xs
xsm
sm
md
lg

แคะสะดือ ทำไมถึงเจ็บหรือรู้สึกปวดท้อง?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แคะสะดือ ทำไมถึงเจ็บหรือรู้สึกปวดท้อง?

1. แคะแรงไป ทำให้ผิวระคายเคือง

สะดือเป็นบริเวณผิวหนังที่มีรอยพับ หากใช้นิ้ว เล็บ หรือของแข็งแคะและเกาแรงเกินไป อาจทำให้ผิวถลอก ระคายเคือง หรือเกิดแผลเล็ก ๆ จึงรู้สึกเจ็บ แสบ หรือปวดบริเวณรอบสะดือได้

ไม่ใช่เพราะสะดือเชื่อมตรงกับกระเพาะหรือลำไส้



2. สะดืออาจมีคราบและความชื้นสะสม

บริเวณสะดือสามารถสะสมเหงื่อ น้ำมัน เซลล์ผิว และสิ่งสกปรกได้ โดยเฉพาะสะดือที่ลึก

หากมีความชื้นมากและดูแลไม่เหมาะสม อาจเอื้อต่อการระคายเคืองหรือการติดเชื้อราได้

การติดเชื้อราบริเวณสะดืออาจทำให้

* แดง
* คัน
* แสบ
* บวม
* มีผื่น
* อาจมีสารคัดหลั่งสีขาว



3. ปวด “รอบสะดือ” ไม่ได้แปลว่าเกิดจากการแคะเสมอไป

อาการปวดท้องบริเวณสะดือสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

* ท้องอืดหรือแก๊ส
* ท้องผูก
* กระเพาะและลำไส้อักเสบ
* ไส้ติ่งอักเสบ
* ไส้เลื่อนสะดือ
* ปัญหาอื่น ๆ ในช่องท้อง

ดังนั้น หากแคะสะดือแล้วรู้สึกปวดลึกในท้อง อาการอาจเกิดขึ้นพร้อมกันโดยบังเอิญ หรือมีสาเหตุอื่นที่ควรประเมิน



ทำความสะอาดสะดืออย่างไร?

✅ ใช้น้ำและสบู่อ่อนทำความสะอาดเบา ๆ
✅ ใช้ปลายนิ้ว ผ้านุ่ม หรือคอตตอนบัดอย่างเบามือ
✅ ล้างสบู่ออกให้หมด
✅ เช็ดสะดือให้แห้งหลังอาบน้ำ
❌ ไม่ควรแคะลึกหรือแรง
❌ ไม่ควรใช้ของแหลมแทงเข้าไปในสะดือ

Cleveland Clinic ระบุว่าโดยทั่วไปการทำความสะอาดสะดือสามารถทำพร้อมการอาบน้ำ ใช้สบู่และน้ำอย่างอ่อนโยน และควรเช็ดให้แห้งหลังทำความสะอาด



ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

ควรพบแพทย์หากมีอาการ เช่น

* ปวดท้องรุนแรงหรือปวดมากขึ้น
* ปวดไม่ดีขึ้นภายใน 24–48 ชั่วโมง
* มีไข้ร่วมกับปวดท้อง
* คลื่นไส้หรืออาเจียนมาก
* สะดือบวม แดง หรือร้อน
* มีหนองหรือสารคัดหลั่ง
* มีก้อนนูนบริเวณสะดือ
* ปวดรอบสะดือแล้วอาการเคลื่อนไปท้องด้านขวาล่าง

อาการปวดรอบสะดืออาจเป็นอาการเริ่มต้นของไส้ติ่งอักเสบได้ในบางราย จึงไม่ควรสรุปว่าเกิดจากการแคะสะดือเพียงอย่างเดียว