1) ไฟฟ้าสถิตคืออะไร?
ไฟฟ้าสถิต คือ การเสียสมดุลของประจุบวกและประจุลบบนผิววัตถุ
เมื่อประจุสะสมมากพอ แล้วไปแตะวัตถุหรือคนที่มีศักย์ต่างกัน ประจุจะถ่ายเทอย่างรวดเร็ว จึงรู้สึกเหมือนโดนช็อตเบา ๆ หรือได้ยินเสียง “เปรี๊ยะ”
⸻
2) ทำไมถึงเกิดตอนจับประตู หรือโดนคนอื่น?
มักเกิดจาก การเสียดสี เช่น
* รองเท้าเสียดสีกับพรม
* เสื้อผ้าเสียดสีกับผิวหรือกันเอง
* เดินไปมาแล้วมีประจุสะสมบนร่างกาย
พอเราไปแตะ โลหะ เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได หรือแตะตัวคนอื่น ประจุจะคายออกทันที จึงรู้สึกเหมือนไฟดูดเล็ก ๆ
⸻
3) ทำไมเจอบ่อยตอนอากาศแห้ง หรืออยู่ในห้องแอร์?
เพราะ อากาศแห้งทำให้ประจุสะสมอยู่บนร่างกายได้นานขึ้น
ในอากาศที่ชื้น น้ำในอากาศช่วยให้ประจุระบายออกได้ง่ายกว่า จึงเกิดไฟฟ้าสถิตน้อยลง【turn950741view1†L96-L109】
⸻
4) อันตรายไหม?
โดยทั่วไป ไฟฟ้าสถิตในชีวิตประจำวันมักไม่รุนแรง
แต่อาจสร้างความตกใจ เจ็บจี๊ด หรือทำให้สะดุ้งได้
อย่างไรก็ตาม ประกายไฟจากไฟฟ้าสถิตอาจเป็นอันตรายในพื้นที่ที่มีไอระเหย/สารไวไฟ/ฝุ่นไวไฟ เพราะประกายไฟอาจจุดติดได้ จึงต้องมีการป้องกันและการต่อกราวด์ในงานอุตสาหกรรม【turn194495search18】【turn194495search22】
⸻
5) วิธีลดอาการ “เปรี๊ยะ” จากไฟฟ้าสถิต
* เพิ่มความชื้นในห้อง หากอากาศแห้งมาก
* ลดการเดินลากเท้าบนพรม
* เลือกใส่ผ้าที่เกิดไฟฟ้าสถิตน้อย เช่น ผ้าฝ้าย
* ทาโลชั่นหรือเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว
* ก่อนแตะลูกบิดหรือโลหะ ให้แตะวัตถุโลหะเบา ๆ แบบค่อย ๆ ระบายประจุ
⸻
6) แบบไหนที่ “ไม่ควรคิดว่าเป็นแค่ไฟฟ้าสถิต”?
ถ้าคุณมีอาการช็อกจาก
* เครื่องใช้ไฟฟ้า
* ปลั๊กไฟ
* สายไฟ
* พื้นที่เปียก/มือเปียก/พื้นเปียก
สรุป:
อาการเหมือนไฟดูดเวลาแตะลูกบิดประตูหรือโดนคนอื่น ส่วนใหญ่มักเกิดจาก ไฟฟ้าสถิต ซึ่งพบได้บ่อยในอากาศแห้งหรือห้องแอร์ และมักไม่รุนแรง แต่ถ้าโดนช็อกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือในบริเวณเปียกชื้น ควรระวังว่าอาจเป็น ไฟรั่วจริง และต้องรีบตรวจสอบ


