xs
xsm
sm
md
lg

ชาวยิวคือใคร?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชาวยิวคือใคร?

มาจากไหน และมาไทยได้อย่างไร

1. ชาวยิวคือใคร?
ชาวยิว (Jewish people) เป็นกลุ่มคนที่มีอัตลักษณ์ร่วมกันทั้งด้าน ประวัติศาสตร์ เชื้อสาย วัฒนธรรม ประเพณี และศาสนา โดยศาสนาที่เกี่ยวข้องคือ ศาสนายูดาย (Judaism) แต่ชาวยิวไม่ได้หมายถึง “ผู้นับถือศาสนา” เพียงอย่างเดียว เพราะมีทั้งชาวยิวที่เคร่งศาสนา ไม่เคร่งศาสนา หรือไม่ได้ปฏิบัติศาสนกิจเลยก็ได้ และชุมชนยิวทั่วโลกก็มีความหลากหลายมาก

รู้หรือไม่?
“ชาวยิว” กับ “ชาวอิสราเอล” ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกันทั้งหมด
ยิว คืออัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์-วัฒนธรรม-ศาสนา ส่วน อิสราเอล คือสัญชาติของประเทศอิสราเอล



2. ต้นกำเนิดมาจากใคร?

ในทางประวัติศาสตร์ ชาวยิวมีรากมาจาก ชาวอิสราเอลโบราณ (Ancient Israelites) ซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณเลแวนต์ ทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเป็นอิสราเอล ปาเลสไตน์ จอร์แดน เลบานอน และพื้นที่ใกล้เคียงบางส่วน

ส่วน ตามคติและคัมภีร์ของศาสนายูดาย เรื่องราวบรรพบุรุษของชาวอิสราเอลเชื่อมโยงกับ
อับราฮัม → อิสอัค → ยาโคบ (อิสราเอล)
โดยลูกหลานของยาโคบถูกเชื่อมโยงกับ “12 เผ่าแห่งอิสราเอล”

คำว่า Jew – ยิว มีความเกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์กับชื่อ Judah – ยูดาห์ ซึ่งเป็นอาณาจักรและชื่อหนึ่งในเผ่าของอิสราเอลโบราณ

ดังนั้น หากถามว่า “ชาวยิวเกิดจากคนคนเดียวหรือไม่?”
ในเชิงประวัติศาสตร์ไม่ควรกล่าวว่าชาวยิวทั้งหมด “เกิดจากคนคนเดียว” ส่วนเรื่องอับราฮัม อิสอัค และยาโคบเป็นเรื่องราวบรรพบุรุษตามประเพณีและคัมภีร์ทางศาสนา



3. ทำไมชาวยิวจึงกระจายอยู่ทั่วโลก?

ชุมชนชาวยิวได้กระจายออกจากดินแดนบ้านเกิดในหลายช่วงของประวัติศาสตร์ ทั้งจาก สงคราม การยึดครอง การอพยพ การค้า และการถูกขับไล่ การกระจายตัวนี้เรียกว่า Jewish Diaspora – การพลัดถิ่นของชาวยิว

เหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งคือ ค.ศ. 70 เมื่อกองทัพโรมันทำลายวิหารที่สองในกรุงเยรูซาเล็ม หลังจากนั้นชุมชนยิวในภูมิภาคต่างๆ ยิ่งมีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การพลัดถิ่นของชาวยิว เริ่มขึ้นก่อน ค.ศ. 70 แล้ว จึงไม่ควรบอกว่าการกระจายตัวทั่วโลกเริ่มจากเหตุการณ์นี้เพียงเหตุการณ์เดียว

ต่อมาชุมชนยิวในพื้นที่ต่างๆ พัฒนาวัฒนธรรมและประเพณีเฉพาะ เช่น Ashkenazi ซึ่งมีประวัติศาสตร์สำคัญในยุโรปกลางและตะวันออก, Sephardi เชื่อมโยงกับคาบสมุทรไอบีเรียและพื้นที่เมดิเตอร์เรเนียน และ Mizrahi มีรากในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ



4. ชาวยิวมาไทยได้อย่างไร?

