xs
xsm
sm
md
lg

งอนิ้วแล้วสะดุด เจ็บขัดบ่อย ระวัง! โรคนิ้วล็อก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



งอนิ้วแล้วสะดุด เจ็บขัดบ่อย ระวัง! โรคนิ้วล็อก
ปวดนิ้ว งอนิ้วแล้วสะดุด หรือบางครั้งเหยียดนิ้วไม่ออก อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่ความเมื่อยล้าจากการทำงาน แต่เป็นสัญญาณของ “โรคนิ้วล็อก” โรคยอดฮิตของคนทำงานยุคดิจิทัลที่ใช้มือซ้ำ ๆ ตลอดวัน ทั้งพิมพ์งาน เล่นมือถือ หรือจับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเวลานาน

หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาการอาจรุนแรงจนขยับนิ้วไม่ได้ และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้มากกว่าที่คิด

โรคนิ้วล็อก คืออะไร ?
โรคนิ้วล็อก (Trigger Finger) เป็นโรคที่ปลอกหุ้มเส้นเอ็นบริเวณนิ้วมือเกิดการอักเสบ ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนไหวได้ไม่ลื่นเหมือนปกติ เวลางอหรือเหยียดนิ้วจึงเกิดอาการสะดุด ล็อก หรือเจ็บบริเวณโคนนิ้ว อาการนี้พบได้บ่อยในคนที่ใช้งานมือหนักหรือทำกิจกรรมเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เช่น

พิมพ์คีย์บอร์ดทั้งวัน
ใช้มือถือเป็นเวลานาน
จับเมาส์ต่อเนื่อง
ยกของหรือกำของแน่นบ่อย
ใช้เครื่องมือช่างเป็นประจำ
อาการของโรคนิ้วล็อก มีอะไรบ้าง ?
ระยะเริ่มต้น เจ็บโคนนิ้ว ผู้ป่วยจะเริ่มรู้สึกเจ็บบริเวณโคนนิ้ว โดยเฉพาะตอนกดหรือใช้งานมือหนัก ๆ บางคนอาจมีอาการบวมเล็กน้อย
นิ้วเริ่มสะดุด เวลางอหรือเหยียดนิ้วจะรู้สึกเหมือนนิ้ว “ติด” หรือสะดุดเล็ก ๆ แต่ยังขยับนิ้วได้เอง
นิ้วล็อก เหยียดไม่ออก อาการจะชัดขึ้นจนบางครั้งงอนิ้วแล้วเหยียดกลับไม่ได้ ต้องใช้อีกมือช่วยดันนิ้วให้ตรง
นิ้วติดแข็ง ขยับไม่ได้ ในรายที่อาการรุนแรง นิ้วอาจติด งอหรือเหยียดไม่ได้เลย และยิ่งปล่อยไว้นาน อาจทำให้ข้อนิ้วยึดติดและรักษายากขึ้น
สาเหตุของโรคนิ้วล็อก
สาเหตุหลักของโรคนิ้วล็อกมักเกิดจากการใช้งานมือหนักและซ้ำ ๆ จนเส้นเอ็นเกิดการเสียดสีและอักเสบปัจจัยเสี่ยงที่พบบ่อย ได้แก่

ใช้งานมือซ้ำเดิมทุกวัน
ใช้แรงกำมือมากเกินไป
อายุเพิ่มมากขึ้น
ผู้หญิงมีโอกาสพบได้มากกว่า
ผู้ป่วยเบาหวานหรือโรครูมาตอยด์
วิธีดูแลตัวเองเมื่อเริ่มมีอาการนิ้วล็อก
หากเริ่มมีอาการนิ้วสะดุดหรือเจ็บโคนนิ้ว ควรรีบดูแลตัวเองทันที เพื่อลดโอกาสที่อาการจะลุกลาม โดย

ลดการใช้งานมือ หลีกเลี่ยงการกำของแน่นหรือใช้งานมือหนักต่อเนื่อง ควรพักมือเป็นระยะระหว่างวัน
บริหารนิ้วมือ ลองเหยียดนิ้วให้สุด ค้างไว้ประมาณ 5-10 วินาที จากนั้นค่อย ๆ กำมือช้า ๆ ทำซ้ำวันละหลายรอบ จะช่วยให้เส้นเอ็นยืดหยุ่นขึ้น
แช่น้ำอุ่น การแช่มือในน้ำอุ่นช่วยลดการอักเสบและคลายความตึงของเส้นเอ็นได้ดี
นวดเบา ๆ บริเวณโคนนิ้ว ควรนวดคลึงเบา ๆ เป็นวงกลม หลีกเลี่ยงการกดแรง เพราะอาจทำให้อักเสบมากขึ้น
นิ้วล็อก รักษาอย่างไร ?
หากอาการยังไม่ดีขึ้นหลังพักการใช้งาน หรือเริ่มมีอาการล็อกบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา ซึ่งอาจมีตั้งแต่

การใช้ยาแก้อักเสบ
การทำกายภาพบำบัด
การฉีดยาลดอักเสบ
การผ่าตัดในกรณีที่อาการรุนแรง
ยิ่งรักษาเร็ว โอกาสกลับมาใช้งานนิ้วได้ปกติก็ยิ่งมากขึ้น

วิธีป้องกันโรคนิ้วล็อก
แม้โรคนิ้วล็อกจะพบได้บ่อยในวัยทำงาน แต่สามารถป้องกันได้ด้วยการปรับพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น

พักมือทุก 30-60 นาที
ยืดเหยียดนิ้วระหว่างวัน
หลีกเลี่ยงการจับมือถือหรือพิมพ์งานต่อเนื่องนานเกินไป
ใช้อุปกรณ์ที่เหมาะกับสรีระ
ไม่กำของแน่นเกินจำเป็น
เพราะมือคืออวัยวะสำคัญที่เราใช้งานทุกวัน การดูแลตั้งแต่เริ่มมีอาการผิดปกติ จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคนิ้วล็อกและป้องกันอาการเรื้อรังในอนาคตได้