นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ว่า ได้สั่งการให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เร่งดำเนินการปรับลดราคาน้ำมันโดยเร็วที่สุด หลังสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มทรงตัวและทยอยปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลต้องการให้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลงส่งผ่านถึงประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม
.
นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน รวมถึงต้นทุนของภาคธุรกิจและผู้ประกอบการ โดยในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ภาครัฐเคยขอให้ประชาชนยอมรับภาระจากการปรับราคา ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ในตลาดโลกเปลี่ยนทิศและราคาน้ำมันลดลง รัฐบาลก็ควรเร่งคืนประโยชน์ให้ประชาชนทันที ไม่ควรปรับลดราคาในลักษณะทยอยลงทีละน้อย
.
“ประชาชนทั่วไปได้รับทราบมาแล้วว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกมีความนิ่งและปรับลดลงมาเป็นลำดับ ก็แค่บอกกับเขาในฐานะผู้บริหารว่า ตอนขึ้นก็ไปขอประชาชนขึ้น ดังนั้นเมื่อราคาลดลงก็ไม่ต้องไปขอประชาชน แต่ให้ปรับลดลงให้เขาเลย โดยลงทันทีและลงให้มันเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่ค่อย ๆ” นายอนุทินกล่าว
.
นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้รับนโยบายดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างเตรียมแนวทางปรับลดราคาน้ำมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เตรียมนัดประชุมเพื่อพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้องในเร็ว ๆ นี้ โดยนายอนุทินย้ำว่าทิศทางนโยบายของรัฐบาลมีความชัดเจน คือ “ต้องลดราคาน้ำมัน”
.
นอกจากมาตรการด้านพลังงานแล้ว นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามและกำกับดูแลราคาสินค้าและอาหารอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระดับราคาจำหน่ายสะท้อนต้นทุนพลังงานที่ลดลง และป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพเกินความจำเป็น
.
พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าดูแลราคาสินค้าจำเป็น สินค้าธงฟ้า และมาตรการตรึงราคาสินค้าต่าง ๆ ควบคู่กับโครงการ “ไทยช่วยไทย Plus” โดยนายอนุทินย้ำว่า การแก้ปัญหาค่าครองชีพของรัฐบาลจะไม่จำกัดอยู่เพียงเรื่องราคาน้ำมัน แต่ต้องเชื่อมโยงไปถึงราคาสินค้า อาหาร ต้นทุนผู้ประกอบการ และคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาพรวม เพื่อให้ผลจากต้นทุนที่ลดลงส่งผ่านถึงประชาชนอย่างแท้จริง


