xs
xsm
sm
md
lg

สัญญาณอันตราย เสียงในหูที่ไม่มีใครได้ยิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สัญญาณอันตราย เสียงในหูที่ไม่มีใครได้ยิน

เคยไหม ? อยู่ในห้องเงียบ ๆ แต่กลับได้ยินเสียงวี้ด เสียงหึ่ง หรือเสียงซ่าในหูตลอดเวลา ทั้งที่ไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้น อาการแบบนี้อาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะเสียงรบกวนในหู” หรือ Tinnitus ปัญหาสุขภาพที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกวัย โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ใช้ชีวิตท่ามกลางความเครียด พักผ่อนน้อย หรือเจอเสียงดังเป็นประจำ แม้อาการอาจดูไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่หากปล่อยไว้นาน อาจส่งผลต่อการนอน สมาธิในการทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวมได้

เสียงรบกวนในหู คืออะไร ?
เสียงรบกวนในหู หรือ Tinnitus เป็นภาวะที่ผู้ป่วยได้ยินเสียงภายในหู ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่มีเสียงจากภายนอก โดยเสียงที่ได้ยินอาจแตกต่างกันไป เช่น

เสียงวี้ด
เสียงซ่า
เสียงหึ่ง
เสียงวิ้ง
เสียงคล้ายไฟฟ้ารบกวน
บางรายอาจเป็นเพียงชั่วคราว แต่บางรายอาจมีอาการต่อเนื่องจนรบกวนชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนหรือในสถานที่เงียบ ๆ

สาเหตุของอาการเสียงดังในหู
ภาวะเสียงรบกวนในหูสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับระบบการได้ยินโดยตรง

ฟังเสียงดังเป็นเวลานาน การฟังเพลงเสียงดังผ่านหูฟัง การไปคอนเสิร์ต หรือทำงานในสถานที่ที่มีเสียงดังต่อเนื่อง อาจทำให้ประสาทหูเสื่อมเร็วกว่าปกติ
ประสาทหูเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้น ระบบประสาทการได้ยินจะเริ่มเสื่อมลง ทำให้เกิดอาการหูอื้อหรือเสียงรบกวนในหูได้
ความผิดปกติของหู เช่น การติดเชื้อในหู หูชั้นกลางอักเสบ หรือความผิดปกติของหูชั้นนอก ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงรบกวนในหูได้เช่นกัน
ความเครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ หลายคนอาจไม่รู้ว่า “ความเครียด” และ “การนอนน้อย” สามารถทำให้อาการเสียงในหูชัดขึ้นและรบกวนมากกว่าเดิม เพราะสมองจะไวต่อเสียงผิดปกติมากขึ้น
อาการแบบไหน ควรรีบพบแพทย์ ?
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยไว้

ได้ยินเสียงในหูตลอดเวลา
หูอื้อ ฟังคนอื่นไม่ชัด
เวียนศีรษะร่วมด้วย
นอนไม่หลับจากเสียงรบกวน
สมาธิลดลงหรือเครียดสะสม
การได้ยินลดลงอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะหากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือรุนแรงขึ้น ควรเข้ารับการตรวจการได้ยินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

วิธีป้องกันเสียงรบกวนในหู
แม้ภาวะนี้จะเกิดขึ้นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขภาพหูอย่างเหมาะสม

หลีกเลี่ยงเสียงดัง หากต้องอยู่ในสถานที่เสียงดัง ควรใช้อุปกรณ์ป้องกันเสียง เช่น Ear Plug ที่ครอบหูป้องกันเสียง รวมถึงหลีกเลี่ยงการเปิดเพลงหรือใส่หูฟังเสียงดังเกินไป
พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างมีคุณภาพช่วยลดความเครียดและฟื้นฟูระบบประสาทการได้ยินได้ดี
จัดการความเครียด ลองหาเวลาผ่อนคลาย ออกกำลังกาย หรือพักจากหน้าจอและงานบ้าง เพราะความเครียดสามารถกระตุ้นให้อาการชัดขึ้นได้
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและดูแลสุขภาพโดยรวม รวมถึงระบบประสาทและการได้ยิน
หากเริ่มมีอาการ ควรทำอย่างไร ?
หากเริ่มรู้สึกว่ามีเสียงรบกวนในหู ควรพักร่างกายและจิตใจทันที โดยอาจลองวิธีเหล่านี้

อยู่ในที่เงียบสงบ
เปิดเพลงเบา ๆ หรือเสียงธรรมชาติ
ลดการใช้งานหูจากเสียงดัง
พักสายตาและพักสมองจากงาน
หลีกเลี่ยงความเครียด
แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินการได้ยินและตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

อย่ามองข้าม “เสียงในหู” เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพ
เสียงรบกวนในหูอาจเริ่มจากอาการเล็ก ๆ ที่หลายคนคิดว่าเดี๋ยวก็หาย แต่ในความเป็นจริง อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบการได้ยินกำลังมีปัญหา ยิ่งรู้เร็วและดูแลตัวเองเร็ว ก็ยิ่งช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียการได้ยินในระยะยาวได้

หากเริ่มได้ยินเสียงผิดปกติในหูบ่อยขึ้น อย่าปล่อยผ่าน และควรใส่ใจสุขภาพหูตั้งแต่วันนี้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต