xs
xsm
sm
md
lg

ภราดร ลั่นไม่มีอะไรโค่นภูมิใจไทย ปัดเอี่ยวฮั้ว สว.ไร้หลักฐาน เชื่อพรรคเติบโตจากผลงาน ไม่ใช่กระแส

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทย เปิดมุมมองต่อทิศทางการเมืองไทย ท่ามกลางกระแสวิพากษ์เรื่องระบอบสีน้ำเงิน พร้อมยืนยันว่า ความแข็งแกร่งของพรรคไม่ได้เกิดจากกระแสทางการเมือง แต่เกิดจากการทำงานในพื้นที่และความใกล้ชิดกับประชาชน โดยเชื่อว่าอนาคตของพรรคจะเติบโตต่อได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลงานของรัฐบาลและการส่งมอบนโยบายให้ประชาชนเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
.
ภราดร ซึ่งคร่ำหวอดในสนามการเมืองมากว่า 20 ปี เล่าย้อนถึงเส้นทางชีวิตว่า เติบโตมาในครอบครัวนักการเมืองจังหวัดอ่างทอง ทำให้ซึมซับการทำงานเพื่อประชาชนมาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ในช่วงแรกจะไม่ได้ตั้งใจเดินเข้าสู่เส้นทางการเมือง แต่หลังศึกษาระดับปริญญาตรีด้านสถิติที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต่อยอดปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Warwick ประเทศอังกฤษ ก็เริ่มสนใจงานการเมือง ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทองครั้งแรกเมื่อปี 2550 และไม่เคยพ่ายแพ้การเลือกตั้งนับตั้งแต่นั้น
.
สำหรับบทบาทในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ภราดรระบุว่า หน้าที่สำคัญคือการเป็นตัวกลางประสานงานระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อนำมติคณะรัฐมนตรีไปผลักดันในสภา และรับฟังข้อเสนอจากฝ่ายนิติบัญญัติมาพัฒนาเป็นนโยบายรัฐบาล โดยตั้งเป้าลดปัญหากฎหมายค้างและทำให้การทำงานของทั้งสองฝ่ายเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
.
เมื่อถูกถามถึงความเหมือนระหว่างสุพรรณบุรีโมเดลในยุคบรรหาร ศิลปอาชา กับบุรีรัมย์โมเดลของเนวิน ชิดชอบ ภราดรเห็นว่า ทั้งสองแนวทางมีรากฐานเดียวกัน คือความมุ่งมั่นในการพัฒนาบ้านเกิดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพียงแต่บุรีรัมย์โมเดลเป็นการต่อยอดให้สอดคล้องกับบริบทของยุคสมัยปัจจุบัน
.
ภราดรยังกล่าวถึงเอกลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคเติบโตจากการลงพื้นที่ รับฟังปัญหาของประชาชน และยึดแนวคิดพูดแล้วทำมาโดยตลอด ไม่ได้อาศัยกระแสทางการเมืองเป็นตัวขับเคลื่อน จึงเชื่อว่าการขยายตัวของพรรคเกิดจากผลงานสะสมและความเชื่อมั่นของประชาชน มากกว่าความนิยมเพียงชั่วคราว
.
ในประเด็นคดีที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ภราดรยืนยันว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นเพียงวาทกรรม และไม่เคยมีหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงตัวเขาหรือพรรคภูมิใจไทย แม้ที่ผ่านมาเคยถูกตรวจสอบเส้นทางการเงินจากหลายหน่วยงานของรัฐแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่พบพยานหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการกระทำผิด
.
พร้อมกันนี้ ภราดรมองคำว่าระบอบสีน้ำเงินเป็นเพียงคำอธิบายทางการเมืองที่เกิดขึ้นจากการที่พรรคภูมิใจไทยมีความเข้มแข็งมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าพรรคจะเข้าไปครอบงำกลไกของรัฐหรือองค์กรต่างๆ ตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
.
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยและรัฐบาลต้องระมัดระวังมากที่สุด คือการเร่งผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพราะหากไม่สามารถทำได้ ก็อาจกลายเป็นปัจจัยที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนและส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของพรรคในระยะยาว
.
ภราดรทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของพรรคการเมืองไม่ได้วัดจากจำนวนที่นั่งเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการทำให้ความคาดหวังของประชาชนกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ซึ่งหากรัฐบาลสามารถส่งมอบผลงานอย่างต่อเนื่อง ก็เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยจะยังคงเติบโตต่อไปในอนาคต