xs
xsm
sm
md
lg

ปัสสาวะลำบากในผู้สูงอายุ ควรตรวจอะไรเพื่อหาสาเหตุ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ปัสสาวะลำบากในผู้สูงอายุ ควรตรวจอะไรเพื่อหาสาเหตุ

อาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะช้า ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องปกติของอายุเสมอไป เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ต่อมลูกหมากโต ภาวะปัสสาวะค้าง การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ผลข้างเคียงจากยา หรือความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะและระบบประสาท

ดังนั้นคำถามว่า ปัสสาวะลำบากในผู้สูงอายุควรตรวจอะไรเพื่อหาสาเหตุ จึงสำคัญมาก เพราะการรักษาจะได้ผลดีเมื่อรู้สาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่รักษาตามอาการหรือซื้อยารับประทานเองโดยไม่ทราบโรคที่เป็น

อาการปัสสาวะลำบากในผู้สูงอายุเป็นแบบไหน
ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการขับถ่ายปัสสาวะ อาจมีอาการแตกต่างกันไป เช่น

ปัสสาวะลำบาก หรือเริ่มปัสสาวะยาก
ปัสสาวะช้า หรือปัสสาวะไม่พุ่ง
ปัสสาวะสะดุด ไหลเป็นช่วง ๆ
ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกเหมือนยังเหลือค้าง
ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือปัสสาวะเล็ด
ปวดปัสสาวะบ่อย แต่ปัสสาวะออกน้อย
แน่นท้องน้อย หรือบางรายปัสสาวะไม่ออกเลย
อาการเหล่านี้อาจค่อย ๆ เป็นมากขึ้นทีละน้อย หรือบางรายอาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน โดยเฉพาะภาวะปัสสาวะค้างเฉียบพลันที่ทำให้ปวดท้องน้อยมากและไม่สามารถปัสสาวะได้เลย ซึ่งควรรีบพบแพทย์ทันที

สาเหตุที่เป็นไปได้
อาการปัสสาวะลำบากในผู้สูงอายุเกิดได้จากหลายกลไก โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

ต่อมลูกหมากโตในผู้ชายสูงอายุ: ต่อมลูกหมากอาจกดท่อปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะช้า ไม่พุ่ง หรือปัสสาวะไม่สุด
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ: อาจทำให้ปัสสาวะแสบขัด ปวดท้องน้อย ปวดปัสสาวะบ่อย หรือมีไข้ร่วมด้วย
ภาวะปัสสาวะค้าง: เกิดจากกระเพาะปัสสาวะระบายปัสสาวะออกไม่หมด อาจสัมพันธ์กับการอุดกั้นหรือกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไม่ดี
ยาบางชนิด: ยาบางกลุ่มอาจมีผลต่อการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะหรือการขับถ่ายปัสสาวะ
โรคทางระบบประสาท: เช่น โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่มีผลต่อเส้นประสาท หรือโรคที่กระทบการควบคุมกระเพาะปัสสาวะ
ท่อปัสสาวะตีบหรือภาวะอุดกั้นอื่น: อาจทำให้ปัสสาวะออกช้า ปัสสาวะสะดุด หรือปัสสาวะไม่ออก
ปัสสาวะลำบากในผู้สูงอายุ ควรตรวจอะไร
การหาสาเหตุไม่ได้อาศัยอาการเพียงอย่างเดียว แพทย์จะเลือกตรวจตามอาการ อายุ เพศ โรคประจำตัว และความรุนแรงของปัญหา โดยการตรวจที่พบบ่อย ได้แก่

1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย
แพทย์จะสอบถามลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เป็น ความถี่ในการปัสสาวะ อาการกลางคืน ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะเป็นเลือด โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ ในผู้ชายอาจมีการประเมินต่อมลูกหมากเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

2. ตรวจปัสสาวะ
ช่วยประเมินการติดเชื้อ เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง เลือดปนในปัสสาวะ หรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการปัสสาวะลำบาก

3. ตรวจเลือด
อาจใช้ประเมินการทำงานของไต การติดเชื้อ หรือภาวะอื่นที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวหลายอย่าง

4. อัลตราซาวด์ระบบทางเดินปัสสาวะ
ช่วยดูไต กระเพาะปัสสาวะ ภาวะไตบวม นิ่ว ก้อน หรือความผิดปกติบางอย่างที่อาจทำให้ปัสสาวะลำบาก

