“พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” หัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกมายืนยันจุดยืนต่อกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยระบุว่ากรมที่ดินไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการออกโฉนดหรือเอกสารสิทธิใด ๆ บนพื้นที่ดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิทั้งหมดให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางและหลักนิติธรรม
.
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 พ.ต.อ.ทวี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กรมที่ดินยืนยันว่าการดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินเขากระโดงเป็นไปตามคำสั่งศาลและหลักกฎหมาย รวมถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายกฎหมายของพรรคร่วมรัฐบาลว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยอาจเป็นฝ่ายบุกรุกที่ดินประชาชน โดยระบุว่าตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมทั้งยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบกรณีดังกล่าวมาแล้วตั้งแต่ปี 2564
.
หัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อกฎหมายเกี่ยวกับสถานะของพื้นที่เขากระโดง ซึ่งเป็นที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐมาตั้งแต่ก่อนการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน โดยมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ได้รับรองไว้อย่างชัดเจนว่าที่ดินที่ถูกหวงห้ามตามกฎหมายเดิมให้คงสถานะเป็นที่หวงห้ามต่อไป ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกเหนืออำนาจของกรมที่ดินในการออกเอกสารสิทธิ
.
พ.ต.อ.ทวี ระบุเพิ่มเติมว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น ขณะที่คำพิพากษาของทั้งศาลฎีกาและศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยถึงที่สุดแล้วว่าพื้นที่เขากระโดงกว่า 5,083 ไร่ เป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับการหวงห้ามตามกฎหมายมาตั้งแต่ก่อนปี 2497 และมีการกำหนดเขตที่ดินอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2460
.
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเห็นว่าโฉนดที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิใด ๆ ที่ออกโดยอาศัยกฎหมายที่ดินบนพื้นที่ดังกล่าวย่อมขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากกรมที่ดินไม่มีอำนาจดำเนินการในพื้นที่ที่เป็นที่ดินหวงห้ามของรัฐ พร้อมเรียกร้องให้อธิบดีกรมที่ดิน รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยและฝ่ายบริหาร ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ออกทับซ้อนบนพื้นที่เขากระโดงทั้งหมด
.
พ.ต.อ.ทวี ยังอ้างถึงคำพิพากษาศาลปกครองกลาง หมายเลขแดงที่ 582/2566 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2566 ซึ่งระบุว่า การเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินโดยตรง และไม่จำเป็นต้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปฟ้องร้องดำเนินคดีเป็นรายแปลงก่อน พร้อมย้ำว่าทุกฝ่ายต้องยึดหลักรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรมเป็นสำคัญ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย


