xs
xsm
sm
md
lg

4 ตัวตึง “ระบอบสีน้ำเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


4 ตัวตึง “ระบอบสีน้ำเงิน
มหกรรม “โยกย้ายใหญ่” ข้าราชการผู้บริหารระดับสูงในปีนี้ จะเห็นว่ามันไม่ได้มีแค่เรื่องจัดคนลงเก้าอี้ตามความเหมาะสมกับภารกิจเท่านั้น แต่มันมีลักษณะของการ “วางโครงข่ายอำนาจของสีน้ำเงิน” ชัดขึ้นเรื่อยๆ
ในบางกระทรวงที่จัดการไปแล้ว จะเห็นได้ว่า ผู้ที่มานั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวง ซึ่งเป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดในฝ่ายข้าราชการ ทุกคนล้วนมีอายุราชการเหลืออีกคนละ 7-8 ปี ที่สำคัญคือ มีสายสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายสีน้ำเงิน

ล่าสุด ในที่ประชุมครม.วันนี้ (25 ส.ค.) ก็มีจัดทัพมหาดไทยล็อตใหญ่ 20 ตำแหน่ง เมื่อไล่เรียงดูแล้วก็เห็นชัดถึงการวางคนที่ใกล้ชิดขั้วสีน้ำเงิน เข้าไปในตำแหน่งสำคัญ ใครที่มีปัญหาก็ย้ายเข้ากรุ

อย่างเช่น“นายปิยะ ปิจนำ” ผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ได้ขึ้นเป็น อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น... แล้วให้ “นายเอกวิทย์ มีเพียร” ผู้ว่าฯปทุมธานี ไปเป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ...“นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร” หรือ “ผู้ว่าฯเซมเบ้” ที่ก่อนหน้านี้ถูกย้ายจากผู้ว่าฯภูเก็ต ไปเป็นรองปลัดฯ รอบนี้ได้ไปเป็น อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ส่วน “นายสมชาย ลีหล้าน้อย” ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช คนที่นั่งข้าง “เนวิน ชิดชอบ” ในวันที่ใส่กางเกงขาสั้นไปทำพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช จนเป็นกระแสดรามา รอบนี้ได้ขึ้นเป็น “อธิบดีกรมที่ดิน” เอาไว้ดูแลเรื่องเขากระโดงโดยเฉพาะ

หากพูดถึงเครือข่ายของพรรคภูมิใจไทยก็ต้องบอกว่า “มหาดไทย” คือ ฐานอำนาจหลัก เพราะมันเชื่อมโยงตั้งแต่ปลัดกระทรงวง อธิบดี ผู้ว่าฯ นายอำเภอ องค์การปกครองท้องถิ่น (อปท.) ไปถึงฐานการเมืองระดับจังหวัด

และตอนนี้คนที่ถือทั้งตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ก็คือ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

การโยกย้ายมหาดไทยรอบนี้ จึงถูกจับตามากที่สุด เพราะนั่นหมายถึง การจัดทัพระดับ รองปลัด อธิบดี ผู้ว่าฯ และผู้ตรวจราชการจำนวนมาก รวมถึงการวางคนของขั้วสีน้ำเงิน ในตำแหน่งสำคัญ เพื่อสร้างความได้เปรียบในระยะยาวโดยเฉพาะการเลือกตั้ง

นักสังเกตการณ์ทางการเมือง วิเคราะห์ตรงกันว่า รอบนี้ตำแหน่งระดับสูงจำนวนหนึ่ง มีอายุราชการเหลือยาวกว่าอายุรัฐบาล จึงมีความหมายต่อ “โครงสร้างอำนาจหลังรัฐบาล”ด้วย