16 มิถุนายน 2569 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงแนวโน้มราคาน้ำมันในประเทศไทย ภายหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งได้ว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มทยอยปรับตัวลดลง และกระทรวงพลังงานพร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปรับราคาขายปลีกในประเทศสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงตามกลไกตลาด
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานระบุว่า ขณะนี้มีการประชุมติดตามสถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นประจำทุกวัน โดยเมื่อใดที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง รัฐบาลก็จะเร่งผลักดันให้ราคาหน้าสถานีบริการน้ำมันปรับลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้ใช้มาตรการลดภาระราคาน้ำมันผ่านกลไกโรงกลั่น คิดเป็นมูลค่ารวมเกือบ 10,000 ล้านบาท หรือเทียบเท่าการช่วยลดต้นทุนให้กับน้ำมันกว่า 2,400 ล้านลิตร ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากราคาขายปลีกที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
.
นายเอกนัฏกล่าวว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงสุด ราคาขายปลีกบางชนิดเคยแตะระดับประมาณ 50 บาทต่อลิตร แต่หลังจากกระทรวงพลังงานเข้ามาดูแลและใช้มาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ราคาน้ำมันได้ทยอยปรับตัวลดลงจนอยู่ที่ระดับ 38 บาทกว่าต่อลิตร และยังมีแนวโน้มปรับลดลงได้อีก หากสถานการณ์ตลาดโลกยังคงเป็นไปในทิศทางบวก
.
สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังติดลบอยู่ราว 57,000 ล้านบาทนั้น นายเอกนัฏชี้แจงว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเลือกใช้แนวทางลดภาระผ่านหน้าโรงกลั่นแทนการพึ่งพาเงินกองทุนเพียงอย่างเดียว ทำให้สามารถประหยัดภาระของกองทุนได้มากกว่า 8,000 ล้านบาท พร้อมทั้งสั่งการให้มีการทบทวนตัวเลขฐานะกองทุนโดยยึดข้อมูลจริงเป็นหลัก ส่งผลให้ยอดขาดทุนที่เคยประเมินไว้มากกว่า 60,000 ล้านบาท ลดลงเหลือประมาณ 57,000 ล้านบาท
.
นอกจากนี้ ยังมีเงินจำนวนกว่า 30,000 ล้านบาทที่อยู่ระหว่างการชะลอการจ่ายคืนให้กับกลุ่มผู้ค้าน้ำมันบางราย ซึ่งอยู่ในกระบวนการตรวจสอบกรณีถูกกล่าวหาว่ากักตุนน้ำมันเพื่อแสวงหากำไร โดยคณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีมติชัดเจนว่าจะยังไม่จ่ายเงินคืนจนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จและสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานย้ำว่า จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องผลักภาระไปยังกระทรวงการคลัง หรือออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อกู้เงินเพิ่มเติม พร้อมเดินหน้าหาแนวทางบริหารจัดการร่วมกับผู้ประกอบการโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน เพื่อไม่ให้เกิดภาระหนี้สาธารณะโดยไม่จำเป็น
.
นายเอกนัฏยังเปิดเผยด้วยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมนำบทเรียนจากวิกฤตราคาพลังงานในช่วงที่ผ่านมา มาปรับใช้ในการวางกลไกถาวรสำหรับกำกับดูแลราคาหน้าโรงกลั่นและค่าการกลั่นในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดวิกฤตความขัดแย้งระหว่างประเทศ เช่น สถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันไม่ให้ค่าการกลั่นปรับตัวสูงเกินสมควร และช่วยรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานภายในประเทศในระยะยาว
.
“ที่ผ่านมาเราไม่เคยหยุดทำงานกลางทาง และจะเดินหน้าจนสุดทางเพื่อดูแลผลประโยชน์ของประชาชน” นายเอกนัฏกล่าว พร้อมยืนยันว่าการปรับลดภาระต้นทุนด้านพลังงานยังคงเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงพลังงานต่อไป


