เช็กอาการด่วน! ลูกของคุณกำลังเผชิญภาวะ OSA อยู่หรือไม่?
การสังเกตอาการในช่วงกลางคืนและกลางวันเป็นกุญแจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้เอง โดยแบ่งกลุ่มอาการออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้
อาการผิดปกติขณะนอนหลับ (Nighttime Symptoms)
หากสังเกตเห็นอาการเหล่านี้บ่อยเกินกว่า 3 คืนต่อสัปดาห์ ควรรีบปรึกษากุมารแพทย์
ลูกนอนกรนเสียงดัง กรนเป็นประจำสม่ำเสมอ แม้ไม่ได้เป็นหวัด
หายใจเฮือกหรือสำลัก มีจังหวะที่หน้าอกนิ่งไปชั่วขณะแล้วตามด้วยเสียงหายใจเหมือนคนจมน้ำ (Gasping/Choking)
ท่านอนผิดปกติ มักชอบนอนคว่ำ นอนตะแคง หรือต้องหนุนหมอนสูงผิดปกติเพื่อให้หายใจสะดวก
นอนกระสับกระส่าย ดิ้นไปมาตลอดคืน หลับไม่สนิท
ปัสสาวะรดที่นอน ในเด็กที่โตพอจะคุมได้แล้วแต่กลับมาถ่ายรดที่นอนอีกครั้ง
อาการผิดปกติในเวลากลางวัน (Daytime Symptoms)
ความแตกต่างของ OSA ในเด็กกับผู้ใหญ่ คือ เด็กมักจะไม่แสดงอาการง่วงซึมเสมอไป แต่จะแสดงออกผ่านพฤติกรรมแทน ได้แก่
สมาธิสั้น (ADHD-like) อยู่นิ่งไม่ได้ วอกแวกง่าย หรือซุกซนผิดปกติ
อารมณ์แปรปรวน ก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย ผลการเรียนเริ่มตกลง
ตื่นมาไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า หรือบ่นว่าคอแห้ง ปากแห้ง
พัฒนาการล่าช้า เติบโตช้ากว่าเกณฑ์ (Failure to thrive) เพราะโกรธฮอร์โมน (Growth Hormone) ทำงานได้ไม่เต็มที่ในช่วงหลับลึก
> กลับสารบัญ
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็ก
ต่อมทอนซิลโต (Tonsillar Hypertrophy) ก้อนเนื้อบริเวณด้านข้างลำคอที่มีขนาดใหญ่จนไปขวางทางลม
ต่อมอะดีนอยด์โต (Adenoid Hypertrophy) ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่หลังโพรงจมูก หากโตมากจะทำให้เด็กคัดจมูกเรื้อรังและต้องอ้าปากหายใจบ่อยๆ
โครงสร้างใบหน้า เช่น คางเล็ก ลิ้นโต หรือมีความผิดปกติของเพดานปาก
อันตรายที่มองไม่เห็น ผลกระทบระยะยาวต่อหัวใจและสมอง
ภาวะลูกนอนกรน และ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็ก OSA ไม่ได้จบแค่เรื่องเสียงรบกวน แต่มันคือภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพลูกน้อยในระยะยาว
โรคหัวใจและความดันโลหิตสูง การที่หัวใจต้องทำงานหนักจากการขาดออกซิเจนซ้ำๆ นำไปสู่ความเสี่ยงโรคหัวใจ
พัฒนาการทางสติปัญญาถดถอย สมองที่ขาดการพักผ่อนที่มีคุณภาพจะส่งผลต่อความจำและการเรียนรู้
ปัญหาทางสังคม พฤติกรรมก้าวร้าวหรือสมาธิสั้น
> กลับสารบัญ
การวัดระดับออกซิเจนในกระแสเลือดขณะหลับ ตัวช่วยคัดกรองเบื้องต้น
การตรวจ Sleep Test (Polysomnography) อาจเข้าถึงยากและมีคิวรอนาน มีอุปกรณ์ยุ่งยากในการตรวจ แต่ปัจจุบันกุมารแพทย์ใช้เครื่องบันทึกระดับออกซิเจนปลายนิ้วต่อเนื่องตลอดคืน (Overnight Pulse Oximetry) ในการวัดระดับออกซิเจนในกระแสเลือดขณะหลับ เป็นเครื่องมือคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ
วิธีการตรวจ นำเครื่องวัดออกซิเจนติดที่ปลายนิ้วขณะหลับอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
การแปลผล หากค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน (SpO2) ลดต่ำกว่า 90% อย่างน้อย 3 ช่วงต่อคืน ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง
ประโยชน์ ช่วยจัดลำดับความสำคัญ (Triage) ให้เด็กที่มีอาการหนักได้รับการผ่าตัดรักษาได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องรอคิว Sleep Test เต็มรูปแบบ
กลุ่มเสี่ยงที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังและควรได้รับการตรวจเป็นพิเศษ
เด็กบางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติที่จะเกิด ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็ก และควรได้รับการตรวจ ได้แก่
เด็กที่มีภาวะอ้วน (Obesity) ไขมันรอบคอจะไปกดทับทางเดินหายใจ
เด็กกลุ่มอาการดาวน์ (Down Syndrome) หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมที่มีกล้ามเนื้อหย่อนตัว
เด็กที่มีโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เช่น โรคสมองพิการ (Cerebral Palsy)
เด็กที่มีโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ เช่น ปากแหว่งเพดานโหว่ หรือคางเล็กผิดปกติ
> กลับสารบัญ
แนวทางการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นในเด็ก มีอยู่ 2 วิธี ได้แก่ การใช้ยา เช่น การพ่นยา Intranasal Steroids และการผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุดสำหรับเด็กส่วนใหญ่ คือ การผ่าตัดทอนซิลและอะดีนอยด์ (Adenotonsillectomy) เพื่อ
ขยายทางเดินหายใจ เมื่อเอาส่วนที่อุดกั้นออก อากาศจะไหลเวียนได้สะดวกทันที
ความปลอดภัย เป็นการผ่าตัดที่ปลอดภัยสูงและภาวะแทรกซ้อนต่ำ
อย่างไรก็ตาม หากลูกมีภาวะภูมิแพ้ร่วมด้วย คุณพ่อคุณแม่ควรควบคุมอาการภูมิแพ้ควบคู่ไปด้วย เพราะการผ่าตัดเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำมูกหรือคัดจมูกที่เกิดจากภูมิแพ้ได้
เด็กนอนกรนเป็นเรื่องปกติหรือไม่?
ไม่ปกติ หากกรนเป็นประจำ หรือ มากกว่า 3 คืนต่อสัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณของภาวะ OSA ที่ต้องได้รับความดูแลจากกุมารแพทย์
ลูกเป็นแค่ภูมิแพ้ทำไมถึงกรนรุนแรง?
ภูมิแพ้ทำให้เยื่อบุจมูกบวมและอาจทำให้ต่อมอะดีนอยด์โตขึ้น ซึ่งทั้งสองอย่างไปอุดกั้นทางเดินหายใจทำให้เกิดเสียงกรนได้
การวัดระดับออกซิเจนในกระแสเลือดขณะหลับ แม่นยำแค่ไหน?
เป็นเครื่องมือคัดกรองที่ดีมากสำหรับกรณีที่รุนแรง แต่ถ้าผลออกมา "ปกติ" แต่ลูกยังมีอาการชัดเจน แพทย์อาจแนะนำให้ทำ Sleep Test เต็มรูปแบบต่อ
ถ้าไม่รักษา OSA จะหายเองได้ไหมเมื่อลูกโตขึ้น?
ส่วนใหญ่ไม่หายเอง และการปล่อยไว้จะส่งผลเสียต่อหัวใจและระดับไอคิว (IQ) ของเด็กในระยะยาว
ทำไมเด็กที่เป็น OSA ถึงซนและสมาธิสั้น?
เพราะการนอนที่ไม่มีคุณภาพทำให้สมองส่วนหน้าทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เด็กควบคุมอารมณ์และสมาธิไม่ได้
หากคุณสังเกตเห็นว่าลูก นอนกรน หรือมีพฤติกรรมผิดปกติขณะนอนหลับ การปรึกษากุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การตรวจประเมินอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ลูกกลับมาเติบโตได้อย่างสมวัย มีสมาธิในการเรียน และมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรง


