเข้าเครื่องยนต์หรือระบบไฟ การสตาร์ตอาจเพิ่มความเสียหายได้

2. ถ่ายรูปและวิดีโอให้ครบ โดยให้เห็น ทะเบียนรถ สภาพภายนอก ภายใน ห้องเครื่อง และระดับหรือคราบน้ำ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

3. ติดต่อบริษัทประกันโดยเร็ว แจ้ง เลขกรมธรรม์ ทะเบียนรถ วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ และรายละเอียดความเสียหาย พร้อมจดเลขเคลมไว้ติดตาม

4. อย่ารีบซ่อม ถอดชิ้นส่วน หรือสั่งลากไปซ่อมเองก่อนคุยกับบริษัทประกัน เว้นแต่จำเป็นด้านความปลอดภัย ให้ประกันแนะนำอู่หรือขั้นตอนการเคลื่อนย้ายก่อน

5. เตรียมเอกสาร เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนรถ ภาพความเสียหาย และเอกสารอื่นตามที่บริษัทเรียกขอ

ข้อควรจำ

รถจมน้ำ ≠ ได้เต็มทุนทุกคัน

ต้องดู 3 อย่าง: กรมธรรม์คุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ + ความเสียหายถึง Total Loss หรือไม่ + ทุนประกันเท่าไร

ประกันชั้น 1 คุ้มครองน้ำท่วม ส่วน 2+ / 3+ ต้องเช็กว่ามีความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มหรือไม่