นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงข้อสงสัยและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นต่อโครงการ TH-AI Passport โดยยืนยันว่าการดำเนินโครงการและกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดเป็นไปตามระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะในทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส
.
ระหว่างการเปิดเวที TH-AI Passport Forum เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไป นายพชรได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกสเปกหรือเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย โดยระบุว่า หน่วยงานรัฐไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีการฮั้วประมูลเกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวหากมีจริงย่อมไม่ได้เกิดขึ้นต่อหน้าหน่วยงานราชการ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระทรวงสามารถยืนยันได้คือ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ของภาครัฐอย่างครบถ้วน
.
ปลัดกระทรวงดีอีกล่าวว่า การกำหนดราคากลางของโครงการได้อ้างอิงข้อมูลจากผู้ประกอบการจำนวน 8 ราย ตามแนวปฏิบัติของราชการ และยังมีข้อเท็จจริงว่าหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมการประมูลไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ประกอบการที่ถูกนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการคำนวณราคากลางแต่อย่างใด
.
นอกจากนี้ กระทรวงได้ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำแผนจัดซื้อจัดจ้าง การเผยแพร่รายละเอียดผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานและระบบของกรมบัญชีกลาง การจัดประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ตลอดจนการประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประมูล ซึ่งทุกกระบวนการเป็นข้อมูลสาธารณะที่สามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้
.
สำหรับข้อวิจารณ์กรณีการเบิกจ่ายงวดงานแรกที่มีการกล่าวอ้างว่าผู้รับจ้างส่งเอกสารเพียงไม่กี่หน้าแต่นำไปสู่การเบิกจ่ายเงินนั้น นายพชรชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงตามเงื่อนไขในขอบเขตงานหรือ TOR กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดส่งทั้งแผนการดำเนินงานและผลการดำเนินงานในระยะเริ่มต้นของโครงการ ไม่ใช่การส่งเพียงเอกสารแผนงานตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์
.
นายพชรยังย้ำว่า แม้โครงการจะมีการลงนามสัญญาแล้ว แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการบริหารสัญญา ซึ่งเปิดโอกาสให้ข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนถูกนำมาพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดการดำเนินงานได้ โดยกระทรวงจะยึดหลักการ “ใช้งานจริงเท่าไร จ่ายเท่านั้น” เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ
.
ทั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะรวบรวมความคิดเห็นจากเวทีรับฟังสาธารณะและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนมาประกอบการบริหารโครงการต่อไป พร้อมยืนยันเป้าหมายในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และผลักดันให้ TH-AI Passport เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง


