กลายเป็นศึกชิงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานในคดี “ฮั้วเลือก สว.” หลังฝ่ายค้านและไอลอว์ทยอยเปิดข้อมูลที่อ้างว่าได้รับจากผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวนและผ่านการกลั่นกรองก่อนนำมาเผยแพร่ ทั้งเส้นทางการเงิน ประวัติการติดต่อทางโทรศัพท์ ตลอดจนหลักฐานอื่นที่ฝ่ายค้านมองว่าต้องนำมาพิจารณาประกอบกันเป็นภาพรวม
.
หนึ่งในประเด็นร้อนคือข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ที่พาดพิงถึง “ภราดร-กรวีร์ ปริศนานันทกุล” สองนักการเมืองอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้งคู่ออกมาตั้งคำถามถึงที่มา ความถูกต้อง และความชอบด้วยกฎหมายของข้อมูล ขณะที่พริษฐ์ วัชรสินธุ ระบุว่า ข้อมูลที่ฝ่ายค้านได้รับผ่านการกลั่นกรองมาแล้วระดับหนึ่ง และตั้งข้อสังเกตว่าทั้งคู่ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการโทรเข้า-ออกโดยตรง
.
ล่าสุด ปมว่าเอกสารมาจากไหนเริ่มมีคำตอบ เมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า เอกสารที่ถูกนำมาเผยแพร่เป็นสำนวนของกองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน DSI พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบว่าเอกสารหลุดออกไปได้อย่างไร ขณะที่ DSI เข้าแจ้งความกองปราบฯ เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องกับการนำสำนวนออกมาเผยแพร่ โดยชี้ว่าอาจกระทบต่อกระบวนการสอบสวนคดี
.
จากคำถามว่า “หลักฐานจริงหรือไม่ และได้มาอย่างไร” จึงกลายเป็นอีกประเด็นสำคัญ เมื่อฝ่ายกระทรวงยุติธรรมยืนยันที่มาว่าเป็นสำนวนจาก DSI แต่คำถามใหญ่ในคดี “ฮั้ว สว.” ยังอยู่ที่เนื้อหาของหลักฐานเหล่านี้จะมีน้ำหนักเพียงใด และท้ายที่สุดจะถูกส่งไปพิสูจน์กันในชั้นศาลหรือไม่