ประวัติศาสตร์ชาวยิวในสยามมีหลักฐานย้อนหลังไปมากกว่า 400 ปี โดยแหล่งข้อมูลของ Jewish Association of Thailand และ World Jewish Congress ระบุลำดับเหตุการณ์สำคัญดังนี้

ค.ศ. 1601
มีบันทึกของมิชชันนารีชาวสเปนกล่าวถึง พ่อค้าชาวยิวที่อาศัยอยู่ในกรุงศรีอยุธยา ถือเป็นหนึ่งในหลักฐานเก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับชาวยิวในสยาม

ค.ศ. 1683
Abraham Navarro ซึ่งเป็นล่ามของ English East India Company เดินทางมายังสยาม และมีบันทึกว่าได้เข้าเฝ้า สมเด็จพระนารายณ์มหาราชที่ลพบุรี

ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19
มีบันทึกเกี่ยวกับพ่อค้าชาวยิวที่เดินทางมายังกรุงเทพฯ เป็นระยะ

ประมาณ ค.ศ. 1890
ครอบครัวชาวยิวจาก ยุโรปตะวันออก เริ่มเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทยอย่างถาวรมากขึ้น โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1
มีชาวยิวจากรัสเซียเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานในไทยเพิ่มเติม

ทศวรรษ 1930
ก่อนและในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ไทยรับ ผู้ลี้ภัยชาวยิวเยอรมันประมาณ 120 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีแพทย์รวมอยู่ด้วย ต่อมายังมีชาวยิวจากซีเรียและเลบานอนเข้ามาตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
มีชาวยิวจากหลายประเทศเข้ามาเพิ่มเติม เช่น สหรัฐอเมริกา อิรัก อัฟกานิสถาน และอิหร่าน



5. ชุมชนชาวยิวในประเทศไทยปัจจุบัน

ชุมชนชาวยิวที่พำนักถาวรในประเทศไทยมีขนาดค่อนข้างเล็ก และกิจกรรมของชุมชนส่วนใหญ่มีศูนย์กลางอยู่ใน กรุงเทพฯ โดยมี Jewish Association of Thailand (JAT) เป็นองค์กรตัวแทนของชุมชน และมีธรรมศาลาหรือ Synagogue รวมถึงสถานที่ให้บริการด้านศาสนา อาหารโคเชอร์ และกิจกรรมสำหรับทั้งผู้พำนักและนักท่องเที่ยวชาวยิว

ข้อมูลของ Jewish Association of Thailand ระบุว่ามีสมาชิกท้องถิ่นเกือบ 200 คน ขณะเดียวกันไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวยิวจำนวนมากจากทั่วโลกในแต่ละปี ดังนั้น จำนวน “ชาวยิวที่อยู่ในประเทศไทยในช่วงหนึ่งๆ” จึงอาจสูงกว่าจำนวนผู้พำนักถาวรมาก

ข้อความสรุปสำหรับแถบล่างอินโฟกราฟิก

“ชาวยิวไม่ใช่เพียงชื่อของศาสนา แต่เป็นกลุ่มผู้คนที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ร่วมกันมายาวนานหลายพันปี จากตะวันออกกลางกระจายไปทั่วโลก รวมถึงมีชุมชนเล็กๆ ในประเทศไทยมานานกว่า 400 ปี”

หมายเหตุสำหรับภาพที่ทำไปก่อนหน้า: ถ้าจะใช้เผยแพร่จริง แนะนำใช้ข้อความชุดนี้แทนข้อความเดิมบางจุด โดยเฉพาะเรื่อง “ต้นกำเนิดจากใคร” และ “Diaspora เริ่มเมื่อ ค.ศ. 70” เพราะฉบับนี้แยก ประวัติศาสตร์กับความเชื่อทางศาสนา ชัดเจนกว่าและแม่นยำกว่าค่ะ