การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เป็นไปอย่างเข้มข้น หลัง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณ อภิปรายตั้งคำถามต่อบทบาทและความคุ้มค่าของหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. พร้อมเสนอให้ทบทวนถึงขั้นยุบหน่วยงานที่เห็นว่ามีภารกิจซ้ำซ้อนและสร้างภาระต่องบประมาณแผ่นดิน
.
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวถึงการดำเนินงานของ สมช. ในส่วนแผนงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และโครงการบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ภายใต้แผนดังกล่าวมีทั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการหลายชุด หากทุกกลไกสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ควรลดระดับลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ปัจจุบันยังมีคำถามว่าคณะกรรมการเหล่านั้นยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือไม่ และมีผลงานเป็นรูปธรรมเพียงใด
.
ทั้งนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ขอให้หน่วยงานเปิดเผยรายชื่อและผลงานของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง 5 ชุด ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการประสานงานแผนและเชื่อมโยงการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้แบบบูรณาการ คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาจัดทำข้อเสนอแนวทางกระจายอำนาจและกำหนดรูปแบบการเมืองการปกครองที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของพื้นที่ คณะอนุกรรมการจัดการด้านการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะอนุกรรมการพัฒนาความร่วมมือกับองค์กรที่เกี่ยวข้องและกำหนดท่าทีระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ตลอดจนคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและส่งเสริมพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยต้องการตรวจสอบว่าตลอดช่วงที่ผ่านมาแต่ละคณะได้ดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์อย่างไร
.
สำหรับ กอ.รมน. นายวันมูหะมัดนอร์ตั้งข้อสังเกตอย่างรุนแรงว่า ภารกิจจำนวนมากมีลักษณะซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น ทั้ง สมช. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่กำลังพลบางส่วนก็นำมาจากหน่วยงานอื่นก่อนมีการเบิกเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติม จึงตั้งคำถามว่าการคงอยู่ของ กอ.รมน. ซึ่งใช้งบประมาณระดับหลายพันล้านบาทหรือมากกว่านั้น มีความคุ้มค่ากับภาษีประชาชนเพียงใด
.
นายวันมูหะมัดนอร์ยังย้อนถึงพัฒนาการของ กอ.รมน. ภายหลังการรัฐประหารปี 2549 โดยระบุว่า มีการขยายภารกิจและจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอว่า หากหน่วยงานใดมีภารกิจทับซ้อน ก็ควรคืนงบประมาณให้หน่วยงานหลักที่มีหน้าที่โดยตรง รวมถึงส่งคืนบุคลากรที่ถูกดึงมาปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับสู่ต้นสังกัด เพื่อให้การใช้ทรัพยากรของรัฐเกิดประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
.
ช่วงหนึ่งของการอภิปราย นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวพาดพิงถึงคดียิงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ชายแดนใต้เมื่อช่วงหลายเดือนก่อน โดยตั้งคำถามอย่างเผ็ดร้อนต่อบทบาทของ กอ.รมน. และอ้างถึงประเด็นรถ อาวุธปืน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน ซึ่งคดีอยู่ในกระบวนการยุติธรรม พร้อมระบุในเชิงวิพากษ์ว่า หากหน่วยงานไม่มีภารกิจที่ก่อประโยชน์อย่างชัดเจน ก็ควรพิจารณามากกว่าการตัดลดงบประมาณ แต่ต้องตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการดำรงอยู่ของหน่วยงาน เพื่อช่วยลดภาระของรัฐ
.
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสอบถาม สส.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเกรงกลัวสิ่งใดมากที่สุด คำตอบที่ได้รับอาจสะท้อนความไม่ไว้วางใจต่อ กอ.รมน. พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อแม้แต่ผู้แทนราษฎรยังเผชิญความไม่มั่นคง ประชาชนจะสามารถฝากความหวังไว้กับกลไกด้านความมั่นคงได้เพียงใด โดยย้ำว่าหน่วยงานซึ่งใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนจำเป็นต้องพิสูจน์บทบาท ผลงาน และความคุ้มค่าอย่างชัดเจน
.
การอภิปรายดังกล่าวจึงไม่เพียงเป็นการตั้งคำถามต่องบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ประเด็นเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับบทบาทของหน่วยงานความมั่นคง ความซ้ำซ้อนของภารกิจ การใช้กำลังพล และความคุ้มค่าของงบประมาณแผ่นดิน โดยนายวันมูหะมัดนอร์เสนออย่างชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐควรพิจารณาว่าหน่วยงานใดมีความจำเป็นต่อประชาชนอย่างแท้จริง และหน่วยงานใดควรถูกปรับลดหรือยุบเลิก เพื่อให้ทรัพยากรของประเทศถูกนำไปใช้กับภารกิจที่เกิดประโยชน์โดยตรงมากกว่าเดิม