5. ตรวจปริมาณปัสสาวะค้างหลังปัสสาวะ
การประเมินปริมาณปัสสาวะค้างหลังปัสสาวะช่วยดูว่ากระเพาะปัสสาวะระบายปัสสาวะได้หมดหรือไม่ หากมีปัสสาวะค้างมาก อาจบ่งถึงภาวะอุดกั้นหรือการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะที่ผิดปกติ

6. ตรวจ Uroflow ในบางราย
Uroflow เป็นการตรวจวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ เหมาะกับผู้ที่มีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะช้า หรือสงสัยว่ามีการอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ

สรุปการตรวจตามอาการ
อาการ การตรวจที่อาจพิจารณา
ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ปวดท้องน้อย ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดในบางราย และประเมินการติดเชื้อ
ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะช้า ปัสสาวะสะดุด Uroflow, Bladder Scan, อัลตราซาวด์ และประเมินต่อมลูกหมากในผู้ชาย
ปัสสาวะไม่สุด แน่นท้องน้อย ตรวจปริมาณปัสสาวะค้างหลังปัสสาวะ และตรวจภาพตามความเหมาะสม
ปัสสาวะเป็นเลือด ตรวจปัสสาวะ อัลตราซาวด์ เอกซเรย์หรือ CT scan ตามดุลยพินิจแพทย์
ปัสสาวะไม่ออกเลย ประเมินภาวะปัสสาวะค้างอย่างเร่งด่วน และระบายปัสสาวะเมื่อจำเป็น
ควรพบแพทย์เมื่อไร
ควรเข้ารับการประเมิน หากมีอาการต่อไปนี้

ปัสสาวะลำบากต่อเนื่องหลายวัน
ปัสสาวะช้า ไม่พุ่ง หรือปัสสาวะไม่สุดบ่อย ๆ
ปัสสาวะบ่อยจนรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิต
กลั้นปัสสาวะไม่อยู่บ่อยขึ้น
ปัสสาวะแสบขัด หรือสงสัยติดเชื้อ
ปัสสาวะเป็นเลือด
แน่นท้องน้อย หรือรู้สึกเหมือนปัสสาวะออกไม่หมด
ควรรีบพบแพทย์ทันที หากปัสสาวะไม่ออกเลย ปวดท้องน้อยมาก มีไข้ร่วมกับอาการทางเดินปัสสาวะ หรือปวดหลังปวดสีข้าง เพราะอาจเป็นภาวะที่ต้องรักษาเร็ว

แนวทางดูแลเบื้องต้น
แนวทางรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ หากเกิดจากต่อมลูกหมากโต แพทย์อาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรม ติดตามอาการ หรือใช้ยา หากเกิดจากการติดเชื้อจะรักษาตามสาเหตุของการติดเชื้อ และถ้ามีปัสสาวะค้างมากหรือปัสสาวะไม่ออก อาจต้องระบายปัสสาวะก่อนเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ไม่กลั้นปัสสาวะนาน
ดื่มน้ำให้เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไปตามภาวะสุขภาพ
ทบทวนยาที่ใช้อยู่กับแพทย์ หากสงสัยว่ายามีผลต่อการปัสสาวะ
สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะไม่ออก
เข้ารับการประเมินเมื่ออาการเริ่มรบกวนชีวิตประจำวัน แทนที่จะรอจนเป็นมาก
สรุปแบบเข้าใจง่าย
ปัสสาวะลำบากในผู้สูงอายุอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ต่อมลูกหมากโต การติดเชื้อ ภาวะปัสสาวะค้าง หรือกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดปกติ การตรวจที่มักใช้ประเมิน ได้แก่ ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือด อัลตราซาวด์ และตรวจปริมาณปัสสาวะค้างหลังปัสสาวะ โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะกับอาการของแต่ละคน

เข้ารับการประเมินเมื่อมีอาการผิดปกติ
หากผู้สูงอายุมีอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือปัสสาวะไม่พุ่ง ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในระบบทางเดินปัสสาวะ การตรวจตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยค้นหาสาเหตุ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และทำให้รักษาได้ตรงจุดมากขึ้น