ทำไม "มื้อเย็น" ถึงต้องเลือกกินผลไม้ให้ดี?
ในช่วงเวลากลางคืน ร่างกายเราต้องการพักผ่อนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โดยจะมีฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่งชื่อว่า "โกรทฮอร์โมน" (Growth Hormone) ออกมาทำงานเพื่อเผาผลาญไขมันและช่วยชะลอวัย แต่เจ้าฮอร์โมนตัวนี้ขี้อายค่ะ... ถ้าเรากินน้ำตาลเข้าไป จนระดับอินซูลินในเลือดพุ่งสูง โกรทฮอร์โมนจะหยุดทำงานทันที!
ดังนั้น กุญแจสำคัญของการกินผลไม้มื้อเย็นคือ "ต้องเป็นผลไม้ที่น้ำตาลต่ำ (Low GI)" เพื่อไม่ให้ไปรบกวนเวลาทองของการเผาผลาญ
1. ฝรั่ง (Guava) – ราชินีแห่งผลไม้ลดน้ำหนัก
ยกให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจบิวตี้เลยค่ะ! ฝรั่งเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำมาก (ประมาณ 60 กิโลแคลอรี่ต่อ 1 ลูก) แต่ที่เด็ดกว่านั้นคือ "วิตามินซีสูงปรี๊ด" สูงกว่าส้มถึง 5 เท่า ช่วยสร้างคอลลาเจนให้ผิวเด้งดึ๋ง
ที่สำคัญคือเนื้อสัมผัสของฝรั่งมีความแข็งและกรอบ ทำให้เราต้อง "เคี้ยวนาน" ซึ่งการเคี้ยวนานๆ นี่แหละค่ะ จะส่งสัญญาณไปบอกสมองว่า "อิ่มแล้วนะ" ได้เร็วกว่าการกินผลไม้นิ่มๆ แนะนำให้กินสดๆ ไม่จิ้มพริกเกลือน้ำตาลทราย
2. แอปเปิ้ลเขียว (Green Apple) – ตัวช่วยดักจับไขมัน
ถ้าพูดถึงผลไม้ไดเอท จะขาดแอปเปิ้ลไปไม่ได้เลยค่ะ โดยเฉพาะ "แอปเปิ้ลเขียว" ที่มีน้ำตาลน้อยกว่าสีแดง แต่มีทีเด็ดอยู่ที่สาร "เพคติน" (Pectin)
เพคตินคือใยอาหารละลายน้ำได้ชั้นดี ที่ช่วยพองตัวในกระเพาะ ทำให้อิ่มนาน และยังมีคุณสมบัติช่วย "ดักจับไขมันและคอเลสเตอรอล" บางส่วนไม่ให้ดูดซึมเข้าร่างกาย กินตอนเย็นสักลูก รับรองอยู่ท้องยันเช้าค่ะ
3. แก้วมังกร (Dragon Fruit) – เพื่อนซี้คนท้องผูก
สำหรับพี่คนไหนที่มีปัญหาขับถ่ายยาก ถ่ายไม่ออกตอนเช้า บิวตี้แนะนำ "แก้วมังกร" ด่วนๆ เลยค่ะ เพราะเม็ดดำๆ เล็กๆ ในเนื้อแก้วมังกร อุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายได้ดีมาก
นอกจากนี้ แก้วมังกรยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง แคลอรี่ต่ำ รสชาติหวานนิดๆ กำลังดี กินเย็นๆ ชื่นใจหายหิวแน่นอน
4. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ (Berries) – ของว่างชะลอวัย
ใครติดหวาน อยากกินขนมหวานๆ ลองเปลี่ยนมาเป็น สตรอว์เบอร์รี่, บลูเบอร์รี่ หรือมัลเบอร์รี่ (ลูกหม่อนบ้านเรา) ดูสิคะ ผลไม้กลุ่มนี้น้ำตาลต่ำมาก (Low Sugar) แต่รสชาติเปรี้ยวอมหวาน กินแล้วสดชื่นสุดๆ
แถมสียิ่งเข้ม ยิ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ใครที่ทำงานหนักมาทั้งวัน กินเบอร์รี่ช่วงเย็นจะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูได้ดีขึ้นด้วยค่ะ
5. แตงโม (Watermelon) – ฉ่ำน้ำ อิ่มไว
หลายคนกลัวแตงโมเพราะคิดว่าหวาน แต่จริงๆ แล้วแตงโมมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 90%! ทำให้กินแล้ว "จุกไว" อิ่มเร็วมาก แถมแคลอรี่ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน (ประมาณ 30 kcal ต่อ 100 กรัม) เหมาะกับคนติดหวานที่อยากหาอะไรสดชื่นๆ กินปิดท้ายมื้อเย็น
ทริคสำคัญ: แตงโมมีค่า GI ค่อนข้างสูง (ดูดซึมไว) ดังนั้น ควรกินแค่พอหายอยาก (ประมาณ 6-8 ชิ้นพอดีคำ) อย่าเผลอกินเพลินหมดครึ่งลูกนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นน้ำตาลเกิน!
⚠️ ข้อควรระวัง: ผลไม้ที่ "ควรเลี่ยง" มื้อเย็น
เหรียญมีสองด้านเสมอค่ะ มีผลไม้ที่กินได้ ก็ต้องมีผลไม้ที่ "ห้ามกิน" ในมื้อเย็น (หรือกินให้น้อยที่สุด) เพราะน้ำตาลสูงมาก เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ไวสุดๆ ได้แก่:
•ทุเรียน: ราชาแห่งพลังงาน กิน 1 พู เท่ากับข้าว 2 ทัพพี!
•มะม่วงสุก: หวานฉ่ำ แต่น้ำตาลพุ่งกระฉูด
•ลำไย / ขนุน / ละมุด: หวานเจี๊ยบ เสี่ยงเบาหวานถามหาถ้ากินเยอะ
การกินผลไม้มื้อเย็นเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการอดอาหารหรือกินขนมกรุบกรอบแน่นอนค่ะ แต่บิวตี้ขอฝากเคล็ดลับทิ้งท้ายไว้ 2 ข้อนะพี่:
1.ปริมาณต้องพอดี: ผลไม้ไม่อ้วนก็จริง แต่ถ้ากินทีละ 2-3 กิโลฯ ก็อ้วนได้เหมือนกัน แนะนำปริมาณที่เหมาะสมคือ 1 จานเล็ก หรือขนาดประมาณ 1 กำปั้นมือค่ะ
2.เวลากิน: ไม่ควรกินแล้วนอนทันที ควรเว้นระยะอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกรดไหลย้อน


